เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้เอาคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าเจ้า Pentium!!! 600MHz ไปบริจาคให้วัดสวนแก้ว ตั้งใจจะเอาไปบริจาคนานแล้วแหละ แต่ติดที่ขี้เกียจนี่แหละ ก็เลยวางเอาไว้ให้ฝุ่นจับอยู่นานเลย แต่ก็มีเอามาใช้บ้างนิดๆหน่อยๆ ซึ่งมันก็ยังทำงานได้ดีทีเดียวเชียว

คืนวันศุกร์ก่อนเอาไปบริจาคก็เลยจัดการย้ายข้อมูลจากใน HDD ลูกเก่าที่ใส่เอาไว้นานแล้วออก เพื่อจะเอาไปใส่ในเครื่องแทนของเดิมที่มันใหญ่กว่า ก็ย้ายอยู่นานทีเดียว เพราะว่าต้องต่อหลายลูก เสร็จแล้วก็จับเอาตัว 20GB กับ 10GB ใส่ลงเครื่องไป แล้วก็ลองลง Ubuntu Linux ไป เพื่อทดสอบซะหน่อย ก็ลงไม่ยากเลยแฮะ แต่กว่าจะเสร็จก็ชั่วโมงกว่าได้ เพราะเครื่องมันช้า เสร็จแล้วก็ลองเล่นดูนิดหน่อย พบว่ามันหน่วงๆกว่าตอนที่ลง WindowsXP ไว้พอสมควร คิดว่าเป็นที่ความสวยงามของระบบด้วยมั๊ง เพราะตอนใช้ XP นี่เซ็ตทุกอย่างเป็นแบบต่ำสุดเลย

แล้วก็ลองเอาสายแลนมาเสียบดู ก็เล่นเน็ตได้ทันที ก็สะดวกดี แต่เสร็จแล้วก็ปิดเพราะไม่รู้จะลองอะไร นั่นก็ปาเข้าไปตีสองแล้ว ก็เลยรีบนอน เพราะกะว่าจะออกจากบ้านแต่เช้าหน่อย

ตื่นมา 8 โมงกว่าจะอาบน้ำได้ก็โอ้เอ้ๆอยู่จน 9 โมง เอเค้าก็มารอแล้วตามนัด เสร็จแล้วก็รีบขนคอมพิวเตอร์สองเครื่องขึ้นรถ(อีกเครื่องคือเครื่องของเอเค้า จะเอาไปบริจาคเหมือนกัน) เสร็จก็รีบขับออกจากบ้าน ก็ไปตามถนนกาญจนาภิเษก รถไม่ติดอะไร ก็ให้เอช่วยดูแผนที่ สุดท้ายก็มีถึงวัดแบบไม่หลงเท่าไหร่ มาถึงก็ขับเข้าไปที่ตึกที่รับบริจาคของได้เลย มีคนขับเข้ามาหลายคัน เค้าจะมีป้ายติดอยู่ชัดเจนเลยว่าถ้ามาบริจาคของก็เข้าช่องนี้เลย ก็นับว่าสะดวกดี เสร็จแล้วเค้าก็จะมีคนมาช่วยขนของลงจากรถ เสร็จแล้วเค้าก็จะให้ไปเขียนชื่อคนบริจาค แล้วก็รับหนังสือที่ระลึก เป็นหนังสือของหลวงพ่อพระพยอมฯนั่นเอง

เสร็จแล้วก็เลยขับไปข้างใน จะหาตึกที่เค้ามีขายของมือสอง แต่ขับเลยไปข้างใน ไปเจอป้ายคอนโดสุนัข เลยขับเข้าไปตามทาง เส้นทางค่อนข้างแคบ แถมตลอดเส้นทางจะมีหลุมอยู่กลางถนนเป็นระยะๆ ต้องระวังพอสมควร ถ้ามีรถสวนมานี่ไม่รู้จะหลบกันยังไงเหมือนกันนะเนี่ย พอเข้าไปถึงก็จะต้องเดินเข้าไปอีกหน่อย ก็จะสังเกตุไม่ยาก เพราะจะมีบรรดาผู้อยู่อาศัยในคอนโดออกมาต้อนรับเต็มเลย แต่รู้สึกพวกที่มาต้อนรับนี่จะอยู่กันข้างนอก คงไม่มีพิษมีภัยกับใครมั๊ง เดินเข้ามาก็จะเห็นเหมือนตึกสองชั้นที่ค่อนข้างเปิดโล่ง มีรั้วยาวมากทีเดียว ในนั้นก็มีสุนัขอาศัยกันอยู่เพียบ เยอะมากๆ เจอคนที่เค้าเลี้ยงเค้าก็บอกว่าอยากจะได้อาหารแมว กับอาหารหมาเด็ก หมาโตเค้ามีอาหารให้ เพราะสั่งซื้อมาเป็นประจำอยู่แล้ว เรากับเอก็เลยว่าจะออกไปซื้อมาให้กัน แล้วเราก็โดนเจ้าโกโก้ หมาจอมอ้อนมากอดซะเลอะไปหมด (พอดีว่าก่อนหน้านี้ฝนตกแล้วพื้นก็เลยเละ) มันคงอยากให้พามันไปด้วยล่ะมั๊งนะ น่าสงสารจริงๆ

เสร็จแล้วเราก็ไปดูตึกที่เค้าขายสินค้ามือสองที่มีคนเอาของมาบริจาคกัน ซึ่งก็เป็นตึกใหญ่เลยอะ 5 ชั้นได้มั๊ง ชั้นล่างสุดจะมีคอมพิวเตอร์แล้วก็พวกเฟอร์นิเจอร์วางขายเยอะมากๆ ชั้นสองชั้นสามก็ยังมีคอมพิวเตอร์อีกอะ ขายกันเป็นเซ็ต ไม่แพงเลยอะ 3000-4000 นี่ก็ได้ Pentium4 แล้ว แล้วชั้นบนๆก็จะเป็นขายเสื้อผ้า ซึ่งกองอยู่เยอะมากๆ ถ้าราคาแพงหน่อยคือ 20-30 บาท ก็จะแขวนอยู่บนราว แต่ถ้าถูกๆแบบตัวละบาท-10บาทนี่ก็กองๆอยู่ที่พื้น ก็ต้องไปเลือกๆกันเอา เราสองคนก็ไม่ได้ไปเลือกกะเค้า เพราะที่มีอยู่ก็พอใส่อยู่แล้ว

เสร็จจากตรงนี้เราก็ไปหาซื้ออาหารน้องหมากัน ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหนดีก็เลยไปแวะซื้อที่คาร์ฟู แล้วก็กินข้าวเที่ยงด้วยเลยทีเดียว กินเสร็จก็ไปเดินซื้ออาหารหมากับอาหารแมว ซื้อไป 1500 บาท ก็หารกันสองคน แล้วก็กลับเข้าไปให้พี่เค้า ก็ยืนคุยกับพี่เค้านิดนึงแล้วก็ออกมา

แล้วก็ขับไปต่อที่งานเฟอร์นิเจอร์ที่เมืองทองธานี จริงๆจุดประสงค์แรกของเราคือจะมางานนี้นี่แหละ แต่นึกได้ว่าวัดสวนแก้วน่าจะเป็นทางผ่านเลยมาแวะก่อน มาถึงที่เมืองทอง ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะมาก หรูหราขึ้นเยอะ เราไม่ได้มาที่นี่ราวๆ 4 ปีได้แล้วมั๊ง ดูดีขึ้นมากๆ ช่วงนี้เค้ามีจัดงานกันสามงานเลย คืองานเฟอร์นิเจอร์ งานเว็ดดิ้ง งานเจลเวอรี่ เราจะมาหาซื้อเก้าอี้นั่งทำงาน แต่แทบไม่เจอเลย มีแต่โต๊ะเก้าอี้รับแขก เตียงนอน เก้าอี้นวด เจอแค่สองร้านเองอะ ที่ขายเก้าอี้ทำงาน แต่มันก็น่าสนใจทีเดียว แต่ตัวนึงก็ 15,000 – 19,000 อะนะ มันเป็นของนำเข้าจากเกาหลี แบ่งตูดออกเป็นสองข้าง นั่งแล้วคงตดสบายดี เราว่ามันแปลกๆไปหน่อยเลยไม่เอา(แพงไปด้วย) เลยไปได้เป็นที่รองหลังมาอันนึง เป็นแบบตาข่ายโครงเหล็ก ก็น่าจะโอเคดี อันละ 160 บาท แล้วเอเค้าก็ได้ผ้ามหัศจรรย์ ซึมซับน้ำได้อย่างเว่อๆ แล้วก็ได้น้ำยาล้างได้ทุกอย่างมาอีกขวด หมดเงินไปมากกว่าเราอีก

แล้วก็ขับกลับบ้าน มาถึงบ้านราวๆ 6 โมงกว่า ก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปตีแบดฯ เหนื่อยเจงๆ แล้วก็ไปแวะกินข้าวเย็น วันนี้กินราดหน้ากัน ก็อร่อยดี แล้วก็กลับบ้านมานั่งดูหนังต่อ