You are currently browsing the monthly archive for กันยายน 2007.
หมู่นี้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย เวลาที่ออกไปเจอคนอื่นๆอะ กะยายเรานี่เราว่าเราเป็นตัวของตัวเองสุดละ คือมีอะไรก็เถียงตลอด ค่อนข้างหัวรุนแรงพอสมควร แต่เวลาไปอยู่กับคนอื่น โดยเฉพาะผู้ใหญ่ เรานี่แม่งจะเรียบร้อยเชียวว่ะ ดูเป็นคนดี๊คนดี ทั้งๆที่ไม่ใช่เลยอะ จะพูดอะไรกูทำไมต้องเกร็งขนาดนั้นวะ แบบว่าประหม่าอะ กลัวจะพูดอะไรไม่เข้าหูคนอื่น กลัวตัวเองดูไม่ดี เออ แม่งยึดติดตัวตนมากๆเลยอะ รักษาภาพพจน์ชิบหาย เลยรู้สึกว่าตัวเองมีสองบุคลิก เป็นคนที่คนอื่นอาจจะดูว่าดี จิตใจงาม ธรรมะธรรมโม แต่จริงๆแล้วไม่เล้ย จิตใจยังชั่วอยู่มาก ชอบดูรูปโป๊ หื่นมากพอสมควร ใจร้อน เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ค่อยชอบยุ่งกับใคร ไม่ชอบเอาอกเอาใจใคร มือหนัก ยกมือไหว้ใครไม่ค่อยเป็น ปากอย่างใจอย่าง
เฮ้ย ทำไมเป็นแบบนี้ได้วะ ช่วงนี้พยายามหาตัวเองมากว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนแบบไหนกันแน่ ไม่อยากฝืนตัวเอง ไม่อยากทำตัวเองให้ดูดีในสายตาคนอื่น แต่ก็ไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียชื่อ เลยเป็นการฝืนๆทำไป อยากจะหลุดออกไปไม่เจอคนที่รู้จักเรา ไปอยู่ในอีกโลกนึงที่ไม่ต้องมาเป็นคนคนนี้อีก จะได้รู้ว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนแบบไหนกันแน่ เฮ้อ.. งงเว้ย
วันนี้ออกจากบ้านไปช้อปปิ้ง เพราะว่าช่วงนี้ล่ำซำเพิ่งได้เงินมาก็เงี๊ยะ ก็เลยต้องใช้ซะหน่อยให้รู้ว่าเนี่ยเงินช้านนะเฟ้ย
ก็ออกจากบ้านราวๆบ่ายโมงครึ่ง นั่งสาย 79 วันนี้รถติดมา ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการเดินทางมาที่สยามฯ มาถึงก็ไปจัดการธุระก่อนเลย เริ่มจากไปอัพเดทบุ๊คแบงค์ให้ยาย แล้วก็ไปโอนเงินค่าหนังสือให้กับคุณยงเกียรติ แล้วก็ไปงาน Comworld ที่พาราก้อน เพราะตั้งใจจะไปดู EeePC แล้วก็เอาเสื้อที่บู๊ท Duocore เท่านั้นแหละ ทีแรกเข้าไปแล้วงง เพราะมาถึงชั้น 5 แล้วหาทางไปที่จัดงานไม่เจอ ก็เลยถามยาม เค้าบอกให้เดินไปมุมนู้น ถึงได้เจอ แหม หายากจริงวุ้ย จะเข้างานก็ต้องกรอกรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษก่อน แล้วก็ถึงจะได้สติกเกอร์เพื่อเข้างานได้มาติดที่ข้อมือ พอเดินเข้าไปก็เจอคนเพียบเลย อย่างว่ามาวันเสาร์ แล้วก็พยายามเดินหาบู๊ท Duocore แต่ไม่เจอ ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ ไปเจอ EeePC ตัวจริง แต่แหม อันมันเล็กมากๆอะ ดูท่าจะไม่เหมาะกับมือใหญ่ๆอย่างเราแน่นอนเลย แล้วเห็นว่าราคาขายก็จะเกินหมื่นด้วย ยิ่งไม่เข้าท่าใหญ่ ดีที่มันเบาแค่นั้นแหละ
จากนั้นก็เดินออก เพราะเห็นท่าว่าคงจะไม่อยู่ในฮอลล์นี้แน่ ก็จริงๆแหละ เดินออกมาก็เจอบู๊ท Duocore ตั้งอยู่ ก็เข้าไปเจอคุณกล้า กับน้องมะเหมี่ยว กับคนอื่นๆยืนๆนั่งๆกันอยู่ น้องมะเหมี่ยวตัวจริงน่ารักมากเลยอะ ตัวใหญ่กว่าที่คิดไว้ แต่ไม่ได้ไปคุยอะไร ไม่รู้จะเอาอะไรไปคุยกะเค้า ก็เลยมาเลือกเบอร์เสื้อว่าจะเอาเบอร์อะไรดี เลือกอยู่นานเลย เลือกเอาเบอร์ 5 แล้วก็ซื้อเบอร์ 14 ไปฝากเอ กะว่าวันนี้อาจจะเจอกัน แล้วก็ออกมา แต่โทรไปหาเอแล้วเอยังทำธุระอยู่ยังไม่ได้มาแถวนี้ เราก็เลยจะไปเดินที่ Central World ซื้อหนังสือที่ B2S แต่ระหว่างทางเจอร้าน Asia Book ใหญ่มาก เลยเข้าไปดูซะหน่อย ก็เลยได้หนังสือติดไม้ติดมือมาสองเล่ม เกี่ยวกับเรื่องเว็บกับเรื่องสี
แล้วก็เดินต่อไปที่ Central World ก็เดินวนหา B2S อยู่นานมาก หาไม่เจอ เพราะดันขึ้นไปสูงจัด จริงๆมันอยู่ชั้น 1-3 นี่เอง ก็เลยถามยามก็เลยได้มาเดินดูหนังสือ ก็ได้หนังสือมาอีก 4 เล่ม มีหนังสืออัจฉริยะสร้างได้ของหนูดีด้วย แต่ทีแรกว่าจะมาซื้อหนังสือ database เล่มที่เคยเล็งๆไว้ แต่ตอนนั้นมันไม่มีตัง พอมีตังดันหาไม่เจอซะนี่ เลยเอาเล่มที่คิดว่าโอเคสุดมาเล่มนึง เพราะคาดว่าคงถึงเวลาต้องศึกษาบ้างแล้วล่ะ แล้วพอจ่ายเงินก็ได้คูปองมา 10 บาท เลยเอาไปซื้อขนมกิน เสียไป 2 บาท ก็ดีเหมือนกัน แต่รู้สึกว่า B2S ที่นี่หนังสือไม่เยอะอย่างที่คิดแฮะ เพราะทีแรกมองหาหนังสือ Flash เล่มที่เจอที่ Se-ed ที่นี่ก็ไม่มี แล้วดูแล้วหนังสือก็ไม่เยอะเท่าที่คิดเลยอ่ะ เลยเดินกลับออกมา โทรหาเอ เอยังทำธุระอยู่เลย เราก็เลยไปเข้าห้องน้ำแล้วก็กลับบ้าน เพราะว่ายายโทรมาบอกว่าวันนี้มีคนอยากเจอตัว เพราะเค้าอยากคุยเรื่องติวน้อง ก็เลยกลับ
ก็โชคดีได้นั่งสาย 79 จากตรง Central World เลย แล้วก็นั่งยาวมาจนถึงบ้านเลย ก็ดี แต่วันนี้แปลกมาก รถเมล์มีกระเป๋าสองคนอะ ไม่เคยเจอ
มาถึงบ้านก็เก็บของแล้วเดินไปบ้านน้าติ๊ก ไปเจอกับน้าอีกสองคนแล้วก็ลูกสาวน้องข้าวปุ๊นที่เค้าอยู่ ม.5 แล้วอยากจะเข้า ออกแบบผลิตภัณฑ์ ก็เลยคุยกันว่าจะมาติวกันวันพรุ่งนี้นะ
แล้วเราก็กลับบ้านมากินข้าว แล้วก็นั่งเล่นเน็ตไปเรื่อย วันนี้พ่อกับแม่เข้ามากรุงเทพฯด้วย แต่ไปแวะบ้านพี่ณัฐก่อน ก็เลยมาถึงดึกหน่อย
พอพ่อมาก็กินข้าวอะไรเสร็จก็มาคุยกับเรา เอารูปน้องเมเม่มาให้ดู วันนี้ก็ถามพ่อเรื่องการเปิดบริษัทเรื่องการจัดการงานต่างๆ เพราะเราเริ่มรู้สึกว่ามันน่าจะมีระบบระเบียบอะไรมากขึ้นได้แล้ว เพราะดูงานแล้วมันค่อนข้างเยอะทีเดียว ถ้าทำหลายๆคนน่าจะดีเหมือนกัน
แต่ก็ยังไม่ได้สรุปอะไร เพราะใจเราก็ไม่อยากจะทำอะไรให้มันวุ่นวายมากเกินไป เนื่องจากกลัวว่าจะไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่อยากจะทำ
แล้ววันนี้นะก็ส่งเมลมาถามเรื่องเว็บที่มันโหลดช้า เลยนั่งแก้ไปเรื่อยๆ จนเช้าโน่นเลย ถึงได้นอน
วันนี้กว่าจะลุกก็โน่นเกือบบ่ายโมง กว่าจะอาบน้ำกินข้าวก็บ่ายสอง พอบ่ายสองครึ่งเลยพาไอ้เต๋าไปหาหมอดีกว่า เพราะกลัวฝนจะตกแล้วจะไม่ได้ออกไปอีก
วันนี้ตั้งใจจะพามาร้านรักษาสัตว์ในปั๊มน้ำมันแถวบ้าน แต่มันดันปิดซะนี่ แต่ดูแล้วร้านเล็กมากอะ อาจจะรักษาไม่ดีก็ไ้ด้ ก็เลยขับออกมา คิดว่ายังไงก็ไม่ไปร้านเดิมละ เพราะเคยโดนไปสองพัน เลยจะไปลองหาร้านใหม่ดีกว่า ก็ขับไปเรื่อย ไปเจอโรงพยาบาลสัตว์อีกอันนึง ดูท่าแล้วน่าจะแพงพอกันแหละ แต่ไหนๆมาแล้ว ลองดูหน่อย เค้าก็จับไอ้เต๋าตรวจเลยนะ ไม่มีการถามอะไรเลยอะ แบบว่าหมูมาให้เชือดแล้วนี่นะ จับขึ้นเขียงเลยดีกว่า
ก็ตรวจๆๆ หมอก็บอกว่าที่เจ้าเต๋าขนมันร่วงแบบนี้อาจจะเป็นที่ฮอร์โมนของมันเพราะอาจจะเป็นโรคไต ซึ่งก็รักษาไม่คุ้มแล้วล่ะ เพราะอายุเยอะแล้ว แต่ก็เจาะเลือดเอาไปตรวจ แล้วก็ฉีดยาแก้คันไปเข็มนึง แล้วก็ให้แชมพูมาอาบน้ำขวดนึง สรุปรวมแล้วก็โดนไป 1,380 บาท เหอๆๆ ไม่ได้ต่างกับโรงพยาบาลสัตว์ข้างบ้านเล้ยให้ตายสิ หนีเสือปะจระเข้แท้ๆ
ทีแรกวันนี้ว่าจะออกไปซื้อของที่เดอะมอลล์แต่ฝนตั้งเค้าขู่ เลยไม่ได้ออกไปไหนต่อเลย แต่พรุ่งนี้คิดว่าอาจจะออกไปพาราก้อน แล้วก็จะเลยไปอ่านหนังสือที่เซ็นทรัลเวิลด์ซะหน่อย
เมื่อวานนี้ได้รับอีเมลอวยพรวันเกิดจากเว็บ DesignerTalk.com แหม ประทับใจแฮะ เว็บนี้ช่างเอาใจสมาชิกเสียจริง เกือบจะเขียนตอบกลับไปขอบคุณเค้าละ
แต่เอ๊ะ วันนี้ได้รับอีกฉบับจาก CGchat.com เนื้อหาเหมือนกันเด๊ะ! ต่างกันแค่ชื่อลงท้าย ที่บอกว่ามาจากเว็บอะไร -_-’
เลยถึงบางอ้อ ว่ามันเป็นระบบอัตโนมัตินี่เอง
เมื่อวานนี้บอกผิดไป ที่บอกเขียนสิ่งดีดีประจำวัน จริงๆต้องเขียนขอบคุณสิ่งต่างๆประจำวันต่างหากล่ะ
เอ้า เอาใหม่
ขอบคุณ
- ตัวเอง ที่อดทนไม่กินข้าวหลังเที่ยงได้ เก่งมาก
- ไอ้ปลา ที่ให้งานจัดการระบบเว็บของมันมา เพราะเป็นโอกาสที่จะได้ลองงาน e-commerce เต็มๆซะที
- พี่สาม ที่อาจจะมีงานมาให้เราทำ เป็นงานทำดีไซน์ให้กลายเป็นเว็บ(อีกแล้ว!)
เมื่อวันก่อนออกไปคุยงานกับเพื่อนมา เพื่อนมันกำลังทำ resort อยู่ ก็เลยจะให้เรามาทำเว็บให้ แต่เราไม่ใช่คนออกแบบเว็บหรอกนะ(อีกแล้ว ดีจริง) จะมีพี่อีกคนเค้าออกแบบให้ แล้วเราเอามาทำเป็นเว็บไซต์อีกที ทีนี้มันก็จะต้องมีระบบจ่ายเงินออนไลน์ด้วย โหะๆๆ กำลังอยากลองอยู่พอดี เลยได้โอกาสเหมาะ ลองทำแล้วก็ได้ตังใช้ด้วย
เท่าที่ดูตอนนี้เห็นมีสองเว็บที่เค้ารับจ่ายเงินออนไลน์ http://www.thaiepay.com (เพิ่งรู้จักวันนี้แหละ พี่คนที่ออกแบบเค้าส่ง link มาให้)
กับ http://www.paysbuy.com อันนี้เรารู้จักมาพักใหญ่ละ ตั้งแต่อยู่อเมริกา เพราะมันคล้ายๆกับ PayPal เลย
แต่ดูท่าทางแล้วใช้ thaiepay.com น่าจะดีกว่า แม้จะเสียค่าบริการรายเดือนนิดหน่อย แต่ดูน่าเชื่อถือมากกว่า
วันนี้ก็ได้ลองไปดูเว็บรีสอร์ทอื่นๆที่เป็นลักษณะเดียวกัน ก็ได้รู้ว่าเค้าไปใช้ระบบจองผ่านเว็บอื่นกัน เช่นไปใช้ของ thailandinstant.com ซึ่งเค้าก็ทำเอาไว้ดีเหมือนกันนะ แต่อย่างว่า พอไปใช้บริการแบบนี้ รูปแบบมันก็จะเป็นแบบของเค้าไป เราว่าทำเองเลยน่าจะดีกว่า ให้มันอยู่แต่ในเว็บเราอย่างเดียว จ่ายเงินค่อยเด้งไปจ่ายที่อื่น
โปรเจคนี้คาดว่าจะต้องเสร็จตอนเดือนธันวาคม ซึ่งเราคงต้องเร่งเคลียร์งานเก่าๆที่ยังค้างคาอยู่ให้หมด ไม่งั้นอาจจะไปกวนกันได้ เพราะท่าทางไอ้เพื่อนเราคนนี้มันก็ค่อนข้างจะใจร้อนพอสมควรซะด้วยสิ
เมื่อวานดูวิดีโอสัมภาษณ์คุณหนูดี เค้าบอกว่าเค้าจะจำกัดรายได้ของเค้าเอาไว้เลยว่าปีนึงจะทำให้ได้เท่าไหร่ แล้วไม่เอามากกว่านั้น เพราะเค้าไม่อยากจะต้องมาทำงานหาเงินให้ได้มากๆ แล้วก็ไม่มีเวลาไปทำอะไรอย่างอื่น
ซึ่งเราก็เห็นด้วยเอาซะมากๆ เนื่องจากว่า เราเองก็ไม่ได้มีภาระอะไรมากมาย แฟนก็ไม่มี ลูกก็ไม่มี มีพ่อแม่ยาย ที่ควรดูแลเท่านั้นเอง ดังนั้นความจำเป็นในการหาเงินมากมายก็ไม่มี เอาแค่มีพอกินพอใช้พอเก็บ ก็พอแล้ว เลยคิดว่าถ้ามี limit ก็น่าจะดี หาได้ครบตามที่ต้องการแล้วก็หยุด เอาเวลาไปทำเรื่องที่มันมีประโยชน์กับชีวิตจริงๆดีกว่า
แต่เดี๋ยวคงต้องมาคำนวณดูว่าความจำเป็นของเรามีแค่ไหน จะต้องหาเท่าไหร่ถึงจะพอดี
วันนี้ลองหาประวัติของหนูดี วนิษา เรซ มาอ่านดู เพราะวันก่อนแจงแนะนำมา เลยได้ไปดูที่หนูดีมาสัมภาษณ์ออกรายการจับเข่าคุย
เลยได้รู้จักหนูดีมากขึ้น (เพิ่งรู้ว่าหน้าตาน่ารักมากๆ) แล้วก็ยังได้เรียนรู้อะไรดีดีมากมายเกี่ยวกับเรื่องของการฝึกทักษะต่างๆให้กับตัวเอง ซึ่งจริงๆมันก็คืออัจฉริยะภาพด้านนึงนั่นเอง แต่ว่าคำว่าอัจฉริยะ ในภาษาไทยถูกใช้ในความหมายที่มันสูงส่งมาก จนคนทั่วไปไม่มีโอกาสเอื้อมถึง หรือเป็นได้
แต่พอฟังคุณหนูดีพูดแล้ว มันไม่ใช่เลย อัจฉริยะภาพด้านต่างๆพัฒนาได้ และเสื่อมลงได้ ดังนั้นเราควรที่จะหันมาสนใจกับการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆให้รอบด้าน ซึ่งมันเกี่ยวโยงกับด้านอื่นๆด้วย ซึ่งเราตอนนี้นะ อยากหัดเล่นดนตรีขึ้นมาเลยอะ แบบว่าเป็นความใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากจะเล่นเครื่องดนตรีเป็นสักชิ้นนึง
อ้อ แล้วก็มีแบบฝึกหัดที่หนูดีเค้าให้มาฝึกเพื่อจะเป็นอัจฉริยะกันได้ อย่างนึงที่จำได้ก็คือ ให้เขียนเรื่องดีดีของในแต่ละวันเป็นบันทึก ซึ่งเราว่า เราก็จะเขียนมันลงไปบน Diary เล่มนี้นี่แหละ เพราะว่าเขียนแทบทุกวันอยู่แล้ว ก็เริ่มเลยละกันนะ
เรื่องดีดีวันนี้
- วันนี้ทำงาน Flash เสร็จส่งได้ตามที่ตั้งใจไว้ แม้จะยังไม่ perfect นัก
- วันนี้ไปกดเงินมาให้ยาย 5,000 บาท เพราะว่าเพิ่งได้เงินมา 50,000 ก็เลยแบ่งให้ยายบ้าง
- วันนี้ออกไปซื้อผลไม้แล้วก็กับข้าวเข้าบ้าน เห็นยายกินข้าวได้แล้วมีความสุขดีแฮะ
คราวนี้ได้ก้อนใหญ่ เพราะรวมทีเดียวสามงานเลย ได้มา $1,500 เป็นเงินไทยก็ 50,505 บาท (เลขสวยเชียว)
เงินก้อนนี้ก็จะถูกเอาไปใช้เป็นค่า Mac mini กับจอ LCD ใหม่นั่นแหละ เฮ้อ กว่าจะได้เงินมาแต่ละก้อนนี่มันยากเย็นเหมือนกันน้าเนี่ย…
วันนี้เรื่อยๆเปื่อยๆยังไงไม่รู้ มีงานต้องเคลียร์แต่ก็ยังไม่มีอารมณ์ คือมันยังไม่ได้เร่งอะ ก็เลยเรื่อยเปื่อยเลยวันนี้
ตื่นเที่ยง กินข้าว แล้วนอนอีกทีตอนบ่ายสี่โมง ตื่นมาสั่งพิซซ่าแล้วก็กินตอนเย็น
แล้วก็มานั่งหน้าคอมฯ ดูเว็บอะไรไปเรื่อย พยายามหาอะไรใส่สมอง เจอเว็บนึงเจ๋งมากๆ คลิกที่นี่
เป็นการนำเสนอที่น่าสนใจดี ดูแล้วก็คิดว่าเค้าทำได้ยังไงกันนะเนี่ย ก็พอจะเดาได้ว่าเค้าคงจะถ่ายวิดีโอนั่นแหละ แล้วมาตัดต่อ แล้วก็มาใส่ใน Flash แต่ก็ยังสงสัยเรื่องวิธีการถ่ายทำของเค้า เพราะว่าภาพนิ่งหลังจากจบวิดีโอมันชัดมาก ซึ่งมันน่าจะถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลแบบ DSLR ไรงี้น่ะ แ้ล้ววิดีโอตัวนั้นมันทำยังไง หรือเป็นแบบ HD ก็ไม่รู้สินะ ที่คิดได้ตอนนี้ ถ้าเป็นเราทำ เราคงทำเป็น 3-D Animation ไปเลยน่ะ ควบคุมง่ายดี แต่จะเนียนแบบนี้หรือเปล่าอีกเรื่องนึงนะ
อ้อ วันนี้นั่งดู Bourne Ultimatum จบละ โหลดมาตั้งนานแล้ว หนังทำได้เจ๋งมาก ฉาก action รุนแรงแล้วก็ดูสมจริงดี ภาพดูมีเอกลักษณ์สุดๆ แล้วก็บทเจ๋งดี ดูแล้วฉล้าดฉลาด ชอบตัวละครที่เป็นตำรวจหญิง แก่แล้วแต่ดูดีชะมัดเลย

มีคนเขียนตอบมา