รู้สึกว่าพบทางออกที่หาอยู่

ก่อนหน้านี้จะรู้สึกว่าอยากออกไปทำอะไรซักอย่างให้ชีวิตมันได้มีความวุ่นวายบ้างในแต่ละเดือนๆ แต่ครั้นจะไปทำงานประจำนั่นก็มากเกินความต้องการ

เคยคิดว่าจะไปเข้าค่ายอาสาทุกเดือน แต่ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ แถมบางครั้งเราก็ไม่อยากไป บางทีมันก็ไกล ต้องเดินทางนาน

เคยคิดว่าจะกลับไปทำงานกับบริษัทของพี่เหม่งอาทิตย์ละวัน แต่ก็รู้สึกว่าการเดินทางไปกลับมันสาหัสพอควรถ้าเกิดไม่เอารถไป

จนมาวันนี้ได้ทางเลือกใหม่เข้ามา และก็คิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่เรากำลังหาอยู่ นั่นคือการไปเป็นผู้ช่วยวิทยากรให้กับการฝึกวิปัสสนากรรมฐานที่วัดผาณิตาราม

ที่เราได้เจอเส้นทางนี้ก็โดยบังเอิญ เพราะว่าจากการที่เราไปปฏิบัติธรรมที่วัดผาณิตารามตอนวันที่ 5-12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทางผู้ช่วยวิทยากรรุ่นก่อนเค้าก็เห็นแววว่าเราน่าจะมาทำตรงนี้ได้ เลยเรียกไปคุยในวันสุดท้ายของการปฏิบัติ ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว ยังมีอีก 3 คนที่ถูกคัดเลือกออกมาด้วย ทุกคนก็ดูจะสนใจ แต่อาจจะยังมีห่วงเรื่องงาน เรื่องครอบครัวอยู่บ้าง

จนวันนี้เค้าก็ได้นัดให้มาฟังอบรมการเป็นผู้ช่วยว่าต้องทำงานอะไรบ้าง มีประสบการณ์จากรุ่นพี่ยังไงกันบ้าง มีข้อดีข้อเสียยังไงกันบ้าง ซึ่งก็จัดที่โรงแรม Novotel สยามสแควร์กันเลยทีเดียว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปในโรงแรมนี้

งานนี้เค้าจัดได้อย่างหรูหรามาก เราล่ะอึ๊งเลย แบบเป็นห้องประชุมสัมมนาแบบเป็นทางการสุดๆ มีไมค์ไว้ให้พูดด้วยอะ แถมตอนเที่ยงยังเลี้ยงอาหารเป็นบุฟเฟ่ต์ของโรงแรมที่สุดแสนหรูหราและอร่อยสุดๆ อีก *0* สุดยอดดดด

พอเสร็จสิ้นการสัมมนาเราก็ตัดสินใจไปลงชื่อเป็นผู้ช่วยวิทยากรทันที ซึ่งเราจะไปทำหน้าที่ในวันที่ 15-22 มกราคม 2553

สาเหตุที่เราคิดว่างานนี้แหละที่เป็นสิ่งที่เรามองหาอยู่ นั่นก็เพราะว่า งานนี้สามารถไปทำได้แทบจะทุกเดือน ทั้งปี ที่อยู่สบาย อาหารมังสะวิรัติก็สุดยอด นอนก็ยังนอนแอร์อีกอ่ะ

แล้วที่นี่เราคิดว่าไม่ไกลเท่าไหร่ อยู่ฉะเชิงเทรา ซึ่งขับจากบ้านเราไปแค่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้นเอง และข้อดีที่เป็นสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจว่าจะลองทำนั่นก็เพราะว่าจะเป็นการช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ปฏิบัติได้อย่างเต็มที่ ได้ผลดีที่สุด ซึ่งนั่นจะเป็นการทำบุญอย่างใหญ่อย่างนึงเลย แถมเราก็จะยังได้ฝึกอีกหลายๆ อย่าง เช่น

  • ฝึกการดูจิตตัวเองในเวลาดูแลผู้มาปฏิบัติ
  • ฝึกการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น
  • ฝึกการพูดคุยกับผู้อื่น (พอเรามาทำงานอยู่กับบ้านมากๆ แล้วเรามีปัญหากับการพูดคุยกับคนอื่นอย่างหนัก)
  • ฝึกการสำรวมกาย วาจา ใจ
  • ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  • ฝึกการดูแลผู้อื่นอย่างเท่าเทียมกัน
  • ฝึกการเสียสละสิ่งต่างๆ เพื่อผู้อื่น

ซึ่งดูแล้วมันคุ้มค่ามาก กับการไปอยู่ดูแลผู้อื่น 7 คืน 8 วัน ซึ่งการทำหน้าที่ตรงนี้มันน่าจะช่วยให้เรามีสติในการทำงานประจำของเรามากขึ้นอีกด้วย

แถมยังได้ไปดู ไปเรียนทบทวนธรรมะต่่างๆ พร้อมๆ กับผู้มาปฏิบัติอีกต่างหาก แม้จะไม่ได้รับค่าจ้างเลย แต่เราว่ามันโคตรคุ้มเลยล่ะ

ก็ต้องมาดูกันว่ามกราคมนี้เราจะทำได้ดีแค่ไหน ^ ^

Advertisements

2 thoughts on “รู้สึกว่าพบทางออกที่หาอยู่

  1. โมทนาสาธุ อิ่มบุญไปด้วย
    เดือนมกราที่ผ่านมา ด๋อยได้ไปทำไรมามั้งล่ะ
    เล่าสู่กันฟังหน่อยเนอะ
    เราก็อยากจะไปปฎิบัติธรรมเหมือนกันนะ
    แต่คงไม่มีโอกาส
    การเตรียมตัวไปปฎิบัติธรรมต้องทำไงมั้ง
    แล้วที่วัดนี้เค้ามีการปฎิบัติธรรมกันบ่อยม่ะ
    หรือว่ามีตลอดทั้งเดือน
    ยังไงเราขอให้ด๋อยเป็นพี่เลี้ยงทางธรรมให้หน่อยแล้วกันนะ

  2. ถ้ามิ้นท์อยากลองไปปฏิบัติธรรมดูบ้างก็อ่านรายละเอียด และสมัครสมาชิกได้ที่ http://www.kondee.com ได้เลยจ้า

    ส่วนตารางการปฏิบัติก็มีทั้งปีนะ ดูได้ที่นี่ http://www.kondee.com/table.php
    (ต้องสังเกตตรงช่วงอายุว่าเราจะสมัครได้คอร์สไหนบ้าง และดูตรงวันที่เริ่มเปิดรับสมัครด้วย เพราะจะเต็มเร็วมาก)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s