You are currently browsing the monthly archive for มีนาคม 2008.
ช่วงนี้ร้อนโคตรเลย นี่ขนาดยังไม่ถึงช่วงที่ร้อนที่สุดอย่างสงกรานต์ยังขนาดนี้ เฮ้อ..
สงสัยต้องหาเวลาออกไปว่ายน้ำเล่นซะหน่อยแล้ว แต่ช่วงนี้ก็ดันมาเป็นหวัดน้ำมูกไหลซะอีกนี่น้า แถมยังมีงานอีกเป็นกระบุงที่รอให้เราเคลียร์ โอ๊ยยย ตายๆๆ
แว่บไปทะเลซะ 3 วัน 21-23 มีนาคม ที่ผ่านมา กับเพื่อนศิลปากร เป็นการไปเสม็ดครั้งแรกในรอบหลายๆอีก สนุกสนานดีจริงๆ แต่ว่าแดดร้อนมากๆอะ แล้วดันทาซันบล็อคน้อยไป เล่นเอาแดดเผาหลังกับไหล่ซะไหม้ไปหมด เลยไปทำงานไม่ได้เลยนี่หยุดอยู่บ้านมาสองวันแล้วอาการเริ่มจะดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังมีเมื่อยๆเพลียๆอยู่อีก เฮ้อ ร่างกายเรามันคงจะแย่แล้วนะเนี่ย สงสัยต้องออกกำลังกายบ้างซะแล้วสิ
แต่ก็ยังเที่ยวไม่หายอยากเลยนะเนี่ย อยากไปเที่ยวอีกอะ แต่เร็วๆนี้คงได้ไปเล่นเครื่องเล่นงาน Coke Carnival น่าจะใช้ได้เหมือนกัน
ช่วงนี้กำลังอ่านหนังสือเรื่อง คู่มือกระตุ้นความคิดให้ผลิตไอเดีย เค้าบอกถึงที่มาที่ไปของไอเดียต่างๆ ซึ่งจริงๆเรามีกันทุกคนแหละ แต่ไม่เชื่อว่าตัวเองมีเท่านั้นเอง
เค้าพูดถึงว่าเด็กๆจะมีพลังในการจินตนาการมากกว่าผู้ใหญ่มาก เด็กไม่เคยมีขอบเขตของจินตนาการ แต่ยิ่งโตขึ้นก็จะถูกกฏเกณฑ์ต่างๆมาบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้
ผมก็มานึกถึงตัวเองวันนี้ กับตัวเองในวันวานเมื่อสี่ห้าปีก่อน ผมรู้สึกว่าสิ่งที่หายไปตอนนี้คือความเป็นเด็ก ผมกลายเป็นผู้ใหญ่ซะแล้ว กลัวนั่นกลัวนี่ คิดอะไรก็จะมีข้ออ้างสารพัด ผิดกับสมัยก่อนที่คิดอะไรแล้วก็ทำไปเรื่อยๆ มาลองคิดๆดู อาจจะเป็นที่ช่วงหลังมานี่ผมยกของเล่นบริจาคไปจนเกือบหมด ทำให้ความเป็นเด็กของผมถูกบริจาคไปด้วยพร้อมๆกัน วันก่อนไปเดินเซ็นทรัลก็ยังแอบไปเดินดูแผนกของเล่นเด็ก รู้สึกอยากได้มันไปซะหมดเลย แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ก็ทำให้รู้ว่ามันไม่จำเป็น(และไม่มีเงินซื้อด้วย)
ตอนนี้ก็เลยเริ่มอยากจะกลับมาหาของเล่นให้กับชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการสร้างของเล่นขึ้นมาเองซะเลย มีอะไรก็สร้างไปตามที่มี จินตนาการไปตามที่ใจมันคิดมันฝัน คงจะน่าสนุกดีเหมือนกันเนอะ
ช่วงนี้สนใจเรื่องของ SEO หรือ Search Engine Optimization มาก เพราะมันช่วยให้คนเข้าเว็บเราได้เยอะขึ้นแล้วก็จะได้ตังจากพวกแบนเนอร์ต่างๆด้วยสิ
แต่ว่าเมื่อกี้ไปดูวิดีโอที่เค้าสอนเทคนิคการหาเงินแบบนี้ รู้สึกแย่ๆว่ะ เพราะว่ามันเป็นสร้างเว็บขึ้นมาเพื่อหลอกให้คนเข้ามาแล้วก็อาจจะคลิกแบนเนอร์ไรงี้ แล้วเนื้อหาในเว็บนี่ก็ไปใช้โปรแกรมช่วยสร้างออกมา เป็นแบบสำเร็จรูปเลยอะ ดูแล้วรู้สึกว่ามันเป็นการสร้างขยะให้กับโลกอินเทอร์เน็ตเอามากๆเลย มันเป็นการทำเพื่อเงินโดยเฉพาะเลยจริงๆ เลยรู้สึกหมดศรัทธาที่จะไปลองทำดูบ้าง ทีแรกเรานึกว่าจะเป็นพวกเทคนิคในการเขียนเว็บให้มันง่ายต่อการค้นหา แต่นี่มันไม่ใช่เลยนี่หว่า เฮ้อ…
ทำเว็บแบบเดิมๆต่อไปอะดีแล้วว่ะ
ไปเอามาจากที่นี่ครับ http://www.thai-toku.com/cgi-bin/Y1Gold/tcsyabb/index.pl?board=general&action=display&num=1203490876
10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว
1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี่จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม
2. กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น
3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคสมองฝ่อและโรคอัลไซเมอร์
4. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรต*นและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง
5. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ ประสิทธิภาพข องสมองลดลง
6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้
7. นอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภา พการทำงานของสมอง
8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว
9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ
10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง
ไปเอามาจากที่นี่ครับ http://www.thai-toku.com/cgi-bin/Y1Gold/tcsyabb/index.pl?board=general&action=display&num=1197225926
การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืน
มีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก
โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น
ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียนของพลังชีวิต
ที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย
อวัยวะตันและอวัยวะกลวง
อวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต
อวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก
กระเพาะปัสสาวะ ระบบความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว)
การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้น
จะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง
คือ หนึ่งวัน เรียกว่า “นาฬิกาชีวิต”
1.00-3.00น เป็นช่วงเวลาของตับ
ควรนอนหลับพักผ่อนถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้
ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค
ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอกจากร่างกายจะหลั่งมีราโทนินประจำแล้ว
ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ออกมาด้วย
จึงไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว
หน้าที่หลักของตับ คือ ขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่รอง คือ
1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย
2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนัก
ตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามากจึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก
เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ
3.00-5.00น เป็นช่วงเวลาของปอด
ควรตื่นขึ้นมาสูดอากาศรับอรุณตอนเช้า ผู้ที่ตื่นช่วงนี้ประจำ
ปอดจะดี ผิวดี
5.00-7.00น ลำไส้ใหญ่
ควรถ่ายให้เป็นนิสัย ถ้าไม่ถ่ายให้กดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูก
ถ้ายังไม่ถ่ายก็ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว
หรือ บริหารโดยยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อมหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนว่าหน้าท้องไปติดสันหลัง คนที่ถ่ายยากต้องกินข้าวเช้า บางคนไม่กินข้าวแต่กินกาแฟ ร่างกายจะดูดกากอาหารตกค้างซึ่งกำลังจะเป็นอุจจาระเข้าไปใหม่ เท่ากับกินกาแฟแกล้มอุจจาระ 
คนเรามักไม่ตื่นกันตอนนี้ซึ่งเป็นเวลาที่ลำไส้ต้องบีบอุจจาระลง
เมื่อไม่ตื่นจึงบีบขึ้น เมื่อไม่ถ่ายตอนเช้าลำไส้ใหญ่จึงรวน
แล้วจะมีอาการปวดหัวไหล่ กล้ามเนื้อเพดานจะหย่อน
แล้วจะนอนกรนในที่สุด
7.00-9.00น กระเพาะอาหาร
กินเข้าเช้าตอนนี้จะดี กระเพาะแข็งแรง ถ้ากระเพาะอ่อนแอ
จะทำให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง
ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย
ถ้าไม่กินข้าวเช้า อุจจาระจะถูกดูดกลับมาที่กระเพาะ
กลิ่นตัวจะเหม็น ถ้าถ่ายออกหมดจะไม่มีกลิ่นตัวเท่าไหร่
9.00-11.00น ม้าม
ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย หน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง
ควบคุมไขมัน คนที่ปวดหัวบ่อยมักมาจากม้าม
อาการเจ็บชายโครงมาจากม้ามกับตับ
- ม้ามโต จะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง
สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย
-ม้ามชื้น อาหารแและน้ำที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมัน ทำให้อ้วนง่าย
คนที่หลับช่วง 9.00-11.00 ม้ามจะอ่อนแอ ม้ามยังโยงไปถึงริมฝีปาก
คนที่พูดมากช่วงนี้ม้ามจะชื้น ควรพูดน้อยกินน้อย ไม่นอนหลับ ม้ามจะแข็งแรง
11.00-13.00น หัวใจ
หัวใจจะทำงานหนักช่วงนี้ ให้หลีกเลี่ยงความเครียด
หรือใช้ความคิดหนัก หาทางระงับอารมณ์ไว้
13.00-15.00น ลำไส้เล็ก
**ควรงดกินอาหารทุกประเภท** เพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้ทำงาน
ลำไส้เล็กทำหน้าที่ดูดสารอาหารที่เป็นน้ำ เพื่อสร้างกรดอะมิโน
สร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง
15.00-17.00น กระเพาะปัสสาวะ
จะเกี่ยวข้องกับระบบความจำ ไทรอยด์ และระบบเพศทั้งหมด
ช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก จะออกกำลังการหรืออบตัว
กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง การอั้นปัสสาวะบ่อย
จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เหงื่อเหม็น
17.00-19.00น ไต
ควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนตอนนี้
ถ้าง่วงแสดงว่าไตเสื่อม ยิ่งหลับแล้วเพ้อ อาการยิ่งหนัก
-ไตซ้าย คุมสมองด้านขวาคือความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์
รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว ถ้ามีปัญหา อารมณ์นี้จะหมดไป
เป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่ไม่ปล่อยวาง และขี้ร้อน
-ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ
ถ้ามีปัญหาความจำจะเสื่อมและเป็นคนขี้หนาว
ผู้ใดที่ไตแข็งแรงจะเป็นคนอายุยืน
ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลาย
จะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็นภาระของไต จะทำงานหนัก
เป็นโรคไต สมองเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสลด
การดูแลคือ เช้าอาบน้ำเย็น เย็นอาบน้ำอุ่น
19.00-21.00น เยื่อหุ้มหัวใจ
ช่วงนี้ควรสวดมนต์ ทำสมาธิ ให้ระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ หัวเราะ
21.00-23.00น เวลาของระบบความร้อนของร่างกาย
ต้องทำร่างกายให้อุ่น ห้ามอาบน้ำเย็นเวลานี้จะเจ็บป่วยได้ง่าย
ช่วงนี้อย่าตากลมเพราะลมมีพิษ
23.00-1.00น ถุงน้ำดี
เป็นถุงสำรองน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ อวัยวะใดขาดน้ำ จะดึงมาจากถุงน้ำดี
ทำให้ถุงน้ำดีข้น อารมณ์จะฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน
นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ตอนเช้าจะจาม ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด
จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ
ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23.00น
ใครขี้เกียจอ่านยาวๆ มาอ่านตรงนี้ ก็พอ
สรุป
1.00-3.00 นอนซะ
3.00-5.00 ตื่นมาสูดอากาศ
5.00-7.00 ขับถ่าย
7.00-9.00 กินข้าวเช้า
9.00-11.00 อย่าพูดมาก กินน้อยๆ อย่านอน
11.00-13.00 หลีกเลี่ยงความเครียด
13.00-15.00 ห้ามกิน
15.00-17.00 ออกกำลังหรืออบตัวให้เหงื่อออก
17.00-19.00 ทำให้สดชื่น อย่าง่วง
19.00-21.00 ทำสมาธิ
21.00-23.00 ทำตัวให้อุ่นๆ ไว้
23.00-1.00 กินน้ำก่อนนอน
เพิ่ม เติมช่วงลำไส้เล็กซึ่งสำคัญมาก ทุกวันนี้ใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม แม้จะบอกว่าเป็นถั่วเหลือง หรือเมล็ดทานตะวันก็ตาม ถ้าเป็นน้ำมันธรรมชาติล้วนๆ เช่น น้ำมันมะกอกก็จะไม่เป็นปัญหาต่อลำไส้เล็ก เมื่อน้ำมันปาล์มโดนความร้อนจะทำให้เหนียวหนืด เวลาโฆษณาบอกว่าไม่เป็นไข แต่พอเข้าร่างกายแล้วจะไปเกาะที่ลำไส้ เวลาดื่มน้ำ น้ำก็ไม่สามารถทะลุผ่านลำไส้ ทำให้ต้องฉี่บ่อยๆ บางคนดื่มไม่ถึงสิบนาทีก็ต้องลุกไปฉี่ ไตก็จะทำงานทำงานหนัก ไตควบคุมกระดูกและสมอง กระดูกก็เสื่อม เลือดไปเลี้ยงสมองก็น้อย สมองเสื่อมอีก เมื่อน้ำก็ไม่เข้าร่างกาย แต่สิ่งที่ผ่านไปได้คือวิตามิน A D E แต่ C กับโปรต*น กรดอะมิโน ผ่านไม่ได้จึงส่งผ่านไปให้ไต ไตก็ทำงานหนักขับโปรต*นออกมา
เมื่อเป็นปัญหาที่ไต น้ำผ่านไม่ได้ ถุงน้ำดีก็ข้น ทำให้ตื่นนอนหรือนอนไม่หลับ
ช่วงห้าทุ่มถึงตีสาม ไปหลับอีกทีช่วงเช้ามืดซึ่งควรตื่นนอนแล้ว จึงเกิดไมเกรน
หมอ ปัจจุบันต้องรอให้ปวดหัวก่อนถึงรู้ว่าเป็นไมเกรน แต่แผนโบราณบอกได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการคอแห้ง ร้อนใน ปวดตามซี่โครง ปวดขาด้านข้าง เสียวฟัน ปลายประสาทฟันเหมือนอักเสบตลอดเวลา ถ้าหาหมอฟัน ก็จะถอนให้
พอปวดกระบอกตา ปวดหูก็บอกว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ต้นเหตุจริงๆ
มาจากถุงน้ำดีข้น เลือดก็เลี้ยงสมองส่วนหน้าไม่พอ ตาก็เป็นต้อง่าย
จมูกเป็นไซนัสง่าย ภูมิแพ้ง่าย เป็นผลพวงมาจากลำไส้เล็กไม่สะอาดทั้งสิ้น
วิธี แก้ตามธรรมชาติ ก็ใช้โยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว กินเข้าไปจะล้างลำไส้ได้ ช่วงย่อยขยะในลำไส้ สูตรนี้กินตอนเช้าลดความอ้วน กินตอนเย็นเพิ่มความอ้วน
ถ้ามีผลต่อเนื่องจากลำไส้เล็ก เช่นโรคไต การที่ผมเปลี่ยนสีเพราะไตเริ่มเสื่อม อาการซ้ายขวาไม่เหมือนกัน อ่านได้ข้างบน
เห็ดหูหนูดำเป็นตัวดูแลไตที่ดี เห็ดหูหนูขาวบำรุงปอด ถ้าเอาเห็ดสามอย่าง
(รวมเห็ดหอม) มาปรุงอาหารรวมกัน จะสามารถล้างพิษในตับได้
รักษามะเร็ง รักษาตับ ซิสต์ เนื้องอก จะเอามาทำอะไรก็ได้ แกงเลียง
ต้มยำของหวาน ได้ทั้งนั้น …
ผมเป็นคนที่ชอบดูรูปผู้หญิงสวยๆ(ผมว่าผู้ชายทั่วไปก็ควรจะชอบอะไรแบบนี้ใช่ไหม) แต่ผมรู้สึกว่าความสวยที่ผมชอบดูนั้นมันไม่เหมือนเดิม
คือว่าเมื่อก่อนผมเห็นไอดอลคนนั้นธรรมดาๆไม่ได้น่ารักอะไร แต่มาวันนี้ผมรู้สึกว่าเธอน่ารัก แบบว่าจากไม่ชอบ กลายเป็นชอบมากไปซะงั้นอะ ทั้งๆที่ก็เป็นภาพๆเดียวกันแท้ๆ
เลยมาเริ่มคิดว่าแล้วแบบนี้ เราจะมีอะไรที่เราชอบได้นานๆบ้างไหมนะเนี่ย ถ้าหากว่าความชอบของเรามันไม่นิ่งเอาซะเลยเนี่ย
หรือว่าผมเป็นพวกโลเล? ขี้เบื่อ? ชอบอะไรได้ไม่นานกันแน่เนี่ย
ช่วงที่มาผ่านมา ที่เริ่มกลับมารับงานทำพวก Flash อีกครั้งนึง เป็นการข้ามจากการใช้ Flash MX มาเป็น Flash 8 ซึ่งข้ามไปถึงสองเวอร์ชั่น(แต่จริงๆตอนนั้นมีเวอร์ชั่น CS3 ที่ใหม่กว่าออกมาแล้วนะ แต่ยังหามาลงไม่ได้ อิอิ)
ทำให้รูปแบบการใช้งานหลายๆอย่างเปลี่ยนไปด้วย แล้วความสามารถใหม่ๆของโปรแกรมก็มากขึ้นอีกเยอะ แต่ว่าด้วยพื้นฐานที่แย่ของเรา ทำให้การเขียนโปรแกรมมันไม่มีรูปแบบที่ดีเท่าไหร่นัก มันก็ทำให้โปรแกรมที่เราเขียนมันกินทรัพยากรเครื่องมาก แล้วก็ยังช้าอืดอีกด้วย แถมยังมีเรื่อง Class ใหม่ๆที่เราไม่รู้ว่าใช้ยังไง ทำให้เครียดอยู่เหมือนกันกับการทำงานที่ต้องดึงข้อมูลจากข้างนอกเข้ามาใช้ โดยเฉพาะพวกรูปต่างๆ
แต่เมื่อวานนี้ ด้วยความที่เราต้องทำงานชิ้นนึงที่ต้องมีการโหลดภาพเข้ามาใน Flash ค่อนข้างมาก ความจำเป็นในการศึกษาเรื่องวิธีการเช็คโหลดก็จำเป็นมากตามไปด้วย เพราะถ้ายังคงใช้การโหลดภาพในแบบของ Flash 4 อยู่นั้น( loadMovie()
มันจะดูแย่เอามากๆ เพราะมันจะเหมือนกับการโหลดหน้าเว็บ ที่พอโหลดเสร็จภาพมันก็จะโผล่ออกมา ไม่มีการบอกให้คนที่ใช้งานได้รู้ว่าตอนนี้มันโหลดอะไรไปถึงไหนแล้วบ้าง
เมื่อคืนก็เลยพยายามหาบทความมาอ่านเพิ่มเติม โชคดีที่สมัยนี้บทความพวกนี้หาอ่านตามเว็บเอาได้ง่ายๆ แค่ search หาจาก google ก็เจอเพียบแล้ว ก็เลยได้เอามาอ่านหาความรู้ใส่หัวเพิ่มเติมกัน บางบทความก็สอนได้ละเอียดเอามากๆ แต่ดันเอามาใช้แล้วไม่สำเร็จ บางอันก็ดีที่ยกตัวอย่างให้ทำได้เลย
ก็เลยได้มารู้จักกับ MovieClipLoader Class ที่เป็น Class ที่เพิ่มเติมเข้ามาใน Flash MX 2004 (Flash 7) ทำให้ flash developer สามารถที่จะจัดการกับข้อมูลที่โหลดเข้ามาใน Flash ได้อย่างสะดวกมากขึ้นอีกเยอะ
คราวนี้ปัญหาที่เรากังวลใจอยู่มานานก็ได้รับการเยียวยาแล้ว สบายใจขึ้นมาอีกหน่อย
ถ้าสนใจเรื่องการโหลดด้วย MovieClipLoader ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ
http://www.senocular.com/flash/tutorials/preloading/
http://www.oman3d.com/tutorials/flash/moviecliploader/
http://whatdoiknow.org/archives/001238.shtml
http://72.14.235.104/search?q=cache:kgLKq3-hXN4J:www.thaiflashdev.com/board/lofiversion/index.php/t4184.html+MovieClipLoader&hl=th&ct=clnk&cd=8&gl=th&client=firefox-a

มีคนเขียนตอบมา