You are currently browsing the monthly archive for พฤศจิกายน 2008.

วันที่ไปซื้อ Mac mini มาเป็นวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 นี่ก็ปาเข้าไปวันที่ 22 พฤศจิกายน 2551 แล้ว อายุก็ปีกว่าๆแล้วเย้

และนับตั้งแต่วันที่ซื้อมาจนถึงวันนี้ Mac mini ไม่มีการเปลี่ยนแปลง spec ใดๆเลย! มีแต่ราคาที่ปรับลงมาเพราะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง

ใจจริงก็อยากจะให้มันอัพเดทตัวเองซักทีเหมือนกัน เพราะมันนานมากๆแล้ว อย่างน้อยๆผมว่าการ์ดจอออนบอร์ดมันก็น่าจะไปใช้ intel GMA X3100 ไรงี้ได้นานแล้ว จนตอนนี้ควรจะเป็น NVidia แล้วด้วย

รอลุ้นกันต่อไปว่ามันจะอัพเดทหรือมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่

แต่เจ้า Mac mini ที่ใช้มาปีกว่านี้ มันก็ทำงานได้อย่างดี ซื้อ Windows XP Home ของแท้มาใช้ ก็รู้สึกอุ่นใจดี แต่พอใช้ XP ทำงานแล้วแทบไม่ได้ไปเปิด Mac OS X เลย ข้อที่ผมไม่ชอบ Mac OSX ก็คือ ผมยังไม่เจอโปรแกรมที่มาแทนโปรแกรมที่ผมใช้บ่อยๆอย่าง NotePad++ ได้ แล้วเรื่องของ font ต่างๆ ผมยังติดกับ font แบบแข็งๆของ Windows มากกว่า ยังชอบลองโปรแกรมแปลกๆบน Windows ชอบการคลิกขวาแล้วดูรูปได้เลย ไม่ชอบโปรแกรม Preview บน Mac เอาซะเลย คือมันกั๊กๆไงไม่รู้สิครับ คงจะชินกับ Windows น่ะแหละครับ

แต่การมี Mac OS X เอาไว้ด้วยก็อุ่นใจดีครับ อยากจะทดลองอะไรก็สลับ OS ไปใช้เท่านั้นเอง

อ้อ ข้อที่ผมไม่ชอบ Mac OS X อีกข้อคือ มันจะชอบมีให้ผมอัพเดทโปรแกรมของมันบ่อยมาก แถมไฟล์นึงก็อย่างใหญ่ แล้วเน็ต 256Kbps ของผมเนี่ย กว่าจะโหลดเสร็จซักอันต้องรอนานมากๆ ทำอะไรไม่ได้เลย อันนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่ชอบเอาซะเลย ผิดกับ Windows ที่ไม่เห็นมีอะไรใหญ่ๆแบบนี้ซักเท่าไหร่ มาทีก็ service pack กันไปเลย

ตอนนี้เลยขอใช้ Windows XP Home ต่อไปครับ

แบตฯเจ้า Sony Clie NR70V ตัวเก่งเริ่มเสื่อมมาได้ซักพักแล้ว อาการของมันคือพอชาร์ตทิ้งไว้หยิบมาใช้ปุ๊บ แบตฯมันก็จะลดลงทันทีเลย แล้วลงเร็วด้วยสิ ทีนี้จะเอาไปใช้ที่ไหนก็จะไม่ไหวแระ เพราะเปิดเครื่องแป๊บเดียวแบตฯก็หมดแล้วอะ เสี่ยงต่อการ Hard Reset อย่างยิ่ง

ทีแรกว่าจะเอาไปเปลี่ยนแบตฯที่ Oska ที่เคยเอาแบตฯ Sony Vaio N505VX ไปเปลี่ยนไส้แบตฯมาแล้วทีนึง แต่มันก็ไกล๊ไกลอะ อยู่ตั้งโน่นแน่ะ อ่อนนุชอะ เราเลยถามว่าถ้าจะสั่งแบตฯจากที่บริษัทมาเปลี่ยนเองจะได้ไหม เค้าบอกว่าได้ แต่บริษัทจะไม่รับประกันแบตฯให้นะ (ถ้าเข้าไปเปลี่ยนที่บริษัทเค้าจะประกันให้ 3 เดือน ซึ่งเราว่ามันก็น้อยอยู่ดีอะ) แล้วราคาค่าแบตฯที่ถามมาก็ตกอยู่ราวๆ 700 บาทโน่นน่ะ แพงเหลือเกิน

เลยลองไปหาดูใน eBay ก็เจออยู่หลายเจ้า มาเจอที่โดนมากๆก็ราคาแค่ $0.99 ราวค่าส่งมาไทยอีก $6 เป็น $6.99 เอง โอ้วว ตกเป็นเงินบาทก็ราวๆ 245 บาท ถูกกว่าไปเปลี่ยนกับ Oska ตั้ง 500 แน่ะ(นี่ยังไม่รวมค่ารถ ค่าน้ำมันที่ต้องนั่งไปที่บริษัท แถมเสียเวลาไปอีกวันนึง) ก็เลยสั่งเลย วันนี้ก็เพิ่งจะมาถึง ส่งมาจากฮ่องกงนี่เอง ใช้เวลาราวๆ 5 วันมั๊งนะ

พอได้แบตฯมาใหม่ก็ไม่รอช้า ทำการ Backup ข้อมูลด้วยโปรแกรม MS Backup ที่อยู่ในเครื่อง แล้วก็จัดการเอาไขควงจิ๋วมาไขนอตด้านหลังออกทั้งหมด ขั้นตอนนี้ไม่ยากเลย เพราะเคยทำมาแล้วครั้งนึง เสร็จแล้วก็เอาแบตฯเก่าออก จับยัดแบตฯใหม่เข้าไป ปิดฝาหลังไขนอตกลับเข้าที่เดิมทั้งหมด เพราะเราเรียงเอาไว้อย่างดีว่าอันไหนไขรูไหน ก็เปิดติดใช้งานได้ดี เย้

เสร็จแล้วก็ทำการเอาข้อมูลที่ Backup ไว้ตะกี้มาลงในเครื่องเหมือนเดิม เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

ตอนนี้ก็รอดูไปว่ามันจะใช้ได้นานแค่ไหนกันหนอ เสียวอยู่เหมือนกันว่ามันจะระเบิดไหมหว่า เหอๆๆ

แต่ความจุของแบตฯตัวใหม่นี่น้อยกว่าตัวเก่าที่ซื้อมาเปลี่ยนนะ ของเดิมมัน 1400 mAh แต่อันใหม่นี่ 1200 mAh และก็เพิ่งรู้ว่าแบตฯมันเป็นแบบ Lithium-polymer ไม่ใช่ Lithium-ion แฮะ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาขับรถกลับชัยนาทเพื่อจะไปงานทอดกฐินที่แม่เราเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัด ออกจากกรุงเทพฯราวๆบ่ายสองโมงกว่า ก็ขับไปเรื่อยๆแวะซื้อขนมบ้าง มีเอกับไอ้เต๋านั่งไปด้วยกัน ระหว่างทางก็เจอฝนนิดหน่อย พอให้เย็นๆ ไปถึงบ้านที่ชัยนาทราวๆ 5 โมงเย็นพระมาสวดพอดี เราเลยไม่ได้เข้าไปเพราะเห็นคนเต็มเลย แต่ก็ไม่มีอะไร ก็ยังงงๆเรื่องพิธีการอยู่เหมือนกัน เสร็จแล้วก็กินข้าวกัน มีกับข้าวเต็มเลย ทีแรกก็ว่าจะไม่กินแล้วนะ แต่แหม อาหารน่ารับประทานทั้งนั้นเลยนี่นา ก็เลยกิน

เสร็จแล้วเมเม่กับพี่ณัฐพี่เหม่งก็ตามมาสมทบ ก็เลยเล่นกับเมเม่กันสนุกไปเลย เมเม่พอหายตื่นคนแล้วก็ซนได้ใจเลย แต่ดีที่เป็นเด็กร่าเริงไม่งอแงเลย คงได้เชื้อแม่มาเต็มๆ เพราะหน้าตาก็คล้ายกันมาก 

คืนนี้เรากับเอนอนบ้านริมน้ำกัน เอาเจ้าเต๋าไปขังกรงในบ้านใหญ่ เห็นแม่บอกกลางคืนมันร้องด้วย สงสัยว่าจะเหงาล่ะมั๊งนะ 

ตื่นมาตอนเช้าก็อาบน้ำแต่งตัวกินข้าวแล้วไปที่วัดกัน แล้วก็รอแห่กฐินกันรอบโบสถ์สามรอบ ก็เป็นที่สนุกสนานกันมาก เมเม่ก็เต้นใหญ่เลย 

แล้วก็เข้าไปถวายของพระที่ศาลาแล้วก็ร่วมรับประทานอาหารกันตามระเบียบ กับข้าวเพียบเลย กินกันอิ่มตื้อ แล้วก็จัดการเก็บข้าวของกลับบ้าน งานนี้มีแขกมาร่วมงานไม่ต่ำกว่าร้อยคน ก็ใหญ่ระดับนึงเลยแหละนะ เสร็จแล้วก็กลับบ้านไปเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯกัน 

เราก็ขับกลับใช้เส้นทางสายสุพรรณบุรี ก็มีแวะเติมน้ำมันหนึ่งรอบ 3/4 ของถัง เสียไป 675 บาท นับว่าถูกกว่าตอนไปสิงห์บุรีคราวก่อนเยอะเลย แล้วก็แวะกินขนมเล็กน้อยแล้วก็ขับกลับยาว ไปถึงบ้านราวๆ 4 โมงกว่าๆ ก็เอาของไปเก็บแล้วก็แวะเอาของไปให้ป้าแดง แล้วก็ไปเติมน้ำดื่ม ซื้อกับข้าวเย็น 

กลับมาก็ยังไม่เดี้ยงนะ แต่พอตื่นเช้ามาอีกวันดิ โอย ปวดหัวมากเลย มึนไปทั้งวัน ทำอะไรไม่ได้เลย ต้องนอน กินยามาดีขึ้นตอนเย็นๆ ก็เข้ามาอัพเดทงานแล้วก็นอนยาวอีกรอบ

ตั้งแต่ได้เจ้า Acer Aspire One มานี่ก็แทบไม่ได้เอาออกไปไหนอย่างที่คิด เนื่องจากว่าการทำงานกับจอใหญ่ๆทำอะไรได้เร็วกว่ามาก จอเครื่อง Desktop ของผมขนาด 20″ ละเอียด 1680×1050 pixel แล้วจอน้องวรรณ แค่ 1024 x 600 pixel ต่างกันเยอะพอสมควร 

แล้วเรื่องของ touchpad ที่ผมพยายามจะใช้ให้มาก ไม่อยากต้องคอยเอาเม้าส์มาเสียบใช้งาน มันก็เล็กและใช้ได้ไม่ถนัด ทำให้เวลารีบๆทำงานมันจะไม่ได้ดั่งใจ 

ปัญหาอีกอันที่เจอก็คือเรื่องของพัดลมที่ดังของมัน ทำให้ผมรู้สึกขัดๆใจนิดหน่อย แต่ถ้าเสียงรอบข้างไม่เงียบมันก็แทบไม่ได้ยินนะ 

แล้วจอที่เป็นแบบ Glossy หรือจอแบบกระจกที่เค้าเรียกกันเนี่ย มันก็สะท้อนแสงมากไปหน่อย ทำให้การใช้งานในที่ที่มีแสงมากๆทำได้ไม่ค่อยสะดวกนัก 

เฮ้อ คิดถูกไหมเนี่ยที่ซื้อเจ้านี่มาใช้ 

แต่ข้อดีมากๆเลยก็คือแบตฯมันอึดน่ะแหละครับ ใช้กันลืมไปเลย

ช่วงนี้งานเยอะเป็นพิเศษ จริงๆแล้วก็ไม่ได้เยอะมากจากก่อนหน้านี้ มันก็งานเดิมๆที่ทำๆอยู่น่ะแหละ แต่มันควรจะต้องเสร็จได้แล้วนี่สิ แล้วทุกๆงานก็อยากจะได้เร็วๆกันทั้งนั้น ไอ้เราก็ไม่รู้จะทำอีท่าไหนดีเลย ก็เลยพยายามเร่งทำๆให้เสร็จ

แล้วพอเร่งๆแบบนี้ มันก็จำเป็นที่จะต้องพยายามไม่ฟุ้งซ่าน เพราะงานมันต้องเสร็จ จะไปทำนู่นทำนี่มันก็ไม่สามารถละ ก็เลยต้องพุ่งสมาธิทั้งหมดมาที่งานตรงหน้า เรื่องฟุ้งซ่าน การบ้านการเมือง เศรษฐกิจทั้งหลาย ลืมมันไปหมดสิ้น ไม่รู้แล้วว่าตอนนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้ว

ซึ่งจะว่าไปจริงๆแล้วมันก็มีข้อดี คือทำให้เราไม่ต้องไปเครียดกับมัน เพราะเคยมีพักนึงที่พันธมิตรฯบุกไปยึดทำเนียบรัฐบาล ที่ช่วงนั้นเราพยายามติดตามข่าวอย่างมาก ทั้งทีวี ทั้งอินเทอร์เน็ต สุดท้ายเครียดจนทำงานไม่ได้ แล้วตอนนี้ยังไม่จบเลยอะ นี่ถ้าเราบ้าต่อก็ไม่ต้องไปทำงานอะไรกันแล้ว

ช่วงนี้เลยเหมือนว่าตัวเองหลุดออกจากโลกของความวุ่นวาย มานั่งทำงานอะไรก็ไม่รู้อยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมๆ หวังว่าเสร็จงานพวกนี้แล้วเราจะได้ออกไปพักผ่อนเปิดหูเปิดตาบ้าง

ปฏิทิน

พฤศจิกายน 2008
อา พฤ
« ต.ค.   ธ.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

a

ตัวนับ

  • 6,993 ป้ง