You are currently browsing the monthly archive for กรกฎาคม 2008.
เราชอบทำเว็บเพราะส่วนนึงคือการที่มันแก้ไขปรับเปลี่ยนได้ง่ายกว่างานอื่นๆ เช่นถ้าไปทำงานสิ่งพิมพ์ พอพิมพ์ออกมาแล้วแต่เกิดตรวจสอบไม่ดีพิมพ์ผิดไปหน่อย ก็ต้องสั่งพิมพ์ใหม่ ซึ่งไม่สนุกแน่ๆ แต่งานเว็บถึงแม้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เอาขึ้นให้คนเข้ามาดูได้แล้ว แต่ถ้ามีตรงไหนผิดพลาดก็สามารถเข้าไปแก้ไขใหม่ได้ทันที
แต่นี่ก็เป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะงานมันจะยืดเยื้อได้ง่าย เนื่องจากว่าพอลูกค้าเกิดไปเห็นเว็บอื่นแล้วรู้สึกว่าอยากได้แบบนั้นบ้าง ก็จะมาขอให้เราแก้ให้เป็นแบบนั้นบ้าง ซึ่งต่างกับสิ่งพิมพ์ ที่ต้องมาพิมพ์ใหม่อีกรอบนึง
แล้วเว็บนี่เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นทุกวัน ทำให้เราต้องพยายามติดตามแล้วก็อัพเดทความรู้ใหม่ๆเสมอๆ จนทำให้เราเองที่เห็นข้อผิดพลากของงานเก่าๆอยู่บ่อยๆ แล้วเราเองนี่แหละ ที่มักแอบเข้าไปแก้ไขในเว็บของลูกค้าโดยที่ไม่ได้บอกเค้า เนื่องจากว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคนิคที่มองด้วยตาไม่รู้
งานที่เราทำผ่านๆมาแล้ว ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาที่ไม่ได้คาดคิดให้เข้าไปแก้เสมอๆ ล่าสุดทาง Host ที่ลูกค้าไปเช่าพื้นที่เค้าเกิดทำการย้าย server ใหม่ ทำให้ระบบต่างๆใช้งานไม่ได้ เราก็ต้องเข้าไปแก้ไขให้มันใช้ได้ดังเดิม ซึ่งจริงๆงานมันก็จบไปแล้ว แต่ก็ยังต้องตามไปดูแลอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเราเองก็มักจะชอบเข้าไปเช็คดูไซต์ที่ตัวเองทำไว้ ว่ามันยังทำงานได้ปกติดีหรือเปล่า ถ้าเสียตรงไหนเราก็จะพยายามแอบเข้าไปซ่อมแซมโดยไม่ได้บอกให้ลูกค้ารู้เสมอๆ เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นเหมือนลูกเราที่จะต้องเข้าไปดูแลให้เค้ามีสุขภาพที่ดีเสมอๆ
แต่เราก็ยังชอบทำงานแบบนี้อยู่ดี เพราะมันเป็นงานที่อิสระมากพอสมควรเลย
วันนี้ตื่นสายโด่ง จากที่เมื่อวานอดหลับอดนอนก็เลยนอนไม่ตื่นเลย ตอนบ่ายก็เลยมาหาขนมให้เต๋ากินแล้วก็จับมันอาบน้ำ เพราะไม่ได้อาบมานานแระ อาบเสร็จก็คิดว่ายังไม่เย็นมากนัก ก็เลยไปล้างรถต่อ กว่าจะล้างรถเสร็จก็มืดพอดี
แล้วก็ไปนั่งกินข้าว+ดูทีวีจนดึกเลย แล้วก็ขึ้นมาดูเว็บตามปกติ
ช่วงนี้จริงๆอยากจะวาดรูประบายสีอะไรแบบนี้นะ แต่มันก็มีนู่นมีนี่ให้ทำเรื่อยเลย นี่มีงานที่ต้องมาหาทางแก้อีกแล้ว เฮ้อ..
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้เอาคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าเจ้า Pentium!!! 600MHz ไปบริจาคให้วัดสวนแก้ว ตั้งใจจะเอาไปบริจาคนานแล้วแหละ แต่ติดที่ขี้เกียจนี่แหละ ก็เลยวางเอาไว้ให้ฝุ่นจับอยู่นานเลย แต่ก็มีเอามาใช้บ้างนิดๆหน่อยๆ ซึ่งมันก็ยังทำงานได้ดีทีเดียวเชียว
คืนวันศุกร์ก่อนเอาไปบริจาคก็เลยจัดการย้ายข้อมูลจากใน HDD ลูกเก่าที่ใส่เอาไว้นานแล้วออก เพื่อจะเอาไปใส่ในเครื่องแทนของเดิมที่มันใหญ่กว่า ก็ย้ายอยู่นานทีเดียว เพราะว่าต้องต่อหลายลูก เสร็จแล้วก็จับเอาตัว 20GB กับ 10GB ใส่ลงเครื่องไป แล้วก็ลองลง Ubuntu Linux ไป เพื่อทดสอบซะหน่อย ก็ลงไม่ยากเลยแฮะ แต่กว่าจะเสร็จก็ชั่วโมงกว่าได้ เพราะเครื่องมันช้า เสร็จแล้วก็ลองเล่นดูนิดหน่อย พบว่ามันหน่วงๆกว่าตอนที่ลง WindowsXP ไว้พอสมควร คิดว่าเป็นที่ความสวยงามของระบบด้วยมั๊ง เพราะตอนใช้ XP นี่เซ็ตทุกอย่างเป็นแบบต่ำสุดเลย
แล้วก็ลองเอาสายแลนมาเสียบดู ก็เล่นเน็ตได้ทันที ก็สะดวกดี แต่เสร็จแล้วก็ปิดเพราะไม่รู้จะลองอะไร นั่นก็ปาเข้าไปตีสองแล้ว ก็เลยรีบนอน เพราะกะว่าจะออกจากบ้านแต่เช้าหน่อย
ตื่นมา 8 โมงกว่าจะอาบน้ำได้ก็โอ้เอ้ๆอยู่จน 9 โมง เอเค้าก็มารอแล้วตามนัด เสร็จแล้วก็รีบขนคอมพิวเตอร์สองเครื่องขึ้นรถ(อีกเครื่องคือเครื่องของเอเค้า จะเอาไปบริจาคเหมือนกัน) เสร็จก็รีบขับออกจากบ้าน ก็ไปตามถนนกาญจนาภิเษก รถไม่ติดอะไร ก็ให้เอช่วยดูแผนที่ สุดท้ายก็มีถึงวัดแบบไม่หลงเท่าไหร่ มาถึงก็ขับเข้าไปที่ตึกที่รับบริจาคของได้เลย มีคนขับเข้ามาหลายคัน เค้าจะมีป้ายติดอยู่ชัดเจนเลยว่าถ้ามาบริจาคของก็เข้าช่องนี้เลย ก็นับว่าสะดวกดี เสร็จแล้วเค้าก็จะมีคนมาช่วยขนของลงจากรถ เสร็จแล้วเค้าก็จะให้ไปเขียนชื่อคนบริจาค แล้วก็รับหนังสือที่ระลึก เป็นหนังสือของหลวงพ่อพระพยอมฯนั่นเอง
เสร็จแล้วก็เลยขับไปข้างใน จะหาตึกที่เค้ามีขายของมือสอง แต่ขับเลยไปข้างใน ไปเจอป้ายคอนโดสุนัข เลยขับเข้าไปตามทาง เส้นทางค่อนข้างแคบ แถมตลอดเส้นทางจะมีหลุมอยู่กลางถนนเป็นระยะๆ ต้องระวังพอสมควร ถ้ามีรถสวนมานี่ไม่รู้จะหลบกันยังไงเหมือนกันนะเนี่ย พอเข้าไปถึงก็จะต้องเดินเข้าไปอีกหน่อย ก็จะสังเกตุไม่ยาก เพราะจะมีบรรดาผู้อยู่อาศัยในคอนโดออกมาต้อนรับเต็มเลย แต่รู้สึกพวกที่มาต้อนรับนี่จะอยู่กันข้างนอก คงไม่มีพิษมีภัยกับใครมั๊ง เดินเข้ามาก็จะเห็นเหมือนตึกสองชั้นที่ค่อนข้างเปิดโล่ง มีรั้วยาวมากทีเดียว ในนั้นก็มีสุนัขอาศัยกันอยู่เพียบ เยอะมากๆ เจอคนที่เค้าเลี้ยงเค้าก็บอกว่าอยากจะได้อาหารแมว กับอาหารหมาเด็ก หมาโตเค้ามีอาหารให้ เพราะสั่งซื้อมาเป็นประจำอยู่แล้ว เรากับเอก็เลยว่าจะออกไปซื้อมาให้กัน แล้วเราก็โดนเจ้าโกโก้ หมาจอมอ้อนมากอดซะเลอะไปหมด (พอดีว่าก่อนหน้านี้ฝนตกแล้วพื้นก็เลยเละ) มันคงอยากให้พามันไปด้วยล่ะมั๊งนะ น่าสงสารจริงๆ
เสร็จแล้วเราก็ไปดูตึกที่เค้าขายสินค้ามือสองที่มีคนเอาของมาบริจาคกัน ซึ่งก็เป็นตึกใหญ่เลยอะ 5 ชั้นได้มั๊ง ชั้นล่างสุดจะมีคอมพิวเตอร์แล้วก็พวกเฟอร์นิเจอร์วางขายเยอะมากๆ ชั้นสองชั้นสามก็ยังมีคอมพิวเตอร์อีกอะ ขายกันเป็นเซ็ต ไม่แพงเลยอะ 3000-4000 นี่ก็ได้ Pentium4 แล้ว แล้วชั้นบนๆก็จะเป็นขายเสื้อผ้า ซึ่งกองอยู่เยอะมากๆ ถ้าราคาแพงหน่อยคือ 20-30 บาท ก็จะแขวนอยู่บนราว แต่ถ้าถูกๆแบบตัวละบาท-10บาทนี่ก็กองๆอยู่ที่พื้น ก็ต้องไปเลือกๆกันเอา เราสองคนก็ไม่ได้ไปเลือกกะเค้า เพราะที่มีอยู่ก็พอใส่อยู่แล้ว
เสร็จจากตรงนี้เราก็ไปหาซื้ออาหารน้องหมากัน ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหนดีก็เลยไปแวะซื้อที่คาร์ฟู แล้วก็กินข้าวเที่ยงด้วยเลยทีเดียว กินเสร็จก็ไปเดินซื้ออาหารหมากับอาหารแมว ซื้อไป 1500 บาท ก็หารกันสองคน แล้วก็กลับเข้าไปให้พี่เค้า ก็ยืนคุยกับพี่เค้านิดนึงแล้วก็ออกมา
แล้วก็ขับไปต่อที่งานเฟอร์นิเจอร์ที่เมืองทองธานี จริงๆจุดประสงค์แรกของเราคือจะมางานนี้นี่แหละ แต่นึกได้ว่าวัดสวนแก้วน่าจะเป็นทางผ่านเลยมาแวะก่อน มาถึงที่เมืองทอง ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะมาก หรูหราขึ้นเยอะ เราไม่ได้มาที่นี่ราวๆ 4 ปีได้แล้วมั๊ง ดูดีขึ้นมากๆ ช่วงนี้เค้ามีจัดงานกันสามงานเลย คืองานเฟอร์นิเจอร์ งานเว็ดดิ้ง งานเจลเวอรี่ เราจะมาหาซื้อเก้าอี้นั่งทำงาน แต่แทบไม่เจอเลย มีแต่โต๊ะเก้าอี้รับแขก เตียงนอน เก้าอี้นวด เจอแค่สองร้านเองอะ ที่ขายเก้าอี้ทำงาน แต่มันก็น่าสนใจทีเดียว แต่ตัวนึงก็ 15,000 – 19,000 อะนะ มันเป็นของนำเข้าจากเกาหลี แบ่งตูดออกเป็นสองข้าง นั่งแล้วคงตดสบายดี เราว่ามันแปลกๆไปหน่อยเลยไม่เอา(แพงไปด้วย) เลยไปได้เป็นที่รองหลังมาอันนึง เป็นแบบตาข่ายโครงเหล็ก ก็น่าจะโอเคดี อันละ 160 บาท แล้วเอเค้าก็ได้ผ้ามหัศจรรย์ ซึมซับน้ำได้อย่างเว่อๆ แล้วก็ได้น้ำยาล้างได้ทุกอย่างมาอีกขวด หมดเงินไปมากกว่าเราอีก
แล้วก็ขับกลับบ้าน มาถึงบ้านราวๆ 6 โมงกว่า ก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปตีแบดฯ เหนื่อยเจงๆ แล้วก็ไปแวะกินข้าวเย็น วันนี้กินราดหน้ากัน ก็อร่อยดี แล้วก็กลับบ้านมานั่งดูหนังต่อ
ช่วงนี้เปลี่ยนมาใช้ Nokia 7110 แทบจะถาวรแล้ว เพราะว่ายังคงชอบในรูปแบบของมัน แม้จะหนักและใหญ่ แต่ก็เต็มไม้เต็มมือดี(จริงๆไม่มีเงินซื้อใหม่มากกว่า)
การรับสาย การโทรออก รับ-ส่งsms ไม่มีปัญหาอะไร เสียงยังคงฟังถนัดชัดเจนอยู่เหมือนเคย แบตเตอรี่อายุ 7 ปี(มีประกันแปะไว้ปี 2544) ยังคงทำหน้าที่ได้ดี
คาดว่าคงได้ใช้กันไปอีกจนกว่ามันจะเจ๊งหรือว่ามีเหตุให้จำเป็นต้องซื้อเครื่องใหม่ก็ค่อยว่ากันอีกที(มันจะมีอะไรจำเป็นวะ)
อารมณ์มันแบบว่าอยากจะทำอะไรซักอย่างอะ แต่ก็ไม่รู้ว่าอยากทำอะไร นอนเฉยๆ เล่นเกม อ่านหนังสือ ทำงาน ดูทีวี ฟังเพลง กิน ….
มันก็ยังไม่ตอบโจทย์ของตัวเองซักกะอย่าง มันยังไม่ใช้สิ่งที่เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ช่วงนี้เลยเบื่อๆพิลึก
สงสัยต้องลองนั่งสมาธิ สวดมนต์ เดินจงกรม …
วันนี้โทรศัพท์มือถือที่ใช้ประจำ คือเจ้า Sony Ericsson J120i เกิดงอแงหนักมาก คือมีคนโทรเข้ามาปั๊บมันดับเลย ก่อนนี้ก็เป็นแบบนี้มาทีนึงแล้ว คือคุยๆแล้วก็หลุดไปซะงั้น แบบว่าดับไปเฉยๆ เลยไม่ไหวละแบบนี้
ตัดสินใจหยิบเอาเจ้า Nokia 7110 ตัวเก๋าออกมาใช้ มันเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของเรา(ถ้าไม่นับ PCT รุ่นใช้ฟรี) ใช้ตั้งแต่สมัยทำงานแรกๆเลย ชอบมันมากๆ เพราะสมัยนั้นมันก็จัดได้ว่าความสามารถสูงตัวนึง มีโมเด็มในตัว สามารถเล่น WAP ได้ทันที แล้วจอก็ใหญ่ ที่สำคัญมันเจ๋งตรงที่มีฝาปิดแป้นตัวเลขที่เลื่อนสไลด์ลงด้านล่าง เวลาจะเปิดก็แค่กดปุ่มทางด้านหลังมันก็จะไหลลงมาเองอย่างรวดเร็ว เท่ห์สุดๆ เวลาคุยเสร็จก็ตบกับร่างกายให้มันปิดเข้าไป หุหุ
แต่ข้อเสียของมันก็นั่นแหละ มันใหญ่จัด แถมมีเสาออกมาอีก แล้วช่วงหลังๆนี่มันก็ย่ำแย่เต็มทนละ แบตฯก็เริ่มจะเกเร ก็เลยต้องเปลี่ยน
แต่วันนี้ก็เอามาชาร์ตดูมันก็ใช้ได้นะ แม้ปุ่มกดจะกดยากขึ้นไปหน่อย คงเพราะเก็บไว้นาน แล้วก็มีปัญหาเรื่องขั้วต่อแบตฯ แต่เช็ดแล้วก็ดีขึ้น ตอนนี้เลยว่าจะลองใช้มันดูซักพักนึง ถ้าไม่ไหวจริงๆนี่อาจจะต้องถึงขั้นซื้อเครื่องใหม่นะเนี่ย เฮ้อ มีแต่เรื่องเสียเงิน
ไปเอาปริ้นเตอร์ที่เอเค้าเอาไปล้างหัวที่พันธุ์ทิพย์ ก็เลยไปเดินดู Lenovo ThinkPad R61 ที่เมื่อวานดูในเว็บด้วยซะเลย
ลองดูตัวจริงแล้วก็โอเคดีทีเดียว จอมันใหญ่ดี แล้วก็มีอะไรครบครันในตัว แต่จุดที่ไม่ชอบก็มีอยู่เยอะเหมือนกัน
- หนักพอสมควรเลย 2.44 kg นี่หนักอะ
- ด้านใต้มันเป็นแมกนีเซียมอัลลอย ซึ่งหลายๆคนคงชอบเพราะความทนทาน แต่เราไม่ค่อยถูกกับวัสดุประเภทนี้เท่าไหร่เล้ย
- ช่องเสียบ USB สองช่องด้านข้างมันวางแนวตั้งซะนี่ ทำให้จะเสียบอุปกรณ์ที่ออกแบบมากว้างๆจะไม่ได้
แต่ข้อที่เจ๋งๆก็มีคือ เราสามารถซื้อแบตเตอรี่มาใส่ในช่อง DVD drive ได้ ทำให้ใช้เครื่องได้นานขึ้นไปอีก แต่ก็จะทำให้เครื่องมันหนักกันเข้าไปอีก เหอๆๆ
ตอนนี้เลยคิดว่าจะลองไปดูทางฝั่ง Dell บ้างละ เพราะอยู่ในเกรดที่ใกล้ๆกัน
ตะกี้ลองไปดูราคาของ Lenovo ThinkPad R61 ตัวที่คุณภาพพอๆกับเจ้า Mac mini นี่ราคา 26,990 บาท ได้จอละเอียดสูงซะด้วยสิ 1440×900 แน่ะ แต่ก็ค่อนข้างหนักนะ 2.44 Kg แน่ะ
แต่สิ่งที่ดีกว่าเจ้า Vaio TZ ที่เราอยากได้มันเยอะอยู่ทีเดียว
ข้อที่ R61 ดีกว่า Vaio TZ
- จอละเอียดกว่า และใหญ่กว่า
- ความเร็วสูงกว่า
- HDD เยอะกว่าและเร็วกว่า
- ใช้ intel GMA X3100 ที่ดีกว่า GMA 950
ข้อที่ TZ ดีกว่า R61
- บางและเบากว่ามาก (1.2 kg vs. 2.44 kg)
- จอเป็นแบบ LED น่าจะสว่างกว่า
- แบตฯอึดกว่าเห็นๆ น่าจะใช้งานได้นานกว่ากันมาก
- สวยกว่าเยอะ วัสดุดีกว่ามาก
แต่ราคาของเจ้าสองตัวนี้ก็ต่างกันเท่ากว่าๆเลยคือ 59,900 กับ 26,990 บาท (ต่างกัน 32,910 บาท)
แล้วถ้าเราซื้อ Netbook ที่แบตฯอึดๆอย่าง MSi Wind มาใช้อีกตัวล่ะ? ราคามันก็คงไม่ถึงกับ 32,910 บาทแน่ๆ
Lenovo ThinkPad R61 + MSi Wind VS. Sony Vaio TZ
แบบนี้จะเลือกอะไรดีล่ะเนี่ย?
วันนี้เล่น Need For Speed Underground Demo ได้ที่ 2 แล้ว จากทุกทีที่ 4 แบบห่างๆ เพราะว่าเพิ่งรู้เทคนิคใหม่ๆในการเลี้ยวรถ
ทุกทีเวลาเข้าโค้ง ก็จะกดเลี้ยวแล้วปล่อยปุ่มเร่ง ทำให้เวลาออกจากโค้งมันจะช้า วันนี้ลองกดแบบว่า ปุ่มเร่ง กับเลี้ยวสลับกันไปมา แบบเร็วๆ ปรากฏว่าเลี้ยวได้ดีขึ้นมาก แถมความเร็วไม่ตกลงมากนัก
แล้วก็มีอีกเทคนิคนึงที่น่าจะใช้ดี แต่ว่ายังทำไม่เป็น คือเลี้ยวแบบสไลด์รถ หรือ Drift นั่นเอง คือปล่อยให้รถหลุดโค้งไปโดยการดึงเบรคมือตอนเลี้ยว แล้วควบคุมล้อไปในทิศทางตรงกันข้าม รถมันจะสไลด์แบบหลุดๆ แต่มันยังเร็วอยู่ แล้วก็ปล่อยให้มันไหลไปตามโค้ง แล้วก็กดคันเร่งต่อออกจากโค้งได้เลย มันยากตรงที่ต้องหามุมดีดีแล้วก็จังหวะต้องแม่นมากๆ คงต้องมาซ้อมบ่อยๆถึงจะทำได้ดี
นี่เลยคิดว่าถ้าหากว่าขับขึ้นเป็นที่ 1 ได้ติดต่อกันสองครั้ง ก็จะไปซื้อเกมของจริงมาเล่นละ แหะๆๆ
ซื้อ Mac mini เครื่องนี้มาตอนเดือน 11 ปี 2007 นับถึงตอนนี้ เดือน 7 ปี 2008 ก็ 8-9 เดือนละ
แต่ว่า Spec ของ Mac mini ยังคงเดิมอยู่เลย แถมราคา(us dollar)ก็ยังคงเดิม คือ $599 (แต่ในไทยปรับราคาลงไปตั้งสองสามพันแน่ะ!)
กำลังรอลุ้นอยู่ว่าเจ้า Mac mini ตัวใหม่จะออกมาเมื่อไหร่ แต่ดูทีท่าแล้วน่าจะออกช่วงเดือนกันยายนโน่นน่ะ
แต่ตอนนี้กำลังรอเจ้า Sony Vaio TZ ตัวใหม่อยู่ ซึ่งถ้ามันเปลี่ยนไปใช้ Intel Centrino 2 ล่ะก็ เยี่ยมยอดไปเลยทีเดียว

มีคนเขียนตอบมา