Review DVD สุดยอดหนังดัง Vol.11

เห็นวางขายมานานแล้วกับ DVD หนังที่รวมหนังไว้ถึง 5 เรื่องด้วยกัน ไป 7-11 ทีไรก็ชอบไปยืนเลือกๆ ดูว่ามันมีหนังอะไรที่มารวมๆ กันไว้บ้าง แล้วก็เกิดความสงสัยว่าคุณภาพของหนังมันจะเป็นยังไง มันจะเป็น VCD ที่มารวมๆ กันหรือเปล่า?  อ่านเพิ่มเติม

Advertisements

Harry Potter 7.2 (Spoiled)

เพิ่งไปดู Harry Potter 7.2 มาเมื่อวานเลยมาเขียนถึงซะหน่อย เนื้อหาจะมีการพูดถึงเนื้อเรื่องด้วยนะครับ ใครยังไม่ได้ดูอย่าเพิ่งอ่านละกันนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

Be With You รอบที่ 5

@warong พูดถึงหนังเรื่อง Be With You ขึ้นมา เราเลยเกิดอาการอยากดูขึ้นมาอีกรอบ เลยไปหยิบมาเปิดดู น่าจะเป็นรอบที่ 5 แล้วสำหรับหนังเรื่องนี้ ซึ่งรอบนี้ก็หนีไม่พ้น ต้องเสียน้ำตาอีกจนได้ ดูกี่รอบต่อกี่รอบก็ร้องไห้ทุกที แต่ดีกว่ารอบแรกที่ดูหน่อย รอบนั้นร้องแบบว่าสุดๆ เลย น้ำหูน้ำตาไหลพรากๆ

รอบนี้พิเศษเพราะว่าเราดูจากชุดที่เป็นแบบ Box Set ซึ่งตอนที่เห็นที่ร้านนี่เราก็มีแผ่น DVD ของ Be with You อยู่แล้วนะ(แบบแผ่นเดียว) แต่ไม่ต้องคิดอะไรเลยซื้ออีก T^T ชอบมากกกกก แต่ดีที่มันมีเบื้องหลังแถมมาให้ด้วย เปิดดูแล้วก็เลยเอากล้อง i-mobile TV640 ถ่ายจากหน้าจอคอมพ์กันเลย

ภาพทั้งหมดที่ถ่ายไว้ดูได้ที่นี่ครับ http://picasaweb.google.com/dogdoy/BeWithYou

09/09/09

วันนี้เป็นวันฤกษ์ดี เพราะเป็นวันที่ 9 เดือน 9 ปี (20)09 เราก็เลยถือเอาวันนี้มาเป็นวันเริ่มต้นทำสิ่งที่เราอยากจะเรียนรู้ และทดลองทำมันทุกๆ วัน วันละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี ตามที่คุณตราวุธเค้าพูดเสมอๆ ว่าถ้าเราทำแบบนี้ เราจะสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ ได้เลย

เราก็เลยคิดว่าน่าจะลองทำดูเหมือนกันนะ เพราะถึงเราไม่ทำอะไรใน 5 ปีที่มันจะผ่านไปนี้ เวลามันก็จะผ่านไปอยู่ดี สู้เราเอาเวลา 5 ปีนี้มาลองทำอะไรที่เค้าว่ามันจะดีกับชีวิตเราได้ไม่ดีหรือ (คุณตราวุธเค้าพูดในวิดีโอประมาณนี้ล่ะ)

ดังนั้นเราก็เลยคิดว่าเราน่าจะหาวันเริ่มต้นในการทำอะไรซักอย่างนึงนี้ซักวันนึง ซึ่งก็มาเจอเข้ากับวันนี้พอดี ซึ่งเลขของมันก็ดูดีด้วย ตามความเชื่อแบบไทยๆ ที่ชอบเลขเก้ากัน เพราะมันเสียงคล้ายกับการ ก้าว ไปข้างหน้า

สิ่งที่เราจะลองหัดดูก็คือการเล่นดนตรีน่ะเอง ทีแรกก็ว่าจะหัดเล่นกีต้าร์ แต่มาคิดๆ ดูแล้ว กีต้าร์เนี่ยมันเล่นแล้วเจ็บนิ้ว เราคงจะเลิกเล่นเอาง่ายๆ แล้วเราเป็นคนเหงื่อเค็ม ไม่ค่อยดูแลรักษาของ โอกาสที่สายกีต้าร์จะผุพังเร็วก็น่าจะมาก เลยเริ่มมองหาเครื่องดนตรีอย่างอื่นแทน ก็มานึงถึงคีย์บอร์ด เพราะว่ามันเล่นได้โดยไม่เจ็บนิ้วแน่ แค่จิ้มๆ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นโลหะ เป็นคีย์พลาสติก ก็น่าจะเหมาะกับลักษณะของเรา ที่เช็ดๆ เอาก็สะอาด และอีกข้อที่เราสนใจคือ เราสามารถเอามันต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้มันทำเพลงก็ยังได้ แถมยังไปเจอข้อดีอีกข้อนึงที่ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายเลยคือว่า เอเค้าก็เคยหัดเล่นมาก่อน และเล่นได้ดีระดับนึง แม้จะร้างมือมานาน แต่ก็น่าจะมีเบสิคที่ช่วยหัดให้เราได้บ้าง

วันอาทิตย์ที่แล้วเอเค้าเลยพาเราไปซื้อที่เดอะมอลล์บางแค ร้าน BNG music ที่ ทีแรกเรานึกว่ามันมีสาขาอยู่ที่วงเวียนใหญ่แค่นั้น แต่ปรากฏว่ามันมาเปิดที่เดอะมอลล์บางแคด้วย ก็เลยเหมาะเลย แล้วโทรไปถามที่ร้านเค้าก็บอกว่ารุ่นที่เราสนใจอยู่มีขายอยู่ที่เดอะมอลล์ด้วย

วันนั้นก็เลยไปยืนเลือกกันกับเอมา ทีแรกเล็ง Casio CTK-3000 เอาไว้เลย แต่ไปถึงดันเจอ Yamaha อีกสองรุ่นมาเป็นตัวเลือก ซึ่งเสียงมันดีมากจริงๆ ฟังแล้วก็อึ๊งไป เกิดอาการลังเล แต่รุ่นที่น่าสนใจมันแพงกว่า Casio CTK-3000 ไปตั้ง 3000 บาท ก็เลยคิดว่าคงไม่คุ้มและรู้สึกชอบ CTK-3000 มากกว่าอยู่แล้ว ทั้งรูปร่างและสีสัน(คีย์มันจะเป็นแบบเปียโน และตัวเครื่องสีดำ) ก็เลยตัดสินใจเอา CTK-3000 นี่แหละ เพราะมันดูจะลงตัวกับเรามากที่สุดในตอนนี้ ก็จ่ายไป 11,770 บาท (Casio CTK-3000 ราคา 11,500 + หนังสือสอนอีก 270 บาท) แต่ก็ดีที่ได้ส่วนลดจากการใช้บัตรเครดิตกรุงศรีฯ มาอีก 5% แล้วก็ได้แลกของเป็นผ้าเช็ดตัวมาอีกผืน

ก็ได้เริ่มลองหัดเล่นไปบ้างแล้ว ก็รู้สึกว่ามันสนุกดีนะ แม้จะแอบยากไปบ้าง เพราะมันเป็นการหัดเล่นเครื่องดนตรีแบบจริงจังครั้งแรกของเราเลย เพราะเรานี่ไม่เคยเล่นเครื่องดนตรีอะไรมาก่อนด้วยอะ

วันนี้ก็ถือว่าเป็นฤกษ์ดีที่จะบันทึกเอาไว้ เพื่อให้ตัวเองได้อ่านในอีก 5 ปีข้างหน้า ว่าจุดเริ่มต้นของมันคือวันนี้นะ

ยังไงก็อย่าเลิกกลางทางนะโว้ย!

ความจำสั้น แต่รักฉันยาว

เพิ่งได้มีโอกาสเช่า ความจำสั้น แต่รักฉันยาว มาดู

ไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับหนังเรื่องนี้ แต่เห็นเค้าว่ามันดีเลยไปเช่ามาดูบ้าง

ดูแล้วชอบ!

เป็นหนังที่ดีมากเรื่องนึงเลยในปีนี้ ชอบความละเมียดละไมในความรู้สึกของหนัง การดำเนินเรื่องที่ดูไม่รู้สึกว่าอืดอาดจนทำให้หลับ

ภาพสวย การแสดงของนักแสดงก็รู้สึกว่าสมจริง ดูแล้วเชื่อในตัวละครแต่ละตัว ความปราณีตของฝ่ายศิลป์ก็ยิ่งทำให้งานออกมาดูดีมากๆ

เรื่องนี้เช่าแบบ DVD มาดู รู้สึกว่าภาพมันชัดโคตร มารู้ทีหลังจากการเปิด Commentary ฟังอีกรอบ ว่าที่มันชัดขนาดนี้เพราะถ่ายด้วยกล้อง HD ไม่ได้ใช้ฟิล์ม ก็เข้าใจว่าเมื่อถ่ายเป็นดิจิตอล พอมาโพรเซสเป็น DVD เลยไม่เกิดการสูญเสียคุณภาพไป

แล้วก็ได้รู้เทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ผู้กำกับ(ยงยุทธ ทองกองทุน)เค้าถ่ายหลายเทค หลายมุม เพื่อเอาไปเลือกใช้ตอนตัดต่ออีกที เพราะบางทีเมื่อถึงเวลาตัดต่อจริงๆ มุมมองอื่นมันก็ช่วยเล่าเรื่องได้ดีกว่า แล้วยิ่งเป็น HD แบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเปลืองฟิล์มอีกต่อไป

เรื่องนี้ผมว่าเป็นหนังที่ดีอีกเรื่องนึงที่ควรจะได้ดู ถ้าหา DVD มาดูได้ก็น่าจะดี ดูจบแล้วเปิดดูอีกรอบพร้อม Commentary จะช่วยเติมเต็มให้ตัวหนังได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

Transformers ในโรง IMAX ใช้ได้เลย

วันนี้ไปดู Transformers 2 มาในโรง IMAX ที่พาราก้อน นั่งที่นั่งแบบแถวหลังสุดเลยนะ แบบเก้าอี้นั่งสองคนอะ เอเลี้ยง 800 บาท หุหุ รอบ 5 ทุ่ม

เราก็เลยเลี้ยงข้าวเย็นกับป๊อบคอร์นโค้กแทน (คุ้ม อิอิ)

ที่ตัดสินใจดูโรง IMAX เพราะทีแรกคิดว่าจะได้ดูแบบเป็นหนังสามมิติ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ มันแค่หนังธรรมดาสองมิติ แต่จะมีบางฉากที่จะแสดงภาพเป็นสเกลของโรง IMAX เลย

โรง IMAX

เข้าไปดูในโรงอย่างแรกที่รู้สึกเลยคือบันไดมันชัน แล้วเดินขึ้นไปบนสุดนี่มองลงมาเสียวใช่เล่น จอมันสูงจริงๆ อะ เก้าอี้แบบฮันนีมูนซีท ค่อนข้างสบายเลยล่ะ แล้วนั่งตรงกลางพอดีเลยด้วยนะ ตรงทางเดินไม่มีแถวหน้าบังเลย ก็สบายดี

ที่นั่งฮันนีมูนซีทนี่เค้าจะมีผ้าห่ม มีหมอนให้ด้วยนะ แบบว่าสบายสุดๆ

สำหรับตัวหนัง

รู้สึกคุ้มค่าที่เสียเวลาออกไปดูนะ หนังดูสนุกมีรายละเอียดเยอะดี พวก effect นี่สุดยอดว่ะ ถ้าให้คนไทยทำคงดูไปเซ็งไป หนังแนวนี้ให้อเมริกาเป็นคนทำไปอะดีแล้ว

แต่บางทีรู้สึกว่าภาพมันยังชัดได้มากกว่านี้อีกนะ คือก็เข้าใจนะว่ามันเป็นการถ่ายด้วย film ภาพมันก็จะต้องมีเบลอบ้าง ถ้าเป็นการถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลสำหรับ IMAX โดยตรงน่าจะดีกว่านี้มาก

สำหรับฉากพิเศษที่เพิ่มเข้ามาสำหรับโรง IMAX โดยเฉพาะ ที่เค้าบอกว่ามี 4 ฉาก เราก็ไม่รู้ว่าเห็นไปกี่อัน แต่ที่ชัดๆ ก็มีสองสามอันนะ แบบว่าปกติหนังทั้งเรื่องสเกลของภาพก็จะเป็นแบบหนังปกติทั่วไป แต่บางฉากมันก็จะยืดจนเต็มจอเลย คือส่วนที่เป็นสีดำบนและล่างจะหายไป ให้รายละเอียดเต็มๆ ตามากๆ

เรื่องของ subtitle ภาษาไทย เรื่องนี้มาแปลก คือมันจะเป็นแบบจางๆ นะ จะอ่านยากมาก ถ้าตรงตัวหนังเป็นสีออกขาวๆ ซึ่งไม่เข้าใจว่าเค้าตั้งใจให้มันไม่กวนตัวหนังหรือเปล่า เพราะเราก็ไม่ได้ดูหนังมานานมาก ก็ไม่รู้ว่าสมัยนี้เค้าเป็นแบบนี้กันหมดแล้วหรือเปล่า

โดยรวมถือว่าคุ้มค่านะ หนังยาวประมาณสองชั่วโมงครึ่งออกจากโรงมาตอนตี 2 กลับถึงบ้านเกือบๆ ตี 3

Fast & Furious หรือ The Fast and the Furious 4!

โอ้แม่เจ้า… มีภาค 4 ที่สำคัญคือ Vin Diesel กับ Paul Walker และนักแสดงหลักๆในภาคแรกกลับมาเล่นกันอีกครั้ง!

ติดตามข้อมูลได้ที่ http://www.fastandfuriousmovie.net

ได้ชมกัน Summer 2009 ไม่รู้จะสนุกเหมือนภาคแรกไหม แต่ดูตัวอย่างแล้วก็น่าจะโอเคกว่าภาคสองภาคสามแน่ๆ