You are currently browsing the monthly archive for ตุลาคม 2008.

ช่วงนี้กลับมาตื่นนอนตอนเช้า ทำงานตอนกลางวัน และนอนตอนกลางคืน แบบคนปกติทั่วไปเค้าทำกันละครับ

ช่วงนี้ตื่นตั้งแต่ 6-7 โมงเช้า หาข้าวกินแล้วก็เริ่มทำงานตอน 9 โมง ผมโชคดีที่ไม่ต้องเร่งรีบกับกิจกรรมช่วงเช้ามากนัก เพราะไม่ต้องเผื่อเวลาเดินทางไปทำงาน ฮี่ฮี่

ช่วง 9-เที่ยง ก็ทำงานเลยครับ ลุยงานกันไปเต็มที่ มีอู้บ้างตามประสา แต่ก็จะพยายามควบคุมตัวเองให้ทำงานต่อเนื่อง(เพราะงานมันเร่งทำไม่ทันน่ะเอง อู้ไม่ค่อยได้แระ)

เที่ยง-บ่ายโมง เป็นเวลาพักกินข้าวเที่ยงและทำกิจกรรมอื่นๆตามสะดวก แต่เอาเข้าจริงกว่าผมจะกินข้าวก็ปาเข้าไปบ่ายสองแระ เพราะงานมันชอบติดพัน -_-’

บ่ายโมง – 5 โมงเย็นก็ทำงานต่อ แล้วก็พักจนกลับมาทำงานต่ออีกตอนราวๆ 2 ทุ่ม ไปจนราวๆสี่-ห้าทุ่ม แล้วก็ไปนั่งดูทีวี จนตาปิดแล้วก็ขึ้นไปนอนราวๆ เที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง

จริงๆนี่ก็ยังไม่ใช่กิจวัตรประจำวันของผมหรอกครับ เพราะเป็นแบบนี้มาแค่วันเดียวเอง 5555 (เล่าซะยังกับทำเป็นประจำ :P ) แต่ก็กะว่าจะลองใช้ชีวิตแบบนี้ดูให้ได้ซักระยะนึง เพื่อเป็นการเตรียมตัวปรับเข้าสู่ระบบของคนทำงานประจำ เผื่อจะเปลี่ยนกลับไปทำงานประจำกับเค้าบ้าง หรือไม่ถ้าแบบนี้มันโอเคแล้วก็คงไม่กลับไปทำงานประจำล่ะครับ เพราะเป็นคนขี้เกียจเดินทางการจราจรติดขัด

มานึกๆดูเจ้า Acer Aspire One ที่ผมเพิ่งซื้อต่อเค้ามา นับเป็น Notebook มือสองเครื่องที่ 6 แล้วของผม เพราะนับจากตัวแรกที่เคยสั่งมาก็มี

  1. Dell Latitude CPi
  2. Sony Vaio N505VX
  3. Toshiba Portege 7020ct
  4. Sony Vaio Z505JS
  5. Sony N505VX อีกตัว
  6. Acer Aspire One A150

โอ้ววว ช่างเยอะเสียจริงเรา แต่ช่วงแรกๆที่ลองสั่งเจ้า Dell Latitude CPi มาเล่นนี่แบบว่าเสี้ยนน่ะครับ อยากจะมี Notebook กับเค้าบ้าง แต่ไม่มีตังค์มากมาย เลยลองของเก่าๆก่อน แต่จำได้ว่าตอนนั้นมันก็โอเคเลยนะ จอใหญ่ดี แต่หนักโคตร หนามาก สุดท้ายก็ส่งคืนเค้าไป เพราะ spec ไม่ตรงกับที่ลงโฆษณา

จนมาได้เจ้า Vaio N505VX นี่แหละ โดนใจสุดๆ เพราะตัวมันเล็กดี แต่ตัวนี้ก็ยกให้เพื่อน(แฟนเก่า)ไป แล้วก็ไปเอาเจ้า Toshiba Portege 7020ct มาเล่น ตัวนี้ก็นับว่าใช้ดี จอ 13.3″ ใหญ่ใช้ได้ แถมบางหน่อย แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่ามันยังพกลำบาก เลยขายไป

แล้วก็มาลองเจ้า Vaio Z505js ตัวนี้ดีตรงจอมัน 12″ แล้วก็ไม่หนาเท่าไหร่ ตัวเครื่องแข็งแรง คล้ายๆ N505VX เลย แต่เจ้าตัวนี้ดันมีปัญหา มันชอบดับเอง สุดท้ายเลยขายไปอีก

จนรู้สึกว่าเจ้า N505VX นี่แหละเหมาะสุดละ เลยไปขวนขวายหามาอีกรอบ ได้มาแบบพังๆ ดีที่เอามาซ่อมจนใช้งานได้ ก็เลยใช้มาเรื่อย

ข้อเสียของมันก็คือแบตฯมันไม่อึด แล้วก็เครื่องร้อนมากๆ สุดท้ายเลยต้องไปหาเจ้า Netbook อย่าง Acer Aspire One มาใช้แทน ซึ่งมันก็โอเคเลยในระดับนึง แต่ยังไม่ค่อยคุ้นกับความสูงของจอแค่ 600 pixel เลยแฮะ รู้สึกมันสั้นเกินไปหน่อย ทำอะไรลำบาก แต่ก็ไม่ได้ต้องการจะใช้อะไรจริงๆจังๆอยู่แล้วก็น่าจะโอเคแหละโนะ

งานเค้าจัดตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมโน่นน่ะครับ ผมเพิ่งจะเอามาเขียนนี่แหละครับ เพราะว่ารูปก็ไม่ได้ถ่าย(เพราะรู้ตัวว่าถ่ายไม่ดีเลยไม่เอาไปซะเลย) จดก็ไม่ละเอียด(ความสามารถเรื่องการสรุปเนื้อหาอ่อนมาก -_-’)

แต่พอดีวันนั้นเป็นวันที่ทดลองเอาเจ้า Acer Aspire One ไปลองใช้วันแรก ก็เลยได้ลองใช้มันอัดเสียงมาเล่นๆดูครับ

WordCamp 1 , WordCamp 2 , WordCamp 3 , WordCamp 4

งานนี้จัดได้ดีทีเดียว สถานที่ดีมาก แต่ผมว่าไม่เหมาะกับงานแบบสไตล์ BarCamp แต่จะว่าไป งานนี้มันก็ไม่ใช่ BarCamp นะเนี่ย มันคือมานั่งฟังแบบสัมมนาธรรมดาเลยอะ ตั้งชื่อให้ดูอินเทรนด์ BarCamp ไปงั้นเอง (งานนี้ไม่ใช่จัดแบบ BarCamp อยู่แล้วครับ เป็นสไตล์ WordCamp เอง ขอบคุณคุณ iMenn ครับที่มาบอก)

คราวนี้ได้มาเจอคนดังตัวเป็นๆหลายคน เช่น ไอ้แอนนนนน, อาจารย์ศุภเดช กับ พี่หลามจิ๊กโก๋ไอที จากรายการแบไต๋ไฮเทค , น้องซีผู้ที่ทำให้ผู้ชายทั้งห้องหลงไหล , คุณสฤณี คนชายขอบ , คุณไอ้เม่น และอีกเพียบ

แล้วก็ได้เจอน้องหนึ่งที่เคยเจอกันงาน NextWebApps

งานนี้ก็ได้ความรู้เรื่องการทำ Theme ของ wordpress จากคุณไอ้เม่นไปเยอะมากทีเดียว หวังว่าจะได้เอาไปลองทำมั่ง

ขอบคุณวิทยากรทุกท่าน ผู้จัดงาน และ Blogger ทุกท่านที่มาร่วมงานนี้กันอย่างคับคั่ง หวังว่างานหน้าจะจัดสไตล์ BarCamp จริงๆนะครับ :P

และแล้วก็ได้มาจนได้ Acer Aspire one A150 หลังจากที่ตามหามานาน ทีแรกว่าจะไปซื้อรุ่นที่เป็น 3G แล้วนะ แต่ก็อย่างที่บอกราคามันสูงเกินไป แล้วพอดีจนคนนึงเค้าขายมือสองพอดี เป็นรุ่น A150 และสีขาวที่เราอยากได้พอดี๊ ก็เลยโทรไปติดต่อขอเค้าซื้อเลย คนขายชื่อคุณหนุ่ม (น่าจะอ่อนกว่าเราหน่อยนึง)

ก็ได้มาในราคา 12,500 บาท (ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 16,000 บาทหลังจากรวม vat) ก็ได้ส่วนต่างไป 3,500 บาท เอาไปซื้ออุปกรณ์เสริมอื่นๆได้อีก

หลังจากที่ตกลงซื้อก็นัดเจอกันเลยล่ะ พอดีเค้าสะดวกมาเจอที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ก็เลยเอานัดตอนทุ่มสี่สิบห้า เค้ามาตรงเวลาแป๊ะเลย ก็เปิดเครื่องลองกัน เช็คอุปกรณ์ต่างๆ ทุกอย่างก็ครบดี แถมมีกระเป๋า Acer ที่เค้าได้แถมให้มาด้วยอีกใบ แต่ไม่สวยอะ คงไม่ได้ใช้

เมื่อเรียบร้อยก็จ่ายเิงินไป เย้ ได้มาแล้ว

กลับมาบ้านก็เอามาเปิดลองเล่นซะหน่อย ก็ไม่เลวร้ายอะไรนัก แต่รู้สึกหน่วงๆเป็นบางที แล้วบางทีก็มีจอกระพริบแปลกๆ แต่คิดว่าคงเป็นที่ Software มากกว่า น่าจะหาทางแก้ได้

ช่วงนี้ก็คงเป็นช่วงที่จะต้องลองเอางานมาทำบนเจ้านี่ดูละ แต่รู้สึกเลยว่าจอมันเล็กไปหน่อย แต่แอบหวังว่าเราจะชินกับมันในเร็วๆนี้ แบตฯก็อึดพอใช้ได้ ราวๆ 4-5 ชั่วโมง นับว่าโอเคแหละ

วันนี้มีงาน Comworld วันแรก เราไม่ได้ไปหรอกเพราะตื่นซะบ่ายแล้ว แต่โทรไปถามพี่เหม่งเค้าไปดูมา ปรากฏว่าราคาเปิดตัวออกมาตั้ง 22,900 บาท(ไม่รวม vat) ราคาแบบนี้รับไม่ไหวจริงๆแฮะ แถมของก็ยังไม่มาด้วยสิ ต้องจองไว้

งาน Comworld ครั้งนี้ Aspire one ก็ลดราคาลงมาหน่อยนึง พร้อมเพิ่มตัวเลือกมากขึ้นโดยการปรับ option แต่ละรุ่นออกไป

เลยไม่รู้ว่าจะซื้อดีไหม ใจจริงก็อยากได้ที่มี 3G ในตัวอะแหละนะ แต่มันก็แพงเกินไปหน่อย ถึงแม้ว่าจะลงมาเหลือแค่ 20,000 เราว่ามันก็ยังเกินความจำเป็นในตอนนี้

ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมสำหรับการมีบ้านเป็นของตัวเอง เพราะตอนนี้อยู่บ้านที่พ่อกับแม่ซื้อเอาไว้ ก็อยู่คนเดียวนี่แหละ แล้วบ้านที่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่งานบ้านมันเยอะแฮะ แค่กวาดบ้านถูบ้านนี่ก็เหนื่อยแล้ว ไหนจะมาเรื่องหาข้าวให้หมา ซื้อกับข้าว จ่ายตลาด ซักผ้า ล้างห้องน้ำ อู๊ยย งานเต็มไปหมดเลย แล้วเป็นผู้ชายอะนะ ยากที่จะทำงานพวกนี้

แล้วไหนจะมีงานที่ต้องทำเพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากท้องก็ต้องทำไปด้วยอีก มันก็เลยยุ่งวุ่นวายไปหมดเลยอะ มันอาจจะเป็นที่เราเป็นคนที่ไม่มีระ้เบียบในชีวิตด้วยแหละ เรื่อยๆซะมากเกินไป

ก็เลยรู้สึกว่า นี่ถ้าเราหาเงินซื้อบ้านเองได้ แล้วเราจะดูแลบ้านได้ยังไงวะ แค่ดูแลห้องเล็กๆของตัวเองยังทำได้ไม่ดีเลยอะ

สงสัยชีวิตนี้คงไม่ได้มีบ้านเป็นของตัวเองแบบคนอื่นเค้าล่ะมั๊งเนี่ย

แต่ก็ดีนะ ไม่เปลืองตังค์ : P ….

และแล้วก็มีข่าวออกมาว่า Acer จะเอา Aspire One ที่มี Module 3G ติดมาด้วยออกขายแล้วที่งาน Comworld วันที่ 16-19 ตุลาคมนี้ ที่สยามพารากอน

สเป๊กก็ไม่แตกต่างจากรุ่น A150 ที่ขายอยู่มากนัก แค่เพิ่ม HDD เป็น 160GB แล้วก็มี 3G module นี่แหละ ด้านหลัง ให้เอา SIM card โทรศัพท์มือถือไปใส่ได้ ทำให้มันใช้ระบบ 3G, EDGE, GPRS ในการรับส่งข้อมูลนอกเหนือจาก Wi-Fi ที่มีอยู่แล้ว

งานนี้ถ้าราคาไม่เกิน 18,000 คิดว่าคงได้ถอยแน่นอนแล้วล่ะ เพราะมันดูจะลงตัวที่สุดแล้ว ณ เวลานี้

http://www.dogdoy.com/biologicalclock/biologicalclock.swf

เป็นนาฬิกาที่บอกว่าเวลานี้เราควรจะทำอะไร เพื่อให้อวัยวะภายในร่างกายได้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

ค่อนข้างจะงงเอาพอสมควรกับ E-mail ฉบับนึงที่ถูกส่งมาวันนี้ 

เนื้อความมีดังนี้

หวัดดีเว้ย 

ไม่รู้จะจำได้หรือเปล่าว่าในอดีต เมื่อสองปีที่แล้ว เราเคยทำนายเรื่องโทรศัพท์มือถือเอาไว้ 

เอ้า มาดูกันว่าจะตรงบ้างหรือเปล่านะ

โทรศัพท์มือถือในวันนี้ น่าจะ…

- รองรับได้ทุกระบบบนโลกนี้
- มีกล้องถ่ายรูประดับ 10 ล้านพิเซลเป็นมาตรฐาน
- มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้ได้นานถึง 5 วันติดต่อกัน คุยได้นาน 20 ชั่วโมงติดต่อกัน
- มีระบบ GPS เป็นมาตรฐาน
- มีโปรเจคเตอร์ที่ฉายภาพออกไปที่ผนังได้
- มี keyboard แบบ IR ที่ฉายลงที่พื้นแล้วพิมพ์ได้
- มี Flash memory ในตัวขนาด 60GB
- ความเร็วของ CPU ระดับ Core 2 Duo (ตอนนี้มันเป็นแบบไหนไปแล้ววะ)
- ขนาดความบางแค่ 1 cm.
- รองรับไฟล์ multimedia ทุกรูปแบบ
- มีจอภาพที่ละเอียดระดับ XGA (1024×768)

แล้วโทรศัพท์เครื่องที่เราใช้อยู่เป็นรุ่นไหนวะ ยังใช้ Treo 180 อยู่หรือเปล่าน่ะ
กลัวว่าข้อต่อมันจะหักไปซะก่อนนะ แหะๆ

ขอให้โชคดีเว้ย

dogdoy @ 11 october 2006 in USA

 

งงไปเลย มันคือ E-mail ที่เราเขียนเอาไว้บนเว็บ FutureMe.org มันคือเว็บที่ให้บริการในการส่ง E-mail แบบตั้งเวลาให้ส่งในอนาคต ซึ่งเราก็ลองเขียนเรื่องทำนายความสามารถของโทรศัพท์มือถือในวันที่ 11 ตุลาคม 2551 ซึ่งก็ไม่ใกล้เคียงซักเท่าไหร่ 

ปัจจุบัน Cpu ของ Desktop ก็ยังเป็น Core2Duo อยู่เหมือนตอนนั้น แสดงว่ามันออกมานานแล้วนะนี่ เดี๋ยวคงต้องลองไปส่งดูอีกรอบดูซิว่าอีกสองปีข้างหน้าเราจะเดาถูกบ้างไหมนะ

วันนี้ออกไปเติมน้ำดื่มแล้วก็แวะไปซื้อของที่เดอะมอลล์บางแคตามปกติ แต่วันนี้มีโปรแกรมว่าจะต้องไปซื้อถุงเท้าคู่ใหม่ด้วย เพราะของเก่ามันเริ่มจะขาดแล้ว ซึ่งของเก่าที่ใช้ก็เป็นถุงเท้ายี่ห้อ Nike นี่แหละ ซื้อมาจากพวก Outlet ที่อเมริกา ราคาก็ไม่แพงมาก แต่ก็ไม่ถือว่าถูก จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ แต่ข้อดีที่ชอบเลยคือมันทนดีอะ เพราะใช้มาตั้งสองสามปีได้แล้ว แม้จะไม่ได้ใส่บ่อย แต่เนื้อผ้ามันก็ทนทานต่อการซักรีดและสวมใส่ได้ดีมาก ช่วงหลังที่มันเริ่มขาดเพราะว่าเอาไปใส่ตีแบดฯนี่แหละ พอวิ่งๆไปรับลูกมันก็เกิดแรงเสียดสีเยอะ ก็เลยเริ่มจะมีรูโผล่มาให้เห็น ก็เลยว่าถึงเวลาสมควรต้องซื้อใหม่ซะที 

วันนี้พอจ่ายเงินค่าอินเทอร์เน็ตเสร็จก็ไปเดินดูถุงเท้าในแผนกเครื่องกีฬาของเดอะมอลล์ทันที ร้าน Nike นี่หาไม่ยากเลย มันใหญ่พอสมควร ก็ยืนเลือกถุงเท้าว่าจะเอาแบบสั้นหรือแบบยาวดี ของเดิมเป็นแบบสั้น ก็ใส่สะดวกดี สูงเกินข้อมานิดนึง อันใหม่เลยขอลองแบบยาวขึ้นมาหน่อย แต่ที่นี่มีขายแค่ขนาดเดียวเองอะ คือไซส์ L ซึ่งก็พอดีสุดความยาวเท้าเราพอดี ราคาก็คู่ละ 140 บาท นับว่าแพงเอาการกับถุงเท้าแค่คู่เดียว ทีแรกก็แอบคิดว่าเอ๊มันจะมีสองคู่หรือเปล่าน้อ แหะๆ คู่เดียวเลยครับ 

มีสีดำกับสีขาว แต่คิดว่่าสีดำโอกาสได้ใช้คงน้อย เลยเอาสีขาวไว้ก่อนดีกว่ายังไงก็ได้ใช้แน่นอน ก็ซัดมาสองคู่ ดีที่บัตรเดอะมอลล์ลดได้ 5% เหอๆ 

กลับมาบ้านมาลองใส่ดูรู้สึกมันคับๆชอบก๊ล เหมือนมันบีบๆรัดๆ แต่ใหม่ๆก็งี้แหละเนอะ ถอดๆใส่ๆซัก 3-4 รอบก็คงใส่คล่องเอง :P

ปฏิทิน

ตุลาคม 2008
อา พฤ
« ก.ย.   พ.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

a

ตัวนับ

  • 6,947 ป้ง