การออกแบบรถที่ใช้ในเมืองที่น่าจะเป็น

เท่าที่เห็นรถยุคนี้การออกแบบมีแนวโน้มที่จะโค้งมนไปซะหมด กระจกหน้าต้องลาดๆ ยาวๆ กระจกท้ายก็ลาดๆ เล็กๆ ดูแล้วมันสปอร์ตเอามากๆ ดูแล้วรู้สึกได้ว่ารถคันนี้มันจะต้องวิ่งได้เร็วเพราะไม่ค่อยต้านลมแบบรถสมัยก่อน 

แต่ระยะหลังผมก็มาเริ่มสังเกตรถสมัยใหม่เวลาที่ได้ไปลองนั่งตำแหน่งคนขับ ก็พบว่ามุมมองมันแย่มากๆ เพราะปกติผมใช้เจ้า Toyota Corolla สามห่วงเป็นประจำมุมมองหน้ารถและด้านข้างจะไม่แย่ขนาดนี้ คือเวลาที่กระจกหน้ารถมันลาดๆ มันก็จะทำให้ตำแหน่งที่เริ่มต้นกระจกจะอยู่ไกลออกมาไปจากตัวคนขับมากขึ้น ด้วยมุมมองแบบ Perspective เราก็เลยจะมองเห็นมุมของกระจกใกล้ตรงกลางมากขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้เสา A มาบดบังทัศนวิสัยเยอะมาก

แล้วด้านหลังรถที่ดูภายนอกเหมือนจะมีกระจกที่ใหญ่ แต่เอาเข้าจริงๆ พอได้มานั่งในรถจะเห็นได้ว่าส่วนที่มองด้านหลังได้นั้นเล็กนิดเดียวเพราะจะโดนเสา C ที่มีขนาดใหญ่บังเยอะมาก

ผมก็มานั่งคิดว่าการขับรถในเมืองนั้นจริงๆ มันแทบจะทำความเร็วมากไม่ได้ ยกเว้นบนทางด่วน แต่ก็มีการจำกัดความเร็วเอาไว้ไม่เกิน 120 km/h ซึ่งก็ไม่ได้เร็วมากมายอะไร แล้วทำไมเราต้องใช้รถที่มีการออกแบบให้มันลู่ลมขนาดนั้น แล้วสิ่งที่เสียไปมันคือทัศนวิสัยที่ดีของรถ มันคุ้มกันไหม?

ผมเลยคิดว่าจริงๆ การออกแบบรถที่ใช้วิ่งในเมืองน่าจะปรับการออกแบบให้ทัศนวิสัยดีเป็นอันดับแรก เรื่องความเร็วหรือรูปทรงหวือหวาน่าจะเป็นเรื่องรอง ยิ่งสำหรับเมืองไทย อย่างกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ ที่มีการใช้รถจักรยานยนต์กันเป็นส่วนมาก ถ้ามุมมองในการขับรถแย่แล้ว ยิ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากขึ้นไปอีก

นี่คงเป็นโจทย์ใหญ่ๆ สำหรับผมในการที่จะคิดซื้อรถคันใหม่ ถ้าทัศนวิสัยมันแย่ก็คงต้องตัดใจเลยดีกว่า มันไม่คุ้มกันเท่าไหร่

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s