You are currently browsing the monthly archive for สิงหาคม, 2008.

เมื่อวันก่อนออกไปคุยงานที่ Esplanard โน่นแน่ะ ขากลับเลยแวะโน่นแวะนี่ไปเรื่อยเลย เพราะนานๆจะออกจากบ้านทีนึง

แล้วก็อดไม่ได้ที่จะไปแวะดู netbook ตัวที่เล็งไว้ เจ้า Asus Eee PC 1000H นั่นเอง หาไม่ยากเท่าไหร่ เดินไปก็เห็นวางโชว์อยู่หลายร้านเลย ก็เลยไม่รอช้าเข้าไปจิ้มๆจับๆ แต่พอได้จับจริงๆแล้วรู้สึกไม่ค่อยประทับใจ เพราะปุ่ม keyboard ที่กดไม่ค่อยถนัดนัก แล้วก็ดูยังป๋องแป๋งไปหน่อย พอดีเค้ามีขายอีกยี่ห้อ ที่เหมือน MSi Wind รุ่น 8.9″ เลย เลยได้ลองกดๆจิ้มๆ ก็รู้สึกว่าเอ้อ! ดี กดสะดวกมาก

แต่ข้อเสียของ MSi Wind ตัวนี้ก็คือปุ่มกดของ Touchpad ที่กดยากอะ แถมทำเป็นแบบปุ่มติดกันเลยอีก ยิ่งเล็งยากเข้าไปใหญ่ แต่ของ 1000H ก็ไม่ได้ดีกว่ากันมากซักเท่าไหร่ เลยเริ่มรู้สึกว่าจะไหวไหมวะเนี่ย เหมือนกับว่ามันเอามาใช้ทำงานได้ไม่สะดวกอย่างที่คิดเอาไว้แน่ๆเลยอะ

ก็เลยเดินดู Notebook ขนาดปกติยี่ห้ออื่นๆด้วย แต่มันก็ใหญ่และหนักอะ เลยเริ่มรู้สึกแล้วว่าสงสัยเราจะต้องกลับไปมอง Sony Vaio TX อีกทีแล้วมั๊งน่ะ เนื่องจากว่ามันจะได้ครบเครื่องที่เราต้องการเลย เพียงแต่ราคามันจะสูงเว่อไปมาก ก็เลยคิดว่าคงต้องหามือสองมาใช้เอาแทนน่าจะดีกว่า

จริงๆใช้ของมือสองก็มีข้อดีนะ เพราะว่าใช้ของยี่ห้อดีดีเนี่ย มันทนอะ(หาข้ออ้าง) จากที่ใช้ Vaio สุดเก่ามาหนึ่งตัว ทำให้รู้สึกว่าคุ้มทีเดียวเลย

รอดูกันต่อไปว่าจะมีอะไรออกมาอีกบ้าง

วันนี้ชาวพันธมิตรรวมตัวกันเพื่อกดดันรัฐบาลครั้งยิ่งใหญ่ ถึงขนาดบุกสถานีโทรทัศน์ NBT แล้วก็ล้อมทำเนียบรัฐบาล

แต่ดูรัฐบาลก็ยังชิวๆ ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร ทั้งๆที่ประชาชนที่มาชุมนุมวันนี้น่าจะเป็นแสนๆเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าดูจะเป็นการบุกครั้งสำคัญของกลุ่มพันธมิตร แต่ผมเองก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าจะล้มล้างรัฐบาลลงได้ ลุงหมักคงไม่ยอมง่ายๆแน่ๆ ดูแกเป็นคนดื้อ ขึ้นมาอยู่ระดับนี้แล้วคงจะยอมลงไปยาก

แล้วดูที่แกพูดก็น่าเห็นใจแกบ้างเหมือนกันนะ แม้จะไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้เหมือนกับกลุ่มพันธมิตร แต่ผมก็ยังไม่รู้สึกว่ามันถึงเวลาที่จะออกไปชุมนุมกันเพื่อเรียกร้อง

ถ้าผมเชื่อว่าวิธีนี้จะสามารถช่วยให้ประเทศพ้นภัยได้ ผมก็จะออกไปร่วมด้วยแน่นอน แต่ตอนนี้ผมว่ายังอะ…

เมื่อวานนี้เข้าไปดูเว็บบอร์ดของ Eee PC แล้วเจอหัวข้อว่าจะเลือกอะไรดีระหว่าง Eee PC 1000H กับ MSi Wind

ซึ่งก็เป็นสองรุ่นที่เราเคยเล็งๆไว้ แต่ตอนหลังนี่เจอการ review ของ MSi Wind ออกมาชมกันทั้งนั้นเลยแทบไม่มอง 1000H แล้ว

แต่เมื่อวานเลยลองเช็คคุณสมบัติของ 1000H ดู ก็เจอหลายๆอย่างที่ดีกว่า MSi Wind(ในตอนนี้) คือ

  1. แบตฯ ให้มาแบบ 6 cell เลย
  2. ลง Windows XP home มาให้เลย
  3. touch pad เป็นแบบ Multitouch
  4. มีปุ่มกดเลือก mode การแสดงผลและเลือกความเร็ว cpu ได้ง่าย
  5. ยี่ห้อ Asus ดูน่าเชื่อถือกว่า MSi
  6. สามารถหาซื้อได้เลยตอนนี้

โอ้วว ซึ่งราคามันก็ประมาณ 18000-19000 บาท ก็นับว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับความสามารถที่ได้

แต่มันมีข้อเสียที่เราไม่ชอบอยู่เหมือนกัน คือ

  1. ปุ่ม Shift ทางขวา มันไปอยู่ริมสุดเลย คือกดลำบาก
  2. เรื่องจอที่ไม่แน่ใจว่ามันจะปรับให้เกินแบบ Wind ได้ไหม
  3. ความร้อนบนตัวเครื่องน่าจะสูงกว่า Wind
  4. รูปร่างที่ยังไม่ถูกใจเท่า Wind
  5. Card reader อ่าน Memory Stick ไม่ได้

ตอนนี้เลยยังลังเลอยู่ว่าจะเอายังไงดี เพราะว่าถ้าซื้อเจ้า 1000H ไปเลย ก็คงต้องเลิกมองเจ้า Wind ซะละ แต่ดูแล้วก็ยังแอบหวังว่า Wind มันจะเข้ามาเร็วๆวันนี้ พร้อมกับแบตแบบ 6 cell

เฮ้อ..

วันนี้ไม่รู้คิดไง เลยจัดการย้ายข้าวของ จัดห้องข้างล่างใหม่เลย เอาคอมฯย้ายมาลงข้างล่าง แล้วก็จัดโต๊ะทีวีใหม่ ย้ายนั่นย้ายนี่ ก็ดูดีขึ้นนะ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า คงต้องลองใช้ซักพักนึงว่าโอเคไหม แต่ดูแล้วน่าจะดีกว่าแบบเก่า เพราะยังไงซะมันก็เปลี่ยนบรรยากาศแล้วล่ะ

แต่ที่ไม่ชอบเอาซะเลยคือเรื่องที่ไฟมันดูดตอนใช้คอมฯนี่แหละ เพราะว่า keyboard ของ Mac มันเป็นอลูมิเนียม แล้วปลั๊กไฟนี่ก็ไม่มีสายดิน พอเอามาใช้บนพื้นหินอ่อนก็ดูดกระจายเลย นี่เลยต้องแก้ด้วยการเอาพรมมาปูรองที่เท้า กันไฟฟ้ามันไหลลงดิน แต่มันก็มีบางจังหวะที่ลืมตัว เผลอเอาเท้าไว้นอกพรม ก็โดนดูดซะ จื้ดๆ เฮ้อ.. สงสัยจะต้องแก้ด้วยการเอาพลาสติกมาคลุม keyboard แทนซะแล้ว กันฝุ่นไปด้วยในตัวเลย แต่คงต้องเช็ดให้สะอาดซะก่อน

วันก่อนไปจามจุรีสแควร์ กะว่าจะไปดูหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯที่เค้าว่ามันใหญ่ที่สุดแล้ว แต่ไปถึงปรากฏว่ามันเปิด 28 สิงหาซะนี่ เฮ้อ เซ็ง

แต่พอดีชั้นล่างสุดเค้ามีงานเปิดตัว UMPC (Ultra Mobile Personal Computer) ของ Kohjinsha รุ่น SH และ SR พอดี ก็เลยไปได้รับแจกโบรชัวร์มา ทีแรกเห็นแล้วเฉยๆ เพราะจอมันเล็กแค่ 7″ เองอะ แต่ว่าพอเอามาดูรายละเอียดจริงๆแล้วมันน่าสนใจเหมือนกัน

ข้อดีของมันที่เราเห็นก็คือ

  1. หน้าจอละเอียด 1024×600 ซึ่งเท่ากับ MSi Wind เลย แถมยังเป็น Touch screen อีกต่างหาก มีปากกา stylus แถมใช้เขียนจอได้เลย
  2. หน้าจอเป็นแบบหมุนได้ ซึ่งทำให้มันเอามาใช้เป็น tablet PC ได้สะดวกสุดๆ เพราะมันหมุนจอได้รอบทิศเลย
  3. มีปุ่มกดด้านข้างใช้แทนเม้าส์ได้ด้วย แล้วก็มีปุ่มเลื่อนหน้าขึ้นลงซ้ายขวา แถมมีปุ่มคลิกเม้าส์ซ้ายขวาอีกต่างหาก
  4. มีปุ่มหมุนหน้าจอได้ง่ายๆ ทำให้สะดวกเวลาที่จะเปลี่ยนโหมดตามการใช้งาน

แต่ข้อเสียของมันก็มีหลายจุดสำหรับเรา

  1. จอมันดูเล็กไปหน่อย ใจจริงถ้าเป็นซัก 8.9″ น่าจะดี
  2. keyboard จัด layout แบบแปลกกว่ามาตรฐานไปหน่อย
  3. แบตฯไม่อึด ดูท่าแล้วน่าจะได้แค่ 2 ชั่วโมงในการใช้งานปกติ
  4. ราคาค่อนข้างสูง 30,000 – 37,000 บาท
  5. ใช้ CPU intel ความเร็วแค่ 800MHz เท่านั้น (แต่ดูใน video review มันก็ไม่อืดมากแฮะ)

อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ – http://www.arip.co.th/2006/news.php?id=407667

Kohjinsha SH

Kohjinsha SH

ภาพจาก – http://www.kohjinsha.com.sg/products/sh610bs.htm

คงต้องดูต่อไปว่ามันจะใช้งานได้ดีแค่ไหน แต่ดูราคาแล้วซื้อ MSi Wind ยังดูคุ้มกว่าอยู่ดี

เมื่อวานนี้ขับรถไปส่งยายที่จันทบุรีกัน ยายจะย้ายไปอยู่กับน้าเบส(ลูกสาวยาย) ที่นั่น เพราะสาเหตุหลายๆอย่าง

ก่อนนี้ยายจะอยู่ที่บ้านเรามาตลอด จะมาคอยดูแลเรากับพี่สาว แต่ช่วงหลัง พอพี่สาวเราแต่งงานมีครอบครัว เค้าก็ย้ายออกไปอยู่กับสามีเค้า ส่วนเรายังไม่มีครอบครัวก็เลยอยู่กับยาย หนึ่งปีที่ผ่านมา เราก็ทำงานอยู่กับบ้าน เพื่อจะช่วยดูแลยายด้วยไปในตัว (แต่สาเหตุหลักๆคือเราไม่ชอบรถติดมากกว่า) แต่มาระยะหลังมานี่ ยายเริ่มเลอะเลือนเข้าไปทุกที จนถึงขนาดเห็นคนเข้ามาในบ้าน เห็นเด็กมาวิ่งเล่นในบ้าน ซึ่งแรกๆเราก็ตกใจ ยายก็ขึ้นมาที่ห้องเรา บอกให้เราลงไปดูหน่อย แต่ลงไปก็ไม่เจอใคร จนหลายครั้งเข้า เราก็เริ่มมั่นใจว่าคงไม่มีจริงๆน่ะแหละ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ายายเห็นผีหรือเปล่า แต่มีหลายครั้งที่ยายบอกเห็นพี่สาวเรามานั่งตากฝนอยู่หน้าบ้าน ซึ่งนั่นก็คงไม่ใช่ผีแล้วล่ะ แต่ว่ายายบอกว่าเวลายายไปที่อื่น ยายไม่เคยเห็นพวกนี้เลยนะ เห็นก็แต่ที่บ้านเรานี่แหละ!

อีกเรื่องนึงที่ทำเอาเราปวดประสาทมากๆก็คือยายจะชอบขึ้นมาที่ห้องเราแล้วก็เคาะๆๆๆ เรียกเรา ให้เราลงไปข้างล่าง ด้วยเรื่องยายทำของหาย ซึ่งที่หายเพราะยายเอาไปซ่อนแล้วหาไม่เจอนั่นเอง -_-’

แล้วเรา พอโดนปลุกตอนที่เพิ่งจะลงไปนอนได้ไม่นานเท่าไหร่(เราก็ประหลาดนอนเช้าตื่นเที่ยง) ก็จะหงุดหงิดเป็นพิเศษ เนื่องจากง่วงมาก แล้วยิ่งมาเจอเรื่องแบบนี้ยิ่งปวดประสาทหนัก ตอนหลังเลยปิดประตูกั้นไม่ให้ยายขึ้นมาข้างบนซะเลย ซึ่งก็ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็กันยายไว้ได้

แต่ล่าสุดที่เราว่า เราคงดูแลยายไม่ไหวแล้ว เพราะช่วงหลังมานี่ยายจะหลงๆลืมๆ จนกระทั่งลืมวิธีการหุงเข้า และอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟไปซะแล้ว ทำให้เราต้องมาคอยหุงข้าวและอุ่นกับข้าวให้ ซึ่งถ้าวันไหนที่เราต้องออกไปข้างนอกทั้งวัน ก็คงจะลำบากแล้วที่จะหาอะไรให้ยายกิน

อีกเรื่องที่เราอยากให้ยายย้ายไปอยู่ที่อื่นก็เพราะว่า อยู่ที่บ้านนี้ ยายจะไปไหนไม่สะดวก เพราะว่าที่นี่ไม่มีที่ให้เดินมากนัก แล้วก็ไม่ค่อยมีต้นไม้ซักเท่าไหร่ ผิดกับสวนของน้าเบส ที่มีต้นไม้เขียวชะอุ่มบนพื้นที่ถึง 30 ไร่

ทีแรกพ่อกับแม่จะให้ยายไปอยู่เนอรเซอรี่แถวบ้าน แต่ไปดูสถานที่จริงมาแล้ว เราว่ามันไม่ใช่อะ คือมันเหมาะกับตอนที่ยายป่วยเดินหรือทำอะไรไม่ได้แล้วมากกว่า เพราะมีหมอกับพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

เมื่อวานนี้ก็ออกจากบ้านราวๆ 6 โมงครึ่ง เอเอารถมาจอดที่บ้านแล้วก็นั่งไปกับรถเรา เราก็ขับยาวคนเดียวตลอดทริป ก็ไปแวะรับพี่ณัฐที่บ้าน แล้วก็ออกเดินทางขึ้นทางด่วนไปลงมอเตอร์เวย์เลย ก็จอดแวะกินข้าวกันที่นั่น แล้วก็เจอน้าเบสที่นี่ด้วย

ทริปนี้ระยะทางทั้งหมดราวๆ 600 กิโลเมตร เติมน้ำมันไปราวๆถังครึ่ง หมดเงินไปประมาณ 1,460 บาท  (แม่ออกช่วยครึ่งนึง) ค่อนข้างโอเคกับเส้นทางนะ เพราะมีน้าเบสขับนำด้วยมั๊ง เลยสบายหน่อย ให้ขับเองคงมีหลงหลายตลบ

ไปถึงบ้านน้าเบสราวๆ 11 โมงกว่า ก็เอาของลงแล้วก็ไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารให้กระทิงรีสอร์ท ที่เป็นรีสอร์ทสวยๆแถวนั้น ซึ่งบ้านน้าเบสก็อยู่ใกล้ๆกับน้ำตกกระทิง และเขาทิชฌกูฏ อาหารที่ร้านนี้อร่อยดี แต่บรรยากาศในร้านมืดไปหน่อย คงเน้นขายกลางคืนมากกว่า

รีสอร์ทที่นี่ก็สวยดี น่ามาพัก ร่มรื่นมากๆ

ขากลับก็มาแวะเดินชมสวนของน้าเบส ทำให้รู้ว่าสวนน้าเบสใหญ่มากเลย แถมด้านหลังยังติดแม่น้ำอีกต่างหาก เยี่ยมมากๆ แล้วตอนเดินๆฝนก็ตกลงมา ทำให้ชุ่มชืนดี

เสร็จแล้วก็ต้องลากลับ เพราะกลัวจะถึงบ้านดึก กลัวน้องเมเม่จะคิดถึงแม่ ก็ขับกลับ ดีที่ไม่หลงทาง มาเจอฝนเอาตอนขึ้นทางด่วน แถมตกหนักสุดๆ แทบคลานกันเลยทีเดียว ดีที่ไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น แล้วมาถึงบ้านพี่ณัฐก็เข้าห้องน้ำแล้วก็เดินทางกลับกัน เพราะเอต้องขับกลับบ้านอีก

มาถึงสายสองก็แวะกินข้าวแป๊บนึง แล้วก็เข้าบ้าน แต่แปลกมาก ที่บ้านฝนไม่ตกเลยซักเม็ด แล้วเอก็กลับบ้าน เราก็มาหาข้าวให้เจ้าเต๋า แล้วก็เก็บกวาดบ้านนิดหน่อย แล้วก็อาบน้ำ เช็คเมล แล้วก็นอนหลับเป็นตาย..

วันนี้เอารถออกไปขับไกลๆ ขากลับเลยต้องแวะเติมน้ำมัน ก็เลยนึกได้ว่าแถวบ้านมีปั๊มที่เค้ารับเติมลมยางเป็นไนโตรเจนก็เลยลองซะเลย

ที่จริง ป้าแดงเค้าเคยแนะนำมาทีนึงแล้ว แต่เรายังไม่มั่นใจว่ามันจะดีแค่ไหน พอดีวันนั้นดูทีวีแล้วเค้าบอกข้อดีที่น่าสนใจคือว่า ยางมันจะซึมช้ากว่า คือไม่ต้องมาเติมลมบ่อยๆ แล้ววันนี้ก็ลองหาอ่านข้อมูลดูก็เห็นว่าดีทีเดียว เพราะเค้าใช้เติมรถแข่ง Formula-1 , ยางเครื่องบิน กัน

ซึ่งราคาค่าเติมก็เส้นละ 50 บาท 4 เส้นก็สองร้อยพอดี ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่เลย รอซัก 10-15 นาทีก็เสร็จแล้ว

จากที่ขับจากที่ปั๊มเข้าบ้าน รู้สึกได้ว่ามันนิ่มนวลขึ้นกว่าเดิม แต่มีจุดที่รู้สึกแปลกๆคือบางครั้งมันออกอาการลื่นๆ อันนี้งงเหมือนกันว่ามันจะเป็นเพราะไนโตรเจนหรือว่าพื้นมันลื่นกันแน่ ต้องรอดูต่อไป เดี๋ยววันอาทิตย์นี้เราก็จะเอารถขับทางไกลไปจันทบุรี ก็คงจะได้ทดสอบกันไปในตัว

สุดยอดไปเลย MSi Wind สามารถปรับหน้าจอให้ละเอียดเหนือกว่าที่มันควรจะเป็นได้ (ระดับปกติคือ 1024×600 pixel) โดยทำได้สองแบบคือให้มันละเอียดเกินจอแล้วก็ให้จอปรับให้มันบีบลงมา หรือว่า จะปรับให้เกินจอแล้วให้มันแสดงแค่ขนาดปกติ คือต้องเลื่อนเม้าส์ไปตรงขอบๆจอถึงจะไปดูส่วนอื่นๆได้ โอ้ววว แบบนี้โดนเลยสิครับ

คือเราติดใจกับเรื่องขนาดของจอนี่แหละ เนื่องจากว่าต้องการเอามาทดสอบตอนเวลาทำเว็บที่ขนาด resolution สูงๆกว่า 1024 เพราะมีแนวโน้มว่าขนาดมาตรฐานมันกำลังขึ้นไปทางนั้นอยู่ แต่ถ้ามีความสามารถแบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลละ เย้! ประหยัดเงินไปได้อีกเพียบเลยนะเนี่ย :D

วันนี้เบื่ออยู่บ้านมาก เลยออกไปขี่จักรยานแก้เบื่อ ท้องฟ้ามันก็ครึ้มๆอยู่แล้วล่ะนะ แต่ก็อยากจะออกมาอยู่ดี

ออกมาถึงสายสามก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง แล้วตอนกินๆอยู่ฝนก็เริ่มโปรยปรายละ รีบกินให้เสร็จแล้วขี่ออกมา กะว่าจะไปซื้อน้ำที่ร้านตรงแยกหน้าพุทธมณฑล ก็เลยปั่นๆ ตอนนั้นเอง ฝนก็เริ่มลงเม็ดใหญ่ขึ้นๆๆๆ จนทำเราเปียกไปทั้งตัวเลย แต่ก็เย็นชื่นใจดี เหมือนเด็กอยากเล่นน้ำฝนยังไงยังงั้น ก็ค่อยๆขี่ฝ่าสายฝนไปเรื่อยๆ จนถึงร้านค้าก็ซื้อน้ำเปล่า แล้วก็ขอถุงพลาสติกเค้ามาใส่มือถือกับใส่กระเป๋าสตางค์ แล้วก็ค่อยๆขี่กลับ ระหว่างทางก็ยังเจอฝนตกตลอดเลย ก็เลยไปแวะจอดตรงสะพานข้ามแยก แล้วเอาเสื้อมาบิดซะหน่อย น้ำไหลโจ๊กเลย แต่ก็ทำให้สบายตัวขึ้นหน่อย แล้วก็ขี่กลับ ขี่มาเรื่อยๆ ว่าจะแวะซื้อผลไม้ซะหน่อยแต่ไม่เจอ ก็เลยขี่ยาวมาจนถึงแยกทศกัณฑ์เลย เลยแวะกินข้าวมันไก่ เจ้าที่พลาดไปเมื่อวันเสาร์ รสชาติใช้ได้เลยแฮะ เยี่ยมๆ กินเสร็จก็ขี่ต่อ ขี่เข้าไปดูอู่ของสาย 79 ที่เรานั่งประจำ ดูเสร็จฝนก็ตกลงมาอีก ชุ่มฉ่ำจริงๆเล้ย แล้วก็ขี่กลับบ้าน เพราะไม่รู้จะไปไหนแระ ขึ้นบ้านมาก็รีบอาบน้ำเลย กลัวจะป่วยซะก่อนสิเนี่ย

ปฏิทิน

สิงหาคม 2008
อา พฤ
« ก.ค.   ก.ย. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

a

ตัวนับ

  • 6,927 ป้ง