สวัสดีครับ ผู้ที่หลงเข้ามาอ่านทุกท่าน

ผมชื่อด๋อยครับ เป็นชื่อที่เพื่อนๆตั้งให้ตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษาปีที่ ๑

ตอนที่ได้ชื่อนี้มาก็มาจากวันรับน้องใหม่ครับ รุ่นพี่ ม.๖ เค้าจะเป็นคนจัดงานรับน้อง เค้าเลยให้กระดาษรายชื่อมาเขียนชื่อเล่นของแต่ละคนลงไป เพื่อให้พี่ๆเค้าเอาไปทำป้ายชื่อเพื่อจะได้รู้ว่าน้องคนไหนชื่ออะไร ชื่อเล่นของผมที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งให้ ชื่อว่า “นพ” ผมก็เขียนลงไปอย่างนั้น แต่ไหงตอนพี่เค้าทำป้ายชื่อมาให้คล้องคอ มันเขียนว่า ” นพด๋อย ” ก็ไม่รู้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเพื่อนๆทุกคนก็จะรู้จักผมในชื่อเล่นว่า “ด๋อย” ครับ

ซึ่งหลังจากที่เรียนจบ ม.๖ แล้ว จริงๆผมจะกลับไปใช้ชื่อเล่นจริงๆของผมก็ได้ แต่ผมเลือกที่จะให้เพื่อนๆเรียกผมว่า ด๋อย ต่อไป เพราะผมว่าหน้าตาผมเหมาะกับชื่อนี้นะ )

(มารู้ตอนหลังว่าไอ้อั๋นมันมาเขียนเติมให้ครับ เพราะตอนที่พี่เค้าให้ใบรายชื่อมาเขียนชื่อเล่นนั้น ผมเขียนชื่อเล่นเป็นคนแรกๆ ไอ้อั๋นมันเขียนทีหลังเลยเขียนเติมให้ผมซะเลย ต้องขอบใจมันจริงๆที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล)

แต่ชื่อนี้ที่บ้านผมก็จะรู้ว่าเพื่อนๆเรียกกันแบบนี้ แต่ที่บ้านจะเรียกผมว่า “นพ” ครับ ดังนั้นถ้าบังเอิญเจอผมเรียกชื่อไหนก็ได้ครับ

มารู้จักกับผมอีกนิดนึงละกันนะครับ ผมเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ เรียนเกือบจะไม่จบน่ะครับ ต้องเข็นแล้วเข็นอีกถึงได้จบออกมาได้

ตอนนี้มาเรียนต่อปริญญาโทครับ ที่สหรัฐอเมริกา มาเรียนที่ SCAD (Savannah College of Art and Design) มาเรียน Computer Arts ด้าน Animation แต่ไม่จบครับ เนื่องจากอยู่ที่นี่ไม่มีคนมาเข็นแล้ว เข็นตัวเองก็ไม่ขึ้นซะด้วย แหะๆ

ชีวิตการทำงานก่อนที่จะมาเรียนที่นี่ ผมทำงานเป็นเว็บดีไซน์เนอร์ ก็รับออกแบบเว็บแบบความรู้งูๆปลาๆไปเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้ไปทำงานประจำที่เว็บ www.catcha.co.th สมัยนั้นฟองสบู่ยังไม่แตก อะไรๆก็ดีไปหมด ที่นี่ผมได้มีโอกาสเจอคนเก่งๆหลายๆคน เช่นพี่ฮ้วง เจ้าของเว็บ Siampage ในอดีต และน้องตู้ โปรแกรมเมอร์ระดับเซียน และได้เพื่อนดีดีอีกหลายๆคนจากที่นี่แหละครับ

หลังจากเบื่องานเว็บช่วงนั้น ประกอบกับว่าฟองสบู่เริ่มจะแตกตัวแล้ว ผมเลยลาออกเพื่อจะไปเรียนต่อ แต่แทนที่จะไปเรียนต่อในสาขาที่ตัวเองทำงานมาแล้ว กลับเลือกไปต่อในสาขาที่ตัวเอง”คิดว่า”น่าจะชอบซะนี่ จนในที่สุดมันก็ไปไม่รอดครับ เสียเวลาไปสี่ปีกว่า ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยครับ แต่ก็ยังดีที่ผมได้พบกับสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตผมไปเลย นั่นก็คือธรรมะครับ

ผมไม่เขียนถึงธรรมะว่าดียังไงนะครับ เพราะทุกท่านคงทราบดีกันอยู่แล้ว แต่ผมนี่สิครับ เพิ่งจะรู้ ยังไงก็ยังไม่สายเกินไปใช่ไหมครับ

ตอนนี้ผมเลยหันกลับมาทำงานเว็บเหมือนเดิม ที่ผมค้นพบว่าผมสนุกกับมันมากกว่าทำ Animation เป็นไหนๆ ยิ่งตอนนี้กระแดะมาทำตัวเป็นโปรแกรมเมอร์แล้วด้วย ยิ่งสนุกท้าทายขึ้นไปอีก

เดี๋ยววันที่ ๒๙ มีนาคมนี้ ผมก็จะกลับไทยแล้วครับ ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไงบ้างเหมือนกัน แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามวิถีของมันดีกว่าครับ