You are currently browsing the monthly archive for มกราคม 2008.
วันนี้จะต้องออกไปทำเรื่องทะเบียนรถที่ขนส่งใกล้ๆบ้าน ไปถึงก็รีบไปตรวจสภาพรถก่อนเลย ไม่นานก็เสร็จ แล้วก็รีบเข้าไปที่ขนส่ง แต่ปรากฏว่าระบบออนไลน์มันดันเจ๊งซะนี่ ก็เลยอดทำอะไรทุกอย่างเลย คนที่มาทำก็เซ็งไปตามๆกัน เราก็เลยต้องกลับบ้านแต่เราไม่ได้รีบเท่าไหร่เลยไม่มีปัญหา
ความจริงระบบออนไลน์เนี่ยมันดีมากๆเลยนะเพราะมันทำให้อะไรเร็วขึ้นมา แล้วทำที่ไหนก็ได้เนื่องจากมันเชื่อมโยงถึงกันหมด แต่ถ้ามันเจ๊งขึ้นมาทีนี่ก็จบเลยเหมือนกัน
ช่วงนี้เครียดๆไปหมดเลย ทั้งเรื่องงาน เรื่องที่บ้าน อะไรกันนักหนาล่ะเนี่ยชีวิตตตต.. เฮ้อ..
อยากไปเที่ยวทะเล แต่ก็ไปไม่ได้ งานติดพันเต็มไปหมด
เนื่องจากว่า ช่วงนี้ยายมายุ่งกับชีวิตเรามากเกินไปหน่อย เห็นเราเป็นเด็กๆว่างั้น ออกไปไหนก็จะโทรตามตลอด ถ้าไม่มากก็จะไม่ว่าอะไร แต่นี่มันโทรยิกเลยอะสิ เลยเริ่มไม่ไหวละ แล้วชอบมายุ่งเวลาเราทำงานอะไรแบบนี้ ซึ่งเรารู้สึกว่าเวลางานยุ่งๆนี่มันยิ่งเครียดหนัก
ก็เลยบ่นกับยาย ว่าอยากจะมีชีวิตที่อิสระ ดูแลตัวเอง ทีแรกว่าจะย้ายออกไปอยู่หอซะเลยด้วยซ้ำไปนะ เพราะจะได้ออกไปดูแลตัวเองจริงๆ แต่ยายก็บอกว่ายายก็อยากจะย้ายออกไปเหมือนกัน เพราะแม่ไม่พูดกับยาย(แม่เบื่อยายที่พูดอะไรไม่ค่อยจะรู้เรื่อย แล้วชอบถามคำถามที่มันน่าโมโห แม่เลยตัดปัญหาไม่คุยกับยายเลยละกัน)
ยายก็เลยยื่นข้อเสนอมาว่าจะไม่คุยกันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์(พูดเองนะ) เราก็บอกว่าได้ ลองดู ก็เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หึหึ ดูซิใครมันจะทนไม่ไหวก่อนกัน
เกือบแย่เลย พอดีว่างานยังไม่เสร็จ เลยต้องนั่งทำเพื่อเอาไปให้ทีมโปรแกรมเมอร์กับทีมกราฟิคของ one2car เค้า
ก็เลยนั่งทำไปเรื่อยๆ จนเช้า แต่ก็ไม่ไหวเลยแอบงีบไปนิดนึง แต่ก็ได้ไม่นานก็ต้องตื่นละ อาบน้ำกินข้าวแล้วออกจากบ้านไปบริษัท one2car
นั่งรถ 79 ก็หลับตลอดทางเลย แต่ก็หลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ ก็พยายามฝืนๆหลับไป จนมาถึงราชดำริก็มาขึ้นรถสาย 77 ไปพระราม 3 ก็เอาหนังสือมาอ่านเพื่อเตรียมการสอน แล้วพอถึงก็เข้าไปดูน้องๆ แล้วก็สอนไปจนถึงใกล้เที่ยง ก็ออกไปกินข้าวกับน้องๆ แล้วก็เข้ามาสอนต่อ แต่ว่าวันนี้เค้าย้ายที่นั่งกันก็เลยแทบไม่ได้สอนอะไรเท่าไหร่ ตอนนั่งอ่านหนังสือรอน้องๆก็มีจะหลับๆ เพราะมันไม่ไหวแล้วจริงๆ ง่วงสุดขีด
พอตอนเย็นเลิกแล้วประมาณ 5 โมงครึ่งก็ขอตัวออกมา มานั่งรถตู้จากหน้าเซ็นทรัลพระราม 3 แล้วก็มาลงที่เดอะมอลล์ท่าพระ ก็หลับอ้าปากหวอตลอดทางเลย แบบว่าไม่รู้ตัวไปเลยอ่ะ ดีที่ไม่เลย
แล้วจากนั้นก็มาขึ้นรถเมล์ต่อ วันนี้ลองขึ้นสาย 147 ดู เห็นมันผ่านเดอะมอลล์บางแค ก็เลยไป ดีที่ได้นั่ง ไม่งั้นตายแน่ เพราะตอนนั้นเริ่มปวดหัวมากแล้ว เพราะว่าไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยง แล้วยังอดนอนอีกด้วย แล้วก็นั่งมาลงที่เดอะมอลล์แล้วก็ต่อรถสองแถวเข้าบ้าน โชคดีได้นั่งอีกเช่นกัน แต่ตอนนี้นี่แบบว่าจะอ้วกแล้วอะ เพราะว่าควันพิษมันเยอะจริงๆ พยายามอดทน มาถึงหน้าหมู่บ้านก็ค่อยๆเดินเข้าไป จนถึงบ้านก็เจอยายบอกว่าขอตัวไปนอนละ ไม่ไหว
ขึ้นมาก็เปลี่ยนเสื้อผ้านอนเลย แบบว่าอยากอ้วกแต่ก็ไม่อยากอ้วก เลยพยายามนอนข่ม แล้วก็ตื่นมาตอนเที่ยงคืน มาฉี่ แล้วก็รู้สึกปวดหัวจนทนไม่ไหว เลยกินยาแก้ปวดเข้าไปสองเม็ดแล้วก็ไปนอนต่อจนถึง 10 โมงเช้าเลย
Apple เพิ่งจะเปิดตัว MacBook Air , Notebook สายพันธุ์ใหม่ของ Mac ที่มีความบางสุดๆ บางที่สุดในโลกไปเลยก็แล้วกัน
หลายคนเห็นแล้วก็อยากได้ เพราะมันสวยเพรียวบางซะเหลือเกิน แต่ว่างาน Macworld ครั้งนี้ ที่มี MacBook Air เป็นพระเอกกลับทำให้หุ้นของ Apple Inc. ร่วงลงมาตั้งเยอะแหน่ะ เท่าที่จำได้ก่อนจะถึงงาน Macworld 2008 เนี่ย หุ้น Apple เกือบถึง $200 ต่อหุ้นเข้าไปแล้ว แต่พอวันนี้เข้าไปดู เหลือแค่ $156 เองอะ
มาคิดๆดู ถ้าเรามองจากมุมมองของคนขายของ MacBook Air ซึ่งมีราคาค่าตัวสูงถึง $1,799 มันจะมีใครซักกี่คนที่จะซื้อมาใช้กันล่ะ แล้วเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพของ Notebook ระดับ Top อย่าง MacBook Pro ที่เพิ่มเงินอีกแค่ $200 (รุ่นต่ำสุด $1,999) แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคือประสิทธิภาพของเครื่องที่แตกต่างกันเยอะมาก(HDD เร็วกว่า ใหญ่กว่า, จอใหญ่ขึ้นละเอียดขึ้น, เพิ่มแรมได้, ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง, มีช่องต่อมากมายให้ใช้, การ์ดจอเป็นแบบแยกต่างหาก, CPU ที่แรงกว่าพอสมควร)
งานนี้ Apple ออกผลิตภัณฑ์มาได้ฮือฮาพอสมควร แต่ว่ามันไม่ใช่ Mass product ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่จะมาทำกำไรให้กับบริษัทอย่าง iPhone, iMac, MacBook
ไม่รู้คราวหน้า Apple จะออกผลิตภัณฑ์อะไรออกมา รอลุ้นอยู่ว่า Mac mini จะโดนอัพเดท หรือว่าจะกลายเป็น Mac nano เมื่อไหร่กันน้า
ช่วงนี้ที่บ้านมีหนูทั้งห้องข้างล่างและข้างบนเลยอะครับ ตะกี้เพิ่งสัมผัสกับมันมาสดๆร้อนๆ เนื่องจากว่าเดินเข้าห้องน้ำ แล้วจู่ๆก็มีอะไรตกลงมาแล้วก็วิ่งจู๊ดหายไปในมุมมืด เจ้าหนูน่ะเองครับ เหอๆๆ
พยายามจะจับมันด้วยกรงดักหนู แต่ว่าก็ไม่ติดกับซะที ไม่รู้ต้องเอาอะไรมาล่อถึงจะดี เฮ้อ.. มันมาได้ไงเนี่ย
ไม่ค่อยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับผมซักเท่าไหร่ เพราะพอเป็น freelancer แล้ว ก็ทำงานอยู่แต่กับบ้าน(ชักจะเบื่อเหมือนกันนะ) จะออกไปก็เพื่อไปคุยงานเท่านั้นเอง แต่อาทิตย์นี้ peek สุดๆแล้ว
วันจันทร์ – ออกไปประชุมกับ Betagro เรื่อง e-traceability program ตอน 10 โมงเช้า ออกจากบ้านตอน 7 โมงครึ่ง กลับถึงบ้าน 6 โมงเย็น
วันอังคาร – ออกไปสอนกราฟิคที่บริษัท one2car.com (เป็นงานประจำทุกวันอังคาร) ออกจากบ้านตอน 7 โมงครึ่ง กลับถึงบ้านทุ่มนึง
วันพุธ – ออกไปคุยงานที่บริษัท we are too stardust แถวรามคำแหง ตอนบ่าย 2 โมง ออกจากบ้านตอน 11 โมงครึ่ง กลับถึงบ้านตอน 3 ทุ่ม
วันพฤหัสบดี – ออกไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อเอาไว้โอนเงินเข้าที่เดอะมอลล์บางแค ออกไปตอนบ่ายสองครึ่ง ถึงบ้าน 4 โมงเย็น ตอนเย็น 6 โมงขี่จักรยานเอาขนมไปให้ป้าแดงที่บ้านอีกรอบ
ชีพจรลงเท้าสุดๆเลยอาทิตย์นี้ แต่ว่าไม่มีซักวันที่เอารถออกไปใช้ อิอิ จนหลายๆคนบอกให้เอารถออกไปบ้าง เพราะว่าเดี๋ยวมันจะเจ๊งเอา
บันทึกการขี่จักรยาน
ความเร็วเฉลี่ย : 19.1 Km/h
ระยะทาง : 16.08 Km
ระยะเวลาที่ขี่ : 50:30 นาที
ความเร็วสูงสุด : 29.3 Km/h
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เวลาออกไปไหนควรจะใส่เสื้อสีขาวหรือสีดำ เพราะเป็นช่วงไว้ทุกข์ 15 วัน แต่เราแม้ว่าจะไม่ได้ออกไปไหนมากนัก แต่ก็ต้องมีออกไปบ้าง แล้วเราก็ดันไม่มีเสื้อสีดำที่จะเอาไว้ใส่ไปข้างนอกเลยซักตัว วันนี้เลยต้องออกไปซื้อมาใส่ เพราะว่าเดี๋ยววันอาทิตย์นี้ก็ต้องออกไปงานศพแม่ของคุณป้าที่เคยอยู่ข้างบ้านกันมาสมัยก่อนนู้น
วันนี้เลยออกไปซื้อที่เดอะมอลล์บางแค เพราะว่าเป็นห้างที่ไปมาสะดวก แล้วก็มีของให้เลือกซื้อครบครันดี วันนี้ลองเดินทางไปด้วยรถสองแถวดู รออยู่พักนึงทีเดียว แต่ก็ไม่นานมากนัก คนไม่ค่อยมีเพราะยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่คนเยอะ นั่งมาไม่นานก็ถึงเดอะมอลล์ละ ระหว่างทางเห็นถนนบางส่วนของพุทธมณฑลสาย 2 เริ่มเสร็จบ้างแล้ว มีการเทปูนเรียบร้อยเลย ยกขึ้นสูงกว่าถนนปกติมากพอดูทีเดียว คิดว่าปีนี้คงจะเสร็จ จะได้หมดปัญหาเรื่องฝุ่นซะที แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องเสียงดังกับรถเยอะมาแทน
มาถึงเดอะมอลล์เราก็เดินเข้าร้านขายเสื้อทันทีเลย มีร้านนึงขายไม่แพงเท่าไหร่ แบบว่าเป็นเสื้อส่งนอก แต่คิดว่าคงเป็นพวกมีตำหนิเลยเอามาขายถูกๆ เราก็โอเคอยู่แล้วหล่ะนะ แต่ดูแล้วก็ยังไม่ชัวร์ว่าจะเอาดีไหม เลยไปดูร้านอื่นก่อน เดินเข้าไปดูส่วนของเดอะมอลล์เอง ก็เจอเสื้อของร้าน Wrangler สวยถูกใจสุดๆ เสื้อคอโปโลสีดำ เย็บด้วยด้ายสีแดง ข้างหลังมีลายเละๆ โอ้วว โดนใจเลย แต่ว่าราคามันตั้ง 632 บาทอะ นี่ลดแล้วนะเนี่ย เลยไม่เอาดีก่า เดินกลับไปที่ร้านเดิมตะกี้ เดินเลือกมาได้ 3 ตัว มีเสื้อคอโปโลสีดำมีแถบขาวตรงกลาง แล้วก็เสื้อคอกลมสีดำมีลายตรงกลางนิดหน่อย แล้วก็เสื้อยืดสีขาวคอกลมขอบสีดำ รวมแล้ว 580 บาท ถูกกว่าตะกี้ตัวเดียวอีกนะเนี่ย เฮ้อ..
แล้วก็ลงไปซื้อของใน Home Fresh Mart เพราะว่าตั้งใจจะซื้อคุ้กกี้อาเซนอลไปให้เป็นของขวัญปีใหม่กับบริษัท one2car แต่ดันเหลือแค่กล่องเล็ก ก็เลยซื้อมาสองกล่อง แล้วก็ซื้อเปลือกส้มแช่อิ่มมาด้วย
แล้วก็ไปซื้อผัดไทยกับผัดซีอิ้วมาเป็นอาหารเย็นของวันนี้ แล้วก็แวะซื้อไอติมแมคฯ แล้วก็กลับบ้าน เดินไกลเหมือนกันนะเนี่ย กว่าจะไปถึงที่ป้ายรถเมล์ได้อะ ก็รออยู่พักนึงรถสองแถวก็มา เห็นมันเขียนว่าสาย 2 เลยขึ้นไปเลย ขึ้นไปก็ไปยืนเกาะราวอยู่ท้ายรถ เพราะว่าเข้าไปยืนข้างในแล้วหัวมันติดเพดานอะ เมื่อย เลยขอยืนเป็นกระเป๋ารถเมล์ละกัน พอยืนมาจะถึงบ้านอยู่ละ มันดันเลี้ยวเข้าหมู่บ้านนึงเฉยเลย เลยต้องรีบกดออด แล้วเดินลงเข้าบ้าน ที่อยู่ไม่ไกลมากนักแล้ว แวะซื้อไส้กรอกอีสานสามไม้ แล้วก็เดินเข้าบ้าน
มาถึงก็จัดการเอาเสื้อดำที่ซื้อมาไปซัก แล้วเอาเสื้อสีฟ้าที่เคยซื้อมานานแล้วไปซักด้วย ปรากฏว่าไอ้ที่สีตกดันเป็นเจ้าสีฟ้านี่ตัวเดียวเลย เฮ้อ
วันนี้พี่นัยโทรมาเรื่องงานใหม่อีกแล้ว เป็นเกมออนไลน์สไตล์ Battle Mail สมัยก่อน ไม่รู้ยุคนี้มันจะเวิร์คไหมนะเนี่ย เพราะยุคนั้นจำได้ว่ามันเจ๊งไปซะงั้นเอง
ขอบ่นหน่อยเฮอะ ช่วงนี้มีเรื่องที่ให้เราต้องขวนขวายหาความรู้มาใส่สมองเยอะจังเลย ก็ดันต้องไปสอนกราฟิคที่ one2car นี่แหละ ทำให้เราต้องพยายามเตรียมตัวไปสอนให้มาก คือเรื่องศิลปะนี่เราก็ไม่ได้จะเก่งอะไรเล้ย ที่เรียนๆมาก็คืนอาจารย์ท่านไปหมดแล้ว นี่ก็เหมือนต้องกลับมาเริ่มเรียนกันใหม่ ก็พยายามหาอ่านเอาจากในเว็บนี่แหละ เพราะจะให้ออกไปหาซื้อหนังสือมาอ่านก็ไม่มีเงิน ก็เลยจำต้องใช้วิธีเรียนแบบนี้เอา แต่สมัยนี้ก็ดีนะ เพราะข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมันมีเยอะ แต่ข้อเสียคือเราก็ต้องมานั่งอ่านดูว่าอันไหนมันจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้มั่ง เลยทำให้ต้องมาเสียเวลาในการอ่านพวกข้อมูลเหล่านี้กัน เฮ้อ..
เอาวะ เราไปสอนเขา ก็ทำให้เราได้สอนตัวเองไปด้วยในตัวนั่นแหละนะ
วันนี้ออกไปทำเลนส์แว่นอันเก่า เพราะว่าเคยทำไว้เป็นสีชา แล้วเวลาใส่มันรู้สึกมึนหัวยังไงไม่รู้สิ เลยลองเอาไปทำที่ร้านแว่นที่มาเปิดใหม่แถวๆบ้าน ร้านเค้าโล่งมากๆเลยอะ มีพนักงานสองคนเอง ดูแล้วเหงาหงอยชอบกล
เราให้เค้าลองวัดสายตาดู มันก็ไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่เลย เรายังมองเห็นตัวเลขในบรรทัดสุดท้ายของตารางทดสอบสายตาได้(ต้องใส่แว่นนะ) เค้าบอกว่าถ้าสายตาเปลี่ยนก็คือว่าต้องอ่านไม่ออกตั้งแต่บรรทัดที่สามจากข้างล่างแล้วอะ
เท่าที่จำได้แว่นสายตาที่ใส่อยู่ตอนนี้ทำมาตั้งแต่ 4 ปีก่อนเห็นจะได้แล้วอะ เพราะว่าทำไว้สำรองตอนเอาไปอเมริกา ดังนั้นก็เลยจะไม่ได้เปลี่ยนเลนส์อะไรเลยตั้งแต่ตอนนั้น นานมากจริงๆ น่าคิดเลยนะเนี่ย ว่าทำไมเรายังคงทำให้สายตายังคงเส้นคงวาได้แบบนี้ อาจจะเป็นเพราะเราพยายามใส่แว่นตลอดเลยด้วยมั๊งนะ เลยทำให้ไม่ต้องเพ่งสายตาในการมองมากๆ มันก็เลยช่วยให้สายตาไม่เปลี่ยน
แต่เรารู้สึกว่ามันเริ่มๆเบลอเล็กๆแล้วเหมือนกันนะ แต่โดยรวมมันยังคงชัดอยู่น่ะ ก็เลยไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยน

มีคนเขียนตอบมา