You are currently browsing the monthly archive for ธันวาคม 2007.
ช่วงนี้อยากเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่นบ้าง เดิมทีคิดว่าจะออกไปนั่งวาดรูปวัดวาอารามต่างๆ ถ้าหากว่ามีคนสนใจขอซื้อภาพก็จะขายไปอะไรแบบนี้ แต่มานั่งคิดๆแล้วก็ไม่รู้ว่าจะคุ้มไหม เพราะต้องออกไปนั่งวาดรูปทั้งวันเลย ไม่รู้ด้วยว่าจะขายได้หรือไม่ได้
เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่า อยากจะทำเป็นเว็บขึ้นมาเลย เป็นแบบว่าเว็บให้คนที่ต้องการอยากหาคนวาดภาพเหมือน เข้ามาอัพโหลดรูปที่อยากให้วาดลงไป แล้วเค้าก็อาจจะจ่ายเงินเลย (ไม่รู้ว่ามันจะเวิร์คไหม) จากนั้น เราก็จะเอาภาพนั้นมาวาดลงในกระดาษ ทุกๆวันเราจะถ่ายรูปของภาพที่เรากำลังวาดให้ลูกค้าดู จนกว่ามันจะเสร็จ แล้วเราก็จะสแกนภาพนั้นส่งไปให้ลูกค้า หรือถ้าลูกค้าอยากได้ภาพจริงก็ให้เพิ่มค่าส่งมา แล้วเราก็จะจัดส่งไปให้ไรงี้
คือเราคิดว่ามันน่าจะดี เพราะเราไม่ต้องออกไปข้างนอก ทำงานที่ไหนก็ได้น่ะแหละ ที่มีอินเทอร์เน็ต แล้วก็สามารถนั่งวาดรูปไปได้ด้วย เราอาจจะไปนั่งวาดอยู่โน่น บนเขาไรงี้ แล้วพอเสร็จก็ส่งรูปเป็นเมลไปให้ลูกค้าอีกที
แนวคิดนี้เริ่มมาจากที่วันนี้ไปลองเล่นเว็บ animoto.com เป็นเว็บที่ช่วยทำ Video จากภาพถ่ายของเราเอง โดยเค้าจะให้เราอัพโหลดรูป หรือไปดึงรูปจากเว็บเก็บรูปดังๆมา แล้วเค้าก็จะให้เราเลือกเพลงประกอบ หรือจะใส่เพลงของเราเองไปก็ได้ แล้วโปรแกรมมันก็จะทำการสร้างไฟล์วิดีโอออกมาให้ ซึ่งมันออกมาดูดีมากเลยอะ ไม่รู้เค้าทำได้ยังไง แล้วแถมเค้ายังบอกอีกว่า วีดีโอที่ทำการสร้างออกมานี้ แต่ละครั้งจะไม่เหมือนกันเลยด้วยนะ เอ้อเหอ เด็ดจริงๆ
เราก็เลยคิดว่า เออ เราน่าจะลองทำอะไรแบบนี้เล่นดูบ้างนะ มันได้ทั้งศึกษาระบบการทำงานด้วย เราอยากให้มันเป็นเว็บแบบ Ajax เต็มรูปแบบไปเลยเหมือนกัน ทุกอย่างอยู่ในหน้าเดียวกันหมด เราว่ามันน่าจะทำให้ลูกค้าเค้าใช้งานได้ง่ายดี
นี่ถึงขนาดไปลอง search หาชื่อเว็บที่จะจดมาแล้วด้วยนะ อิอิ แต่ก็ยังไม่แน่ไม่นอน แต่ดูแล้วมันน่าทำมากน่ะ เพราะในอนาคตเราก็อาจจะปรับให้มันเป็นแบบว่าเว็บที่ให้ศิลปินคนอื่นๆที่อยากทำแนวเดียวกันนี้มาร่วมด้วย เราก็อาจจะหักค่าใช้จ่ายไปบางส่วนไรงี้
วันนี้ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อจะออกไปบ้านพี่เหม่ง เพราะว่านัดกับพี่เค้าไว้ว่าเราจะไปช่วยสอนทีมกราฟฟิคเรื่องการออกแบบต่างๆ แล้วก็สอนพวก Flash ไรงี้ด้วย
ก็ออกจากบ้านราวๆ 7 โมงครึ่ง รถเมล์มาราวๆ เกือบ 8 โมง ดีที่ได้นั่ง แล้วก็นั่งไปลงสยาม แต่เอ้อเหอวันนี้รถติดน่าดูเลยแฮะ ไปถึงสยามก็ 9 โมง 40 แล้วอะ ก็เลยนั่งรถไฟฟ้าไปลงแถวสีลม แล้วต่อแท็กซี่เข้าไปหน้าปากซอยแล้วเดินเข้าไป
ไปถึงก็ได้เจอกับทีมกราฟฟิคทั้งสามคนของบริษัท one2car แต่ละคนก็มีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกันมา วันนี้ก็เลยจะเป็นการคุยทำความรู้จักกันซะมากกว่า
ตอนเช้าก็คุยกับต้อมที่เป็นคนที่เพิ่งเข้ามาทำไม่นาน ก็ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก ก็ทำพวกภาพประกอบต่างๆ เอาไว้ลงเว็บลูกค้า ซึ่งเค้าก็เปิดรับเต็มที่เลย เพราะว่าคนนี้เค้าเรียนรู้เอาเองมาตลอด ได้มาถึงขั้นนี้ก็นับว่าเยี่ยมทีเดียว
พอช่วงเที่ยงก็ออกไปกินข้าว ออกไปกับพี่ณัฐพี่เหม่ง ไปกินกันถึงคาร์ฟู แล้วก็เดินช้อปปิ้งซื้อของต่ออีก กว่าจะกลับมาเข้าออฟฟิศก็ปาเข้าไปเกือบบ่าย 3 กลับมาก็มานั่งคุยกับนา ที่เป็นมือสองสำหรับทำกราฟฟิคที่นี่ นาก็จะทำพวก Html, Flash เป็นบ้างแล้ว เราดูงานแล้วก็ออกใช้ได้นะ (แต่พี่เหม่งบอกว่าน้องเค้าทำเองยังไม่เก่ง อาศัยลอกๆเอา) เราก็เลยแนะนำพวกเทคนิคนิดๆหน่อยๆไป
อีกคนคือมือหนึ่งกราฟฟิคของที่นี่ชื่อปอ คนนี้ก็ทำกราฟฟิคใช้ได้ แต่ดูแล้วยังขาดความมันไปหน่อย คือทำออกมาเรียบๆ แต่ก็อาจจะเป็นงานสไตล์ของเค้าน่ะนะ จะไปว่าก็ไม่ได้ แต่ปอนี่จะใช้การจัดหน้าแบบดั้งเดิมคือ table เป็นหลัก ซึ่งเราว่ามันหมดยุคไปแล้ว แต่ก็อย่างว่า ถ้าทำงานทุกวัน ก็คงไม่มีเวลาไปนั่งศึกษาเรื่องพวกนี้ กลับบ้านก็อยากจะไปทำอย่างอื่นมากกว่าแล้ว (นี่เป็นข้อเสียอย่างนึงของคนที่ทำงานประจำนะเราว่า)
เสร็จแล้วก็ไปช่วยทีมโปรแกรมเมอร์หาทางแก้ CSS แต่ก็แก้ไม่ได้เหมือนกัน เลยแนะนำเว็บไป ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กว่ามาก
แต่น้องโปรแกรมเมอร์นี่เค้าพิมพ์เร็วจริงๆนะ เยี่ยมไปเลย
กว่าจะเสร็จก็โน่นน่ะ 6 โมงเย็น ก็เลยอยู่กินข้าวกับบ้านพี่เหม่งก่อน แล้วก็ดูเมเม่กินข้าวเย็นด้วย เมเม่ช่วงนี้เริ่มจะจดจำหน้าคนได้แล้ว ก็เลยจะมีอาการกลัวเกิดขึ้น เนื่องจากไม่คุ้นหน้า ต้องเป็นแม่หรือพ่อหรือย่าปู่ ไรงี้ที่จะยอมเล่นด้วย กับเราก็เล่นด้วยนิดๆหน่อยๆ แต่จะมองจ้องตลอดเลย คงพยายามจดจำอยู่มั๊ง
ตอนขากลับพี่เหม่งออกมาส่งที่ป้ายรถไฟฟ้า ทีแรกว่าจะหารถตู้ขึ้นกลับบ้าน แต่ก็ไม่มีที่ไปถึงบ้านเราเลย ก็เลยนั่งรถไฟฟ้าไปลงสยามแทน เพราะคิดว่านั่ง 79 กลับบ้านน่าจะโอเค ก็เลยนั่งไป คนเยอะมากอะ ยืนนี่ไม่มีที่เกาะเลย เกือบจะล้มเอา
มาถึงสยามก็เลยโทรหาเอเผื่อว่าจะกำลังกลับจะได้ขอติดรถกลับด้วย ปรากฏว่ายังอยู่ทีทำงานอยู่เลย แต่กำลังจะออกมาแล้ว ก็เลยรอ แล้วก็นึกได้ว่ามีงานที่เพิ่งทำเสร็จ เค้าเอามาตั้งที่พาราก้อน เลยลงไปเล่นดูซะหน่อย แต่เล่นไม่ค่อยเวิร์คเลย เพราะเค้าตั้งตำแหน่งของจุด scan เอาไว้ไม่ดี เลยสแกนลำบากมาก แต่รวมๆมันก็โอเค
แต่นี่ต้องมาแก้อีกแล้ว เพราะปัญหาเดิมๆเรื่องของ performance นี่แหละ เฮ้อ ยากเย็นๆ เราจะมีปัญหาเรื่องพวกนี้มาก เพราะไม่ได้มาจากสายโปรแกรมเมอร์ code ต่างๆที่เราเขียนมันก็เลยเป็น code ที่ไม่ได้มีการ optimize ให้ดีพอ คือเขียนให้มันออกมาได้น่ะ ก็ยากแล้ว นี่ต้องมา optimize อีก เฮ้อ.. ตอนนี้เลยต้องมานั่งอ่านวิธีการต่างๆที่จะช่วยให้มันเร็วขึ้น แล้วก็ให้มันกินเม็มโมรี่เครื่องน้อยลงหน่อย
พอเอมาก็มาลองเล่นกัน แล้วก็ไปกินข้าว เพราะเอยังไม่ได้กินอะไรมา เรากินมาหน่อยแล้วแต่ก็ไม่ค่อยจะอิ่มหรอก ดีที่ตอนกลางวันซัดไว้เยอะ
กินเสร็จก็กลับบ้านกัน เราแยกกับเอแถวบ้านเอ จะไปต่อสาย 79 แต่เจ้ากรรม รถ 79 มาสองคันติด วิ่งไม่ทัน เลยอดขึ้นเลย เลยคิดว่าถ้ารอ 79 อีกคันคงรอกันเงกแน่ๆ เลยขึ้นสาย 124 ที่มันเขียนว่าไปศาลายา แต่ขึ้นไปแล้วไหงเลี้ยวเข้าสนามหลวงเฉยเลย เลยลงดีกว่า ไปต่อสาย 123 ดีก่า ถึงบ้านเลย แล้วอู่มันอยู่ตรงท่าช้างด้วย แต่ลงไปถึงข้ามฝั่งไปจะไปเข้าห้องน้ำที่ศิลปากร มันดันปิดแล้ว พอจะข้ามกลับ เอ๊า สาย 123 วิ่งสวนไปอีกขึ้นไปทัน -_-’ เลยเดินไปที่อู่รถ แต่ไม่เห็นรถจอดซักคัน ใจเริ่มแป้วแล้ว เพราะมันใกล้จะ 4 ทุ่มแล้วอะ ถ้าไอ้คันตะกี้เป็นคนสุดท้ายล่ะซวยเลย เลยตัดสินใจยืนรอดูก่อน ถ้า 4 ทุ่มกว่าไม่มาก็ไม่รอแล้ว แต่โชคดีมันมา ก็เลยได้นั่งไปยาวเลย แต่สาย 123 นี่ึคนขึ้นเยอะมากๆเลยอะ แน่นตั้งแต่ช่วงสนามหลวงเลย ไปว่างเอาก็ใกล้ๆถึงบ้านเราแล้วอะ
เหนื่อยจริงๆวันนี้ กลับมายายนอนแล้ว ก็ขึ้นมาเช็คงานแล้วก็อาบน้ำนอน เฮ้อ..
มานั่งคิดๆดูแล้ว น้ำเป็นส่วนประกอบที่มากที่สุดถึง 75% ของโลกนี้ และร่างกายของเรา
ถ้าเกิดว่าภาวะโลกร้อนมากขึ้นๆ น้ำแข็งก็จะละลาย น้ำก็จะท่วมโลก ถ้าเราไม่เตรียมร่างกายให้พร้อมกับน้ำอันมโหราฬขนาดนั้นไว้ก็คงจะแย่แน่ๆ เราน่าจะหาวิธีที่จะรับมือกับน้ำที่จะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของเราอย่างในหนังเรื่อง Water World กันได้แล้วมั๊ง
น่าจะเริ่มจากการฝึกว่ายน้ำให้แข็งๆำไว้ก่อนเลย ฝึกกลั้นหายใจให้ได้นานๆ ฝึกลอยตัวให้ได้ ฝึกว่ายน้ำให้เร็ว
ถ้าเราเริ่มศึกษาเรื่องอุปกรณ์ที่จะใช้ในน้ำได้ก็น่าจะเป็นเรื่องดี พลังงานที่ได้จากน้ำ จากลม ก็น่าจะได้ใช้ในอนาคต อืมม.. น่าคิดนะๆ
วันนี้ตอนเช้าตื่นออกไปกินข้าวที่สนามหลวง2 กับยาย แล้วก็ซื้อกับข้าวกลับบ้าน วันนี้เป็นไรไม่รู้บ๊องเรื่องเงินๆทองๆมากๆอะ คือว่าไปซื้อกระดาษทิชชู่ให้ยาย จ่ายแบงค์ 20 ไป เค้าทอนมา 15 บาท ดันไปถามเค้าว่าตะกี้เราให้แบงค์ 50 ไปหรือเปล่า
พอมาร้านข้าว ค่าข้าว 25 บาท เราให้แบงค์ 100 ไป เค้าก็ทอนเงินมาให้ 75 บาท แล้ว แต่เราก็นึกว่ายังไม่ได้ทอน ก็ไปทวงเค้าอีก คนขายก็ไม่แน่ใจเลยคืนเงินมาให้ 75 บาท แต่พอเรามาคิดๆดู เอ๊ มันมี 70 บาท อยู่ในกระเป๋านี่นา เพิ่งจ่ายค่าผัดไทยไป 50 บาท เอ๊ หรือเราได้เงินทอนมาแล้ว เลยเอาไปคืนเค้า แล้วก็ขอโทษขอโพยกัน เค้าก็งงๆ เพราะเค้าก็ว่าเค้าทอนแล้วจริงๆ เฮ้อกู.. ท่าจะบ้า
เสร็จแล้วก็ไปเดินซื้อขนมซื้อกับข้าว แล้วก็ไปเดินดูต้นไม้ว่าราคามันต่างกับที่ไปซื้อมาจากสวนกล้วยไม้ที่ราชบุรีหรือเปล่า อะจ๊าก ที่ราชบุรีต้นละ 150 บาท ต่อไม่ได้เลย ที่นี่ 120 บาท T-T กูถ่อไปซื้อทำไมเนี่ยตั้งแพง เลยซื้อแบบที่เป็นกระถางมา ต้นละ 80 บาทเองอะ แต่มันไม่สวยเหมือนต้นแพงๆ มีแบบต้นละ 5000 บาทด้วยนะ เหอๆ ชื่อช้างเผือกไรนี่แหละ ไม่เห็นจะสวยเล้ย
แล้วก็มาซื้อดินเอาไปย้ายต้นมะลิมาลงกระถาง เพราะมันเริ่มจะเจริญงอกงามดีเกินเหตุซะแล้ว
กลับมาบ้านก็มาแวะซื้อไก่ทอดให้ไอ้เต๋าก่อนที่ตลาดทศกัณฑ์ใกล้ๆบ้าน แล้วก็เข้าบ้าน มานั่งจัดการย้ายกระถางเดิมของต้นมะลิออก เอ้อเหอ รากเต็มเลยอะ มันชอนไชเข้าไปในดินเต็มไปหมดเลย ต้องตัดออกด้วยเพราะว่ากระถางที่ซื้อมาเป็นแบบยาวๆ มันเลยกว้างไม่พอซะนี่ ก็เอาดินใส่แล้วก็ย้ายต้นมะลิมาลงแล้วก็จัดการรดน้ำซะให้ชุ่มฉ่ำ เสร็จแล้วก็มารดน้ำดอกกล้วยไม้ที่ซื้อมาแสนแพง ตอนนี้ย้ายไปไว้ใต้ต้นไม้หน้าบ้านละ เพราะว่ามันร่มหน่อยก็ซื้อ Foggy มาฉีดกันเลยนะ ก็สะดวกดี แล้วก็ขึ้นมาข้างบนมานั่งเล่นเน็ต แล้วตอนบ่ายน้องปุ้นก็มาเรียนวาดรูป แล้วตอนเย็นรู้สึกว่าวันนี้อากาศน่าออกกำลัง เลยสอนเสร็จรีบเอาจักรยานออกไปขี่เลยครับ ไม่ได้ขี่มานานมากๆ น่าจะกว่า 2 เดือนได้แล้วแหละนะ แต่วันนี้ก็ไปไหนไม่ได้ไกลนักเพราะมันเริ่มมืดแล้ว ก็เลยขี่ไปแค่สนามกีฬาแล้วก็กลับ ไปแวะซื้อน้ำเติมพลังหน่อยนึงด้วย ถ้าไม่ได้น้ำนี่ตายแน่ๆเลย เหนื่อยจริงๆพับผ่าดิ
สรุปการปั่น
ระยะทางทั้งหมด 10.65 Km
ความเร็วเฉลี่ย 17.6 Km/h
ความเร็วสูงสุด 38.9 Km/h (ลองอัดๆดู ไม่เลวนะ)
ออกจากบ้านตอน 11 โมงกว่าๆได้ เอขับรถมารับเราที่บ้าน ขับไปกันสองคน เราขับตลอดงาน ขับไปทางนครปฐมแล้วไปเข้าราชบุรีแล้วไปเข้าอำเภอสวนผึ้งอีกที
ไปแวะกินข้าวเที่ยงตอนบ่ายๆกันที่ตลาดแถวนั้น ไปจอดรถหน้าร้านป้าขายกล้วยแขก แต่ไม่ได้กินร้านนี้ ขากลับเลยแวะซื้อกล้วยแขกติดมือมา ตอนกลางคืนเอามากินเพิ่งรู้ว่ามันอร่อยมากเลยว่ะ
เสร็จแล้วก็ขับไปที่พัก แต่ก่อนจะไปก็เข้าไปแวะชมอีกที่นึงชื่อ Scenery เข้าไปลึกมากพอสมควร แต่เข้าไปแล้วสวยเลย เพราะมันสงบและส่วนตัวสุดๆ แถมพอเข้าไปถึงนะ มีบริการขับรถพาทัวร์ด้วยอะ เอ้อเหอ เจ๋งจริงๆ เค้าก็บอกว่าบ้านไหนเป็นยังไง แล้วก็พาเข้าไปดูบ้านนึง เอ้อเหอ จัดยังกะบ้านตัวอย่างแน่ะ สวยจริงๆ เรียกว่าบ้านที่เราจะไปพักนี่ชิดซ้ายไปเลยอะ แต่ที่นี่มันก็แพงกว่าจริงๆนะเนี่ย แต่ถ้ามาแล้วได้พักแบบนี้ก็คุ้มเหมือนกันนะเนี่ย พอเดินดูบ้านพักที่ยังกะบ้านจริงๆแล้วก็มาเอาโบชัวร์้เลยมาเจอกับเพื่อนที่ทำงานเอเค้า ซึ่งก็พาแฟนมาพักบ้านที่สวยๆตะกี้นี้น่ะเอง เห็นว่าสั่งจัดพิเศษเลย ร้ายเจงๆ
แล้วเราก็ขับไปบ้านอ้อมกอดขุนเขาอันเป็นที่พักของเราคืนนี้น่ะเอง รีสอร์ทนี้อยู่ติดถนนเลย มาถึงก็เลี้ยวเข้าไปจอดแล้วก็ไปเช็คอิน ที่นี่ก็ใช้ได้เหมือนกันบรรยากาศดีธรรมชาติล้อมรอบ มีภูเขาล้อมรอบจริงๆซะด้วยนะ บ้านพักของเราได้บ้าน ซึ่งอยู่ติดกับสนามขี่ม้าแล้วด้านหลังก็เป็นภูเขา สวยใช้ได้เลย
พอเอาของเข้าไปเก็บก็สั่งกับข้าวเย็นไป เพราะเค้าบอกว่าที่นี่จะมีแขกข้างนอกมาทานอาหารด้วยอาจจะช้า ถ้าสั่งก่อนก็จะมาส่งให้ได้ตามเวลา
เสร็จแล้วก็นอนพักดูทีวีกันไปในห้อง สำรวจห้องดู ห้องน้ำที่นี่เป็นแบบเปิดโล่งเลย ไม่มีประตู มีแค่ผ้าบางๆมาบังแค่นั้นเอง นี่ถ้าไม่เคยเป็นแฟนกับเอมาก่อนก็คงลำบากใจอยู่เหมือนกันนะเนี่ย พอพักให้แดดร่มก็ออกไปเดินสำรวจสถานที่กัน เพราะว่าเดือนกุมภาฯ เอเค้าจะมากับบริษัท มาจัดงานกันที่นี่ วันนี้มาก็เพื่อมาสำรวจก่อนว่าจะมีที่ทางทำอะไรกันได้บ้าง
ที่นี่ก็มีบ้านหลากหลายแบบดีนะ มีทั้งใหญ่และเล็ก วิวก็จะแตกต่างกันออกไป มีลำคลองเล็กๆไหลผ่านด้วย เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว แถมยังมีสระว่ายน้ำไว้ให้บริการอีกต่างหาก เกือบจะไปว่ายแล้วนะเนี่ย แต่มันเริ่มเย็นแล้ว น้ำมันเย็นน่าดูชม
ก็เลยเดินดูบ้านหลังต่างๆกัน บ้านหลังใหญ่ มีสระเล็กๆส่วนตัวเลยอะ เด็ดมาก เพราะมองออกไปเป็นต้นไม้ภูเขา
แล้วพอเริ่มมืดก็เข้าบ้านกัน ไปนอนเล่นดูทีวี พอ 6 โมงครึ่ง ข้าวที่สั่งไว้ก็มาส่ง เราให้เค้าเอาไปส่งข้างบน ซึ่งเค้าจัดเอาไว้ให้สามารถขึ้นไปนั่งทำกิจกรรมยามค่ำคืนได้ด้วย ซึ่งก็เหมาะกับการกินข้าวเย็นทีเดียว วันนี้พวกเราสั่งกันมาสามอย่าง มีปลาทับทิมทอดน้ำปลา ผัดผัก แล้วก็ต้มยำเห็ด อาหารรสชาติเยี่ยมเลย ปลาทอดก็กรอบสุดๆ กินกันจนหมดเกลี้ยงเลย แล้วก็เข้าไปนอนดูทีวีต่อ ดูอะไรไปเรื่อยเลย มาหยุดดูละครช่องเจ็ดนานหน่อย เพราะเอเค้าดูอยู่ เราไม่เคยดูหรอก แต่ดูอะไรก็ตื่นตาตื่นใจไปหมด เพราะปกติเราไม่ได้ดูทีวีอยู่แล้วน่ะ ดูจนจบแล้วก็ดูต่อไปเรื่อยๆเลย จนมาดูบอลแต่ดูได้แค่ครึ่งแรกก็ไม่ไหวละ เอชิงหลับไปก่อนแล้ว ส่วนเราก็เริ่มสัปหงกแล้ว เลยนอน
กว่าจะตื่นได้ก็นานพอดูเพราะเมื่อคืนดูบอลถึงตี 3 กว่าได้ เอก็ปลุก เราก็ไม่ยอมลุกซักที ยังง่วงอยู่ แต่ก็ต้องลุกเพราะจะหมดเวลาอาหารเช้า ที่เค้าให้ถึงแค่ 10 โมง ก็รีบลุกอาบน้ำแล้วออกไปกินข้าวกัน ก็มีให้เลือกด้วยว่าจะเอาแบบฝรั่งหรือแบบไทย ที่เป็นข้าวต้มต่างๆ เราก็เลือกเอาแบบฝรั่งกันไป กินเสร็จก็เดินถ่ายรูปกันแถวนั้นแล้วก็กลับไปนอนพักต่อเก็บข้าวเก็บของกัน
แล้วก็เช็คเอ้าท์ตอนราวๆเที่ยงพอดี แล้วก็ไปแวะสวนกล้วยไม้ เดินดูอยู่พักนึงก็ได้ติดไม้ติดมือกันมาคนละต้นสองต้น หมดไป 500 บาท มารู้ทีหลังว่าซื้อกรุงเทพฯถูกกว่าอีก
แล้วก็ไปแวะเดินดูน้ำตกเก้าโจนกัน ขึ้นไปไม่กี่ชั้นก็หมดแรงแล้ว แดดมันร้อนด้วย ขี้เกียจเดิน ก็เลยลง แล้วก็ไปแวะซื้อกล้วยแขกเจ้าอร่อยที่กินแล้วติดใจ คราวนี้เลยซื้อมา 20 บาทเลย แล้วก็ไปแวะกินข้าวกันที่แถวๆตัวอำเภอ แวะกินบะหมี่เกี๊ยว แต่ไม่อร่อยเท่าไหร่เลยอะ ขนาดว่าคิดอยากจะเปิดขายเองเลยนะเนี่ย
แล้วก็ขับยาวไปเรื่อยๆจนมาถึงกรุงเทพฯเลย แวะปั๊ม Jet นิดหน่อย
มาถึงบ้านเราก็ให้เอมาแวะพักกินหนมกินน้ำก่อนกลับบ้าน
เราก็เหนื่อยๆสุดๆขับรถทั้งวัน แล้วก็มาเช็คงานแก้งานแล้วก็หลับเลย ไม่ไหวแล้วง่วงจริงๆ
วันนี้มีเหตุให้ต้องออกไปข้างนอก เนื่องจากว่าคุณยายข้างบ้านที่เป็นญาติๆกันเค้าป่วยเข้าโรงพยาบาล ก็เลยต้องไปเยี่ยมแกซะหน่อย จริงๆคุณยายแกก็บ่นอยู่บ่อยๆว่าเหนื่อย เดินหรือทำอะไรมากๆไม่ได้ จริงๆแล้วเป็นเพราะว่าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจของคุณยายเกิดตีบขึ้นมานั่นเอง ทีแรกเค้าจะทำบายพาสให้เส้นเลือดหัวใจ แต่ก็กังวลกันว่าคุณยายจะรับไหวหรือเปล่า เพราะแกก็ 87 แล้วด้วย ก็เลยเปลี่ยนแผนเป็นทำบอลลูนแทน ซึ่งจะเสี่ยงน้อยกว่า แต่จะต้องทำใหม่ทุกๆ 3-5 ปี
ตอนนี้คุณยายก็เลยนอนพักเอาแรง เพื่อให้แข็งแรงพอที่จะผ่าทำบอลลูนได้
วันนี้เราออกจากบ้านตอนราวๆบ่ายสองโมงครึ่ง ทีแรกว่าจะออกไปตั้งแต่ตอน 11 โมง แต่ว่าวันนี้น้าเบสดันมาเยี่ยมยายแบบไม่ได้บอกล่วงหน้านานๆ ก็เลยต้องอยู่รับแขกกัน วันนี้น้าเบสมาปรึกษาเราเรื่องอยากจะใช้อินเทอร์เน็ตที่สวน เราก็แนะนำไปตามที่รู้มา แล้วก็นั่งหัดเล่นอินเทอร์เน็ตกันนานพอดู กว่าจะเสร็จก็โน่นแน่ะ บ่ายสองถึงได้ออกเดินทาง
วันนี้วันอาทิตย์รถไม่ติดเลยแฮะ ขับสบายมาก ขับจากบ้านไปโรงพยาบาลพระมงกุฏใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ แบบเรื่อยๆเลยอะ ยายก็บอกทางไปเราก็ขับไปตามนั้น มาถึงก็ขึ้นไปเยี่ยมคนไข้ แต่คนไข้หลับ เพราะเมื่อคืนไม่ยอมนอน แต่คุยกับน้าติ๊กแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ ก็ทำไปตามแผน คือทำบอลลูนก่อนในช่วงนี้ แล้วรอดูอาการกันอีกที
ขากลับวันนี้ยายพาอ้อมซะ ขามาก็บอกทางดีอยู่หรอกนะ แต่ขากลับไปอ้อมซะไกลเลย กลับมาถึงบ้านราวๆ 5 โมงเย็น ก็รู้สึกดีเหมือนกันนะวันนี้ ได้ขับรถออกไปข้างนอก คงดีที่รถมันไม่ติดด้วยน่ะแหละ เลยขับได้สบายๆ
เมื่อคืนฝันเหนื่อยมากๆ (อาจจะเรียกว่าฝันเช้าก็ได้นะเนี่ยเพราะนอนตอนเช้า) ฝันไปว่าล่องเรือไปกลางทะเล มืดเลยนะ แล้วก็ฝนตกด้วย เรือลำไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่ว่ามีใบเรือด้วย แล้วยายก็นั่งไปในเรือด้วยอะ แล้วจู่ๆเราก็สลบไป ตื่นขึ้นมาอีกทีล่องอยู่ในแม่น้ำแล้ว ฝนยังตกกระหน่ำ เรายืนอยู่หัวเรือแต่เสือกบังคับทิศทางเรือได้เฉยเลย หลบเรือที่แล่นสวนไปมาได้แบบเฉียดฉิว
แล้วก็ล่องฝาขึ้นมาบนบกได้ซะงั้นอะ แล้วก็เข้าไปในตึกเลยนะ แล้วก็จอด แบบว่าหิวมากเหมือนเราเพิ่มไปลุยอะไรมา แล้วก็มองหายายว่าอยู่ไหน ปรากฏว่ายายนอนอยู่ใต้ผ้าใบ ทีแรกนึกว่ายายตายซะแล้ว แต่ไม่ตายนะ แล้วเราก็ลุกขึ้นมาจะไปหาอะไรกิน แล้วจะหาทางกลับบ้านกัน แต่บรรยากาศรอบข้างมันเหมือนกับ Food court ซะงั้นอะ แต่เป็นแบบ outdoor หน่อยๆ ฝนยังตกกระหน่ำลงมา เฮ้อ งง
เคยมีอยู่คืนนึงฝันว่าว่ายน้ำอยู่ในทะเล ไม่รู้ประเทศอะไร อันนั้นก็น่ากลัว จำเรื่องราวไม่ได้แน่ชัดแต่รู้ว่าเป็นสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนเลย เหมือนจะเป็นต่างประเทศ แล้วมีเกาะนู้นเกาะนี้มั่วไปหมด เรื่องราวมันมั่วซั่วมากๆเลยอะ ไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่รู้ว่าตื่นมาแล้วมันก็หายไปหมดเลย
ตะกี้นั่งแปลข้อมูลของ WordPress จากอังกฤษเป็นไทยอยู่ เหนื่อยเลย ดูแล้วไร้สาระอยู่เหมือนกัน การงานไม่ยอมทำ มัวแต่นั่งแปลอะไรก็ไม่รู้ แต่สนุกดีน่ะ เพราะได้ใช้สมองในการคิดหาคำแปลที่มันน่าอ่าน
ถ้าใครสนใจเข้าไปช่วยแปลก็ที่นี่เล้ย http://translate.wordpress.com
เค้ามีจัดอันดับให้ดูด้วยนะว่าภาษาของเรานั้นตอนนี้ถูกแปลไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วอยู่อันดับที่เท่าไหร่จากภาษาทั้งหมด ตะกี้เท่าที่ดูๆ รู้สึกจะทำให้อันดับของภาษาไทยขึ้นมาเป็น 10 อันดับเห็นจะได้ เพราะแปลไปร่วมๆ 300-400 ประโยคแน่ะ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการย้ายจากเครื่องเก่ามาใช้เครื่องใหม่ ยังมีหลายๆอย่างที่ยังไม่เรียบร้อยดีนัก แต่ทีแรกคิดว่าย้ายมาเครื่องใหม่ ก็น่าจะใช้โปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ๆไปเลย ก็เลยไป download โปรแกรมที่ใช้บ่อยๆอย่าง FileZilla มาใช้ ตัวใหม่หน้าตาดูดีขึ้นเยอะเลย แรกๆก็ชอบดีอยู่หรอกนะ แต่ว่าหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไปกลับไม่ช่วยให้เราทำงานได้สะดวกขึ้นซักเท่าไหร่ หนำซ้ำยังรู้สึกว่ามันช้าลงอีกด้วยแน่ะ
ทนใช้อยู่พักนึงก็ไม่ไหวละ วันนี้เลยตัดสินใจเอาตัวเก่ามาลง แม้หน้าตาจะไม่สดใสใหม่ปิ๊ง แต่ว่ามันก็ทำงานได้ราบรื่นดีมาก มันลงตัวแล้วสำหรับเรา
ไว้ถ้าอัพเดทคราวหน้ามีอะไรที่มันดีกว่าตัวก่อนค่อยว่ากันอีกทีละกันนะ
วันนี้ตอนเช้าที่หมู่บ้านเค้าจะมีการประชุมกันแบบประชุมประจำปีไรงี้ เค้ามาคุยกันที่ศาลาหน้าบ้านเราพอดี เลยต้องออกไปร่วมด้วยหน่อย แม้จะง่วงมากก็ตาม
ก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการบอกกล่าวถึงปัญหาต่างๆที่พบเจอมาในปีนี้ แล้วปีหน้าจะหาทางแก้ไขกันได้อย่างไร ก็มาร่วมพูดคุยกัน แล้วก็มีการคุยกันถึงเรื่องที่จะจัดงานปีใหม่ด้วย แล้วก็กินข้าวเที่ยงพร้ิอมกันแล้วพอตอนบ่ายก็สังสรรค์ มีคนเอาคอมพิวเตอร์มาตั้งเพื่อให้งานมันครึกครื้น แล้วก็มีไมค์พร้อมลำโพง แล้วเค้าก็ร้องคาราโอเกะกัน เรางี้ก็อยากสุดๆ ไม่ได้ร้องเพลงมานานมากแล้วอะ แบบว่าจี๊ดเลยงานนี้
พอได้จังหวะก็เข้าไปเลียบๆเคียงๆถามเค้าว่ามีเพลงเก่าๆไหม เค้าก็บอกว่ามี ใหม่ระดับสามเดือนที่แล้วเลย เอ้อเหอ เพลงใหม่ๆเราไม่เคยได้ฟังเท่าไหร่ เลยขอร้องเพลงเก่าๆละกัน ก็ร้องไปตั้งแต่เพลงสุดโปรดอย่างนักโทษประหาร แล้วก็ไปเรื่อยเลย คุณลุงคุณป้า คุณน้าคุณอา ก็ชอบกัน บอกว่าเราร้องเพราะ แหะๆ เสร็จดิครับ ผมชอบอยู่แล้น ก็เลยร้องใหญ่เลยทีนี้ อิอิ แทบไม่อยากวางไมค์กันเลยน่ะ แต่พอร้องไปซักสี่เพลงเสียงเริ่มแห้งแล้ว เลยต้องพักหน่อย อิอิ ก็มาฟังเพลงแบบคุณลุงคุณป้าเค้าฟังกัน ไม่เคยได้ยินเล้ย
มีคุณน้าคนนึงเค้าร้องเพลงเสียงเพราะมากเลยนะ เค้าชอบฝึกธรรมะเหมือนกัน ชอบนั่งสมาธิด้วย ก็เลยคุยกัน คุณน้าแกก็แบบว่าไม่ยอมแต่งงานด้วยเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะไม่เคยมีแฟนเลยด้วยมั๊ง สุดยอดจริงๆ
เราร้องเพลงซักพักก็ต้องขอตัวกลับบ้านเพราะว่ามีงานค้าง จริงๆเริ่มง่วงแล้วด้วย เพราะนอนไม่เต็มอิ่มก็เลยกลับมานอนหลับ ตื่นอีกทีก็เย็นเลย พวกผู้ใหญ่เค้ายังมีปาร์ตี้กันต่ออีกที่บ้านข้างๆเรานี่เอง สนุกสนานกันไปในวันพ่อแห่งชาติ

มีคนเขียนตอบมา