You are currently browsing the monthly archive for กุมภาพันธ์ 2008.
เมื่อเช้านอนไปตอนเกือบๆ 7 โมงเช้า ก็เลยมาตื่นเอาบ่ายโมง แล้วก็นั่งทำงานแก้งานไปเรื่อยเลย เพราะมันเรื่องให้ต้องแก้เยอะทีเดียว ยายก็ขึ้นมาตามบอกให้ลงไปกินข้าว เราก็ยังไม่ยอมลงไป จนสามโมง สี่โมง แล้วก็ห้าโมง ถึงได้อาบน้ำแล้วลงไปกินข้าว เพราะเริ่มรู้สึกว่าจะปวดท้องขึ้นมานิดๆแล้ว
ดูท่าทางแล้วถ้ายังทำแบบนี้บ่อยๆสงสัยจะได้เป็นโรคกระเพาะเข้าซักวันนึง เฮ้อ เรา
อึ้งไปเลยครับท่าน เอ้อเหอมีแบบนี้ด้วยอะ o_O เห็นแล้วอยากได้ iPod Touch มั่งซะแล้ว อิอิ
วันนี้ตื่นเช้าเพราะต้องออกไปบริษัท one2car ที่สาธุประดิษฐ์ แต่ว่ามันแต่ทำนู่นทำนี่เลยออกจากบ้านสายไป 5 นาที ตอนกำลังเดินจะไปถึงป้ายรถเมล์ในอีก 50 ก้าว รถเมล์ที่จะขึ้นก็ขับผ่านหน้าไปแบบให้เจ็บช้ำเล่นซะงั้น ก็เลยตั้งใจว่าวันนี้คงจะต้องไปขึ้นเรือดูดีกว่า เพราะว่ามันน่าจะเร็ว ก็เลยกะว่าถ้า 123 มาก็จะขึ้นไปลงที่สะพานพระปิ่นเกล้าแล้วนั่งเรือไป
แต่ระหว่างที่ยืนคุยกับคุณลุงที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันอยู่นั้น รถเมล์อีกคันก็มาพอดี คือสาย ปอ.183 ซึ่งไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นัก แต่จำได้ว่ามันจะนั่งไปถึงตรงราชประสงค์ได้ เลยขึ้นไป ค่ารถ 20 บาท ถูกกว่า สาย 79 อยู่ 2 บาืท แล้วเราก็นั่งไปเรื่อยๆเลย รู้สึกเลยว่ามันเร็วกว่าสาย 79 พอสมควร เพราะมันไม่ได้เข้าไปวิ่งเลาะข้างในซอย แล้วมันก็คนไม่เยอะซะด้วยสิ เรานึกคนจะแน่น แต่ว่างมีที่นั่งตลอดเส้นทางเลย เราก็นั่งอ่านหนังสือเตรียมบทเรียนไปเรื่อยๆ แล้วก็มาถึงราชประสงค์ลงหน้าเซ็นทรัลเวิร์ลเลย เร็วกว่า 79 จริงๆด้วย ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นเอง เราก็เลยไปยืนรอต่อ ปอ.77 ไปลงที่เซ็นทรัลพระราม 3 ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ทำให้วันนี้ไปถึงก่อนเวลาเข้างานซะอีก
แล้ววันนี้ขากลับ เราก็นั่งรถตู้กลับบ้านตามปกติ ไปลงที่เดอะมอลล์ท่าพระ แล้วก็ต่อสาย 57 แต่ก่อนที่จะไปต่อ เราก็แวะกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารตามสั่งใกล้ๆป้ายรถเมล์นั่นแหละ กินประจำมาสามอาทิตย์ละ สั่งเหมือนเดิมตลอดเลย คือ ข้าวคะน้าหมูกรอบไข่เจียว แล้วก็ลิปตันไอซ์ที 1 ขวด กินเสร็จก็พอดี 57 มาก็ขึ้นไป จำได้ว่าเคยอ่านข่าวเมื่อเร็วๆนี้สาย 57 เบรคแตกชนเสาไฟฟ้ายับเลย เสียวขึ้นมาเลย เพราะว่าคนขับเค้าขับซิ่งมากๆอะ เราดันมานั่งหน้าสุดด้วย ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาเราคงโดนก่อนเลย
ปกติเราจะนั่งสาย 57 มาลงแถวๆแยกนึง แต่ว่าวันนี้เกิดอยากลองนั่ง 57 ไปดูว่ามันจะไปถึงไหน ก็เลยนั่งไป ระหว่างนั่งไปก็เห็นสาย 79 วิ่งสวนไป โอ้ววว คิดในใจว่านี่ถ้าลงป้ายที่แล้วตามปกติก็คงไม่ต้องรอนานแล้ว เพราะไม่รู้กว่าอีกคันจะมานานแค่ไหน
แต่ก็ไม่เป็นไรก็นั่งไป พอถึงทางที่ 79 มันเลี้ยวแต่สาย 57 มันดันตรง เราก็เลยลง แล้วก็ไปยืนรอป้ายที่ 79 จะผ่าน แล้วไม่นาน 79 อีกคันก็มา คันนี้โล่งเลย ขึ้นไปได้นั่งสบ้าย แล้วพอนั่งๆไป คนลงหมดเลย เหลือเรา กระเป๋า แล้วก็คนขับ แค่นั้นเอง พอไม่มีคนบนรถ เค้าก็เลยไม่ค่อยจอดป้ายเท่าไหร่ ทำให้วิ่งแซง 79 คันข้างหน้ามาเลย ซึ่งเรามองเข้าไปเห็นคนเต็มคันเลยอะ วันนี้เลยมาถึงบ้านได้เร็วกว่าเดิมหน่อย แถมยังได้นั่งตลอดเลยอีกด้วยนะเนี่ย ร้ายกลายเป็นดีซะงั้น
วันนี้ชวนยายกับเอไปกินสุกี้เอ็มเคกันที่เดอะมอลล์ตอนเย็น เพราะว่าอยากกินผักๆ เนื่องจากไปตรวจร่างกายแล้วหมอบอกว่าไขมันสูงไปหน่อย
ออกจากบ้านราวๆ 6 โมงเย็นไปถึงก็ 6 โมงเกือบครึ่ง ดีที่ไม่ต้องรอเพราะมีโต๊ะว่าง ก็สั่งสุกี้กินกัน มีผักเยอะแยะ แล้วก็พวกลูกชิ้นปลาทั้งหลาย ไม่ได้กินเอ็มเคมานานมากเหมือนกัน รสชาติเค้าก็ยังเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่าร้านนี้จะไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียดเท่าที่ควรนะ
มื้อนี้หมดไป 400 บาท เราเป็นคนจ่าย แล้วก็ไปเดินซื้อของกันนิดหน่อยแล้วก็กลับบ้านเพราะคุณยายบ่นว่าหนาว
กลับมาบ้านก็มาเปิดหนังที่โหลดๆมาให้เอดูเพราะเห็นว่าเอบอกว่าเบื่อๆเรื่องที่ทำงาน พอ 5 ทุ่มเอก็กลับบ้านไป ส่วนเราก็มานั่งอ่านเว็บหาความรู้ต่อ แล้วก็ไปนอนตอนตี 4
วันนี้ตื่นตั้งกะ 8 โมง เพื่อออกไปตรวจร่างกายกับยายที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ซึ่งก็อดข้าวอดน้ำกันมาตั้งกะเมื่อคืนวาน
มีขับผิดเลนกันนิดหน่อย ประมาณ 20 นาทีก็มาถึง ก็ไปจอดรถแล้วเดินเข้าไปข้างใน ที่นี่ใหญ่โตมากเลย แถมไม่ค่อยจะมีคน ยิ่งทำให้ดูใหญ่เข้าไปอีก
มาถึงก็ต้องมาทำบัตรผู้ป่วยใหม่กัน แล้วก็ได้รอเข้าไปตรวจอีกที มีคนไข้มารอคิวอยู่พอสมควรในห้องตรวจทั่วไป วันนี้เราลองตรวจร่างกายแบบแพกเกจที่สอง ซึ่งจะมีการตรวจวัดคลื่นหัวใจด้วย แหะๆ จริงๆก็ไม่ได้จำเป็นอะนะ แต่อยากลองดู แล้วก็เริ่มด้วยการไปเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ แล้วก็เอ็กซ์เรย์ปอด แล้วก็มาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แล้วก็ไปกินข้าวเที่ยง+เช้า แล้วก็ขึ้นมาฟังคุณหมอวิเคราะห์ว่ามีผลเป็นยังไงมั่ง ก็ได้รู้ว่าไขมันสูง
T-T ขึ้นอีกแล้วอะ จากเดิมที่เคยลดลงไปแล้ว พอช่วงหลังนี่กินผลไม้น้อยมาก มันก็คงจะขึ้นมาอีก เฮ้อ ต้องพยายามกินผลไม้เยอะๆซะละ
พอเสร็จจากตรวจร่างกายก็ไป โรงพยาบาลหูคอจูมก กันต่อเพราะว่าหมอที่ตรวจเค้าแนะนำให้ไปลองที่นี่ดู เนื่องจากเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ อาการบ้านหมุนของยายอาจจะหายก็ได้ ก็เลยไปกัน ไปถึงที่จอดรถเค้าจะมีรถกอล์ฟขับมารับไปส่งที่โรงพยาบาลด้วยล่ะ เพราะว่าเค้ากำลังปรับปรุงอาคารอยู่ ที่จอดเลยไม่มีเพียงพอต้องออกมาจอดห่างจากตึกนิดนึง
ไปถึงก็ไปทำบัตร กรอกข้อมูลน้อยมาก เทียบกับที่ศูนย์การแพทย์ฯแล้ว ที่นี่กรอกประมาณ 10% เองอะ
แล้วก็ไปนั่งรอตรวจ รอนานมากเลยทีเดียวกว่าจะได้ตรวจ แล้วก็ไม่มีให้ยาอะไร หมอบอกให้ยายกลับไปกินยาเก่าละกัน โดนค่าตรวจไป 255 บาท โอ้วว
เสร็จแล้วก็กลับบ้าน กลับมาเราก็ง่วงๆเลยนอนซะเลย แหะๆ ตื่นมาก็มาอ่านเว็บแก้งานนิดๆหน่อย

Lenovo The IdeaPad U110
ขโมยมาจาก – http://www.news.com/2300-7353_3-6224387-2.html?tag=ne.gall.pg
สวยจริงๆให้ดิ้นตาย
หลังจากที่เสร็จงานของ Betagro phase 1 ไป ก็ทำให้ เราได้รู้ว่าปัญหามันเยอะจริงๆฟร่ะ การทำ Flash PageFlip ระดับ Advance เนี่ย มันหินสุดๆ งานนี้มันเป็นการทดสอบที่ดีมากๆ เพราะว่าเราต้องลองทำอะไรที่ไม่คิดว่าจะทำได้มาก่อนเลยหลายๆอย่าง คือไม่เคยเห็นคนอื่นเค้าทำมาก่อนเลยอะ แล้วดันต้องมาทำ แต่สุดท้ายก็ทำไปจนได้แบบงงๆเอ๋อๆ แล้วมันก็ออกมาไม่ดีเท่าไหร่ คือมันกินแรมเยอะมากๆ จนแบบว่าไม่สามารถที่จะพัฒนาตัวเดิมไปใช้กับ phase 2 ที่จะมาในเร็วๆนี้ได้แน่ๆ เพราะว่า phase 2 นี่หินกว่าอีก requirement มาอีกเพียบเลย แล้วก็มันก็ทำให้เรารู้สึกท้อไปเลย เนื่องจากหาทางแก้ไขไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ได้เรียนมาทางด้านโปรแกรมมิ่ง พวกพื้นฐานต่างๆทางการเขียนโปรแกรมเราต่ำมากๆ
จนมาวันนี้ไปโหลดหนังสือ e-book ที่เค้าทำเป็นแบบ flash page-flip มาอ่าน แล้วก็ลองเปิดดูว่ามันกิน resource เครื่องมากแค่ไหน ก็เดาเอาไว้ในใจว่าสภาพนี้คงกินหนักแน่ๆ(เคยโหลดของไทยมาลองเปิดมันจะกิน resource มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งที่เราทำไปใน phase แรกก็เป็นแบบนั้น) แต่ผิดคาด กินน้อยมากๆ อาการของมันจะเป็นแบบว่าพอตอนเปิดหน้ามันจะกินแรมมากขึ้น แล้วพอเปิดเสร็จมันจะกินน้อยลง คือมันมีการคืนแรมกลับคืนมาด้วย โห ตกใจเลยว่ามันทำได้ไง เลยลอง search หา flash pageflip ดู ก็กะว่าจะเจอวิธีการแก้ไขหรือว่าระบบตัวใหม่ๆ แล้วก็ไปเจอเว็บนึง คือ www.page-flip.com ซึ่งพอลองอ่านความสามารถของมันดูแล้วก็รู้สึกว่าใช่เลย เพราะเค้ามีการทำให้มันมีการเก็บ cache ด้วย แบบเลือกได้ว่าจะเก็บไม่เก็บ โอ้ววว ไอ้นี่แหละที่เราต้องการ แล้วนอกจากนั้นก็มีความสามารถอะไรหลายๆอย่างที่จำเป็นสำหรับ phase 2 อีกด้วยเช่นเรื่องการสั่งพิมพ์หน้าหนังสือ แล้วมันก็มีการให้โหลดหรือไม่โหลดก่อนได้อีก ยิ่งเหมาะกับการที่จะปรับเอาไปใช้บนเว็บยิ่งขึ้นไปอีกโอ้ววววว เลยไม่รอช้าเข้าไปดูราคา เค้าตั้งเอาไว้ที่ $25 แบบใช้ได้แค่เว็บเดียว แล้วก็ $99 ใช้ได้ 10 เว็บ แล้วก็ $199 แบบไม่จำกัดจำนวนเว็บ เราดูแล้วงานประเภทนี้มีไม่มากนัก เลยเลือกเอาแบบ $99 ละกันกลางๆ
ก็เลยกดสั่งเลย แล้วเค้ามีให้จ่ายเงินผ่าน PayPal ด้วยก็เข้าล็อคเลย เพราะในบัญชี PayPal เรามีเงินเหลืออยู่พอสมควรก็เลยซื้อได้ไม่มีปัญหา แล้วมันก็ให้ลิ้งค์มาดาวน์โหลดตัว source code ซึ่งก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ว่ามันมีตัวอย่างมาให้เยอะมากๆ เรียกว่าคุ้มค่าจริงๆงานนี้ เพราะว่าเราหายเครียดไปเลยนะเนี่ย
ยิ้มได้ละ เหลือก็แต่ว่าเราจะปรับไปใช้กับของเดิมได้สมบูรณ์ไหมเท่านั้นแหละ
เพราะว่ามันมีช่องเสียบ USB อีกสองช่องด้านข้างอะ ข้างนึงเราเอาไว้เสียบเม้าส์ อีกข้างเอาไว้เสียบ Tablet เปอร์เฟคจริงๆ
หลังจากที่ปล่อยให้มันถูกปิดไปพักใหญ่ เนื่องจากว่าโดนเล่นงานจากผู้ไม่หวังดี คือโดนแฮกนั่นเอง คือมันโดนมาหลายทีแล้ว และก็เริ่มเบื่อ เพราะจุดอ่อนของระบบที่ใช้อยู่ตอนนั้นมันเก่าแล้ว ก็เลยตั้งใจว่าจะปิดปรับปรุงไปใช้บอร์ดสมัยใหม่อย่าง SMF แทน
จนมาวันนี้ที่ได้เข้าไปโหลดตัวอัพเกรดของบอร์ด SMF มาลงที่บอร์ด dogdoy.com ก็เลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะลองเล่นกับ ThaiSCAD.com ดูบ้าง เพราะวันนั้นไปงานแต่งงานของพี่ก้อง พี่โอมเค้าก็ถามถึง
ก็เลยจัดการโหลดตัว convert ฐานข้อมูลจากของ phpNuke มาเป็น SMF แล้วก็จัดการดาวน์โหลด SMF เวอร์ชั่นล่าสุดมาลง แล้วก็นั่งลบกระทู้ขยะจนหมด เสียเวลาจริงๆแต่ก็คุ้ม เพราะบอร์ดมันจะได้สะอาดๆ
แล้วก็ไปหา Theme สวยๆมาใส่ แล้วก็จัดการเปิดอย่างเป็นทางการในหน้าแรกได้ซะที เฮ้อ.. จะมีสมาชิกเก่าๆกลับมาเล่นกันอีกไหมเนี่ย :S
เมื่อวานนี้ได้ทำการย้ายข้าวของในห้อง เพื่อปรับเปลี่ยน Flow ของการเคลื่อนที่ในห้องซะใหม่ เดิมทีเนี่ย เราจะหันหลังให้ประตู ซึ่งเรารู้สึกว่ามันไม่เวิร์ค เพราะใครเข้ามาในห้องเราจะไม่เห็น ถ้าเค้าถือไม้มาฟาดหัวเราก็เสร็จเลย (ถ้าแอบดูหนังโป๊ก็รู้หมด อิอิ) เพราะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งของประตูกับที่นอนในแบบของฮวงจุ้ยมา ว่าเวลาที่เรานอน เราควรจะให้หน้าเรานั้นหันไปที่ประตู เพื่อที่จะได้เห็นเวลามีคนเข้ามาที่ห้องเรา คือไม่ควรนอนหันหัวไปทางประตูให้หันเท้าไปแทน เรามาลองๆคิดดูถึงห้องของผู้บริหารต่างๆ เค้าจะนั่งหันหน้าเข้าหาประตูกันซะส่วนใหญ่ ซึ่งมันก็จะทำให้เห็นว่าใครเข้าใครออกบ้าง เราก็เลยคิดว่าน่าจะต้องทำแบบนั้นบ้าง เราก็เลยจัดการย้ายตู้หนังสือสองตู้ออกมาบังตรงประตูซะ เพื่อให้คนที่เข้าห้องเรานั้นต้องเดินมาจนสุดตู้ถึงจะเข้ามาหาเราซึ่งนั่งอยู่ข้างในได้ ทำให้เรามองเห็นว่าใครเข้ามาในห้องเราบ้าง
แต่ก็ยังจัดได้ไม่ลงตัวเอาซะเลย เพราะในห้องมีโต๊ะทำงานใหญ่ๆอีกตัวที่กินที่มากๆแต่ก็มีประโยชน์ แล้วก็โต๊ะคอมพ์ที่ใช้ทำงานอีกตัว ทีแรกจัดให้โต๊ะสองตัวตั้งฉากกันแล้วล้อมเราเอาไว้ แต่ว่าไปๆมาๆแล้วมันทำให้เราถูกขังอยู่ในกรงมากๆเลย แล้วเราจะเดินไปหยิบของที่ตู้หนังสือได้ลำบาก เลยเปลี่ยนมาวางต่อกันเป็นแนวยาวแทน ก็ทำให้มันสะดวกขึ้นหน่อย แต่เราก็ยังรู้สึกไม่ลงตัวเอาซะเล้ย
ห้องนี้มันไม่เหมาะกับจะเอามาใช้ทำเป็นห้องทำงานจริงๆอะแหละ เพราะว่ามันมีกระจกสามด้านเลยอะ แล้วกระจกก็ติดเหล็กดัด ซึ่งทำให้ทัศนวิสัยแย่ไปเลย เหมือนอยู่ในกรงซะอย่างงั้น เลยต้องใช้การปิดม่านเข้าช่วย แต่มีด้านนึงที่เป็นบานเกล็ดแล้วไม่มีเหล็กดัด เราเลยนั่งชิดด้านนี้เพื่อให้ได้มองออกไปข้างนอกไปชมต้นไม้ของข้างบ้านเค้า แต่มันก็ยังรู้สึกอึดอัด ไม่เหมือนกับกระจกบานใหญ่ๆที่มันรู้สึกไม่มีอะไรมาขวางกั้นจินตนการของเรา เพราะงานเรามันต้องอาศัยจินตนาการพอสมควรเลย มานั่งในที่ที่รู้สึกอึดอัดมันก็เลยยิ่งทำงานไม่ได้กันเข้าไปใหญ่
ตอนนี้ที่เป็นปัญหามากๆก็คือที่นอน เพราะมันไม่ลงตัว นอนแล้วรู้สึกเหมือนว่าไม่ใช่ที่นอน มันไม่สบายไม่รู้สึกว่านี่ฉันกำลังพักผ่อนอยู่นะ ยังไม่รู้จะแก้ยังไงดีเหมือนกันอะเนี่ย ช่วงนี้เลยพยายามมองหาไอเดียที่จะเอามาปรับใช้กับห้องของตัวเอง ก็พยายามจะเคลียร์ของที่รกๆออกไปให้มากที่สุดเผื่อว่ามันจะช่วยให้ทัศนวิสัยดีมากขึ้นหน่อย

มีคนเขียนตอบมา