You are currently browsing the monthly archive for กรกฎาคม 2007.
วันก่อนว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แต่คนดันเยอะ วันนี้ไปใหม่ คนเยอะอีกแล้ว ต้องรอครึ่งชั่วโมง เลยไม่รอดีกว่า ไปที่อื่นน่าจะมีเหมือนกัน ก็เลยขับไปเรื่อยๆ ผ่านหลายปั๊มแต่ไปแวะปั๊มนึงเห็นเค้าติดป้ายว่ามีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง พอเข้าไปปรากฏว่าวันนี้วันหยุดช่างไม่มาซะนี่ แถมถามราคาแล้วแพงกว่าร้านแรกซะอีก เลยไม่เอาดีกว่า
เลยขับต่อไปเรื่อยๆ กะว่าจะไปหาแถว Big C เพราะว่าจะได้มีที่เดินรอเวลาเปลี่ยนด้วย แต่พอเข้าสายสาม ก็คิดได้ว่า เอ๊ ถ้าไปปั๊มแถวบ้านมันจะมีไหมนะ ปั๊มบางจาก ที่อยู่ใกล้ๆกับแยกทศกัณฑ์น่ะแหละ ก็เลยขับไปดู แล้วก็มีจริงๆแฮะ คนไม่มีด้วยอะ แถมราคาก็ยังถูกกว่าที่ถามๆมาด้วยสิ ก็เลยเอาเลย เค้าบอกเปลี่ยนแค่ 15 นาทีเองนะ เร็วดี แล้วก็จริงๆนะ แป๊บเดียวเองอะ เปลี่ยนเสร็จแล้ว เค้าก็ทำโอเคนะ มีเป่าฝุ่นให้ด้วย รวมแล้วก็จ่ายไป 660 บาท แต่ถ้าเป็นร้านแรกจะต้องจ่าย 790 บาท ถ้าเป็นปั๊มที่สองก็ต้อง 800 กว่านั่นแหละ
เสร็จแล้วก็เลยไปเติมน้ำที่ตลาด แต่นึกได้ว่าอยากจะเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนด้วย เลยวนรถกลับมาที่ปั๊มบางจาก แล้วก็ได้เสียเงิน 300 บาทค่าใบปัดอันใหม่ ก็เปลี่ยนไม่ยากเลยนะ เสร็จแล้วก็กลับบ้านทีแรกว่าจะไปเดอะมอลล์ แต่ว่ามันใกล้บ้านแล้วอะ เลยกลับดีกว่า กลับมาก็มานั่งทำงานต่อ ตอนบ่ายร้อนมากเลยออกไปซื้อขนมที่ร้านปากซอย มีขนมไทยๆเยอะดีนะ แบบพวกขนมกินเล่นน่ะ ก็เลยซื้อมาลองเพียบเลย เพราะช่วงนี้เวลาทำงานแล้วชอบหิว อยากกินขนมไรงี้อะ เมื่อวานไม่มีไรกินปวดหัวเลย วันนี้เลยต้องซื้อมาตุนๆเอาไว้ซะหน่อย
วันนี้ก็ทำงานพี่ปลื้มไปได้นิดหน่อย แต่ก็เป็นความก้าวหน้าที่ดีทีเดียว เพราะที่เหลือก็ไม่น่าจะยากมากแล้วมั๊ง
วันนี้มีนัดคุยงานกับไอ้ก้องอีกแล้ว แต่กว่าจะตื่นก็เกือบเที่ยง เพราะเมื่อเช้านอนเจ็ดโมง
ก็รีบอาบน้ำแล้วลงไปกินข้าว เพราะวันนี้เป็นวันพระเลยต้องรีบกินก่อนเที่ยง กินเสร็จก็ออกไปขึ้นรถเมล์ วันนี้ดวงดี มาถึงรถเมล์ก็มาพอดี วันนี้รถไม่ติดเลย เพราะว่าวันนี้มันเป็นอาทิตย์ที่หยุดยาว เพราะได้วันชดเชยวันอาสาหบูชามาหนึ่งวัน ก็เลยสบายคนกรุงเทพฯที่ไม่ชอบเที่ยวอย่างเราไป
มาถึงออฟฟิศไอ้ก้องเร็วกว่าเวลานัด ก็เลยขึ้นไปรอมันข้างบน ชั้น 17 แน่ะ ตอนนี้มันเช่าอยู่กับไอ้โต บรรยากาศดีเหมือนกันนะ วิวสวยเชียว แต่เราคงไม่เอาด้วยอะ ค่าเช่าแพงๆแบบนี้
ก็นั่งคุยกันไป วันนี้เราก็เอาที่อัดเสียงมาอัดด้วย เพราะกะว่าจะได้ไม่ลืมรายละเอียดต่างๆที่คุยกัน
เจ้า MP3 player ของเราก็ดีนะ มันอัดได้ตั้ง 3 ชั่วโมงยังไม่หมดเม็มเลยอะ สุดยอดมากๆ
คุยงานกันเสร็จก็ได้เวลากลับละ เพราะว่าตั้งใจว่าจะไปแวะพันธุ์ทิพย์ดู mouse ตัวใหม่ซะหน่อย
พอลงมาก็หิว เลยไปแวะซื้อนมเปรี้ยวมากิน แล้วก็เดินไปป้ายรถเมล์ วันนี้ลองไปอีกป้าย เอ้อเหอ ไกลโคตรเลย แต่ไม่รีบ ไม่เป็นไร
รอรถเมล์อยู่ซักพักก็มา ก็นั่งไปลงที่พันธุ์ทิพย์ แล้วก็ไปแวะเดินดูของ วันนี้คนก็ยังเยอะอยู่ดี แต่ไม่มากเท่าวันก่อน ก็เลยไปเดินหา mouse Logitech ที่อยากได้ แต่ไม่ค่อยเจอร้านที่ขาย Logitech เลยแฮะ ก็เดินไล่ดูไปทีละชั้นๆ มีร้านนึงให้ข้อมูลดีเหมือนกัน แต่ว่าดันไม่มีรุ่นที่เราอยากได้ ก็เลยไม่เอา แล้วก็ไปเจออีกร้านใหญ่ใช้ได้เลย มีของเยอะมาก แต่ว่ารู้สึกว่าเค้าอยากจะขายรุ่นแพงๆอะ เรารู้สึกว่ายังไม่จำเป็นเท่าไหร่เลย ไม่เอาดีกว่า
เลยเดินขึ้นมาดูที่ IT City เอ้อเหอ มีให้เลือกเยอะแฮะ รู้งี้มาที่นี่ก่อนดีกว่า แถมราคาถูกกว่าร้านข้างล่างอีกอะ แล้วพนักงานก็บริการดีกว่า ไม่มาตามจี้ๆ เราหยิบจับหยิบลองได้เลย รู้สึกว่าน่าซื้อกว่าร้านข้างล่างเยอะเลยจริงๆนะ จนในที่สุดก็ตัดสินใจเอา Logitech รุ่นสีดำธรรมดาๆ ที่ดีกว่ารุ่นปกติขึ้นมาหน่อย แต่ก็อยากได้เจ้าเม้าส์ตัวเล็กที่ใช้อยู่กับ Notebook ตัวปัจจุบันที่มันเริ่มๆจะเจ๊งแล้ว แถมตอนนี้มันลดราคาอยู่ด้วยนะ แค่ 499 บาทเอง (ร้านข้างล่างขาย 600 บาท) แล้วก็มี mouse อีกตัวของ Kensington รุ่นที่เราเพิ่งจะเห็นในเว็บเลย มันเจ๋งมาก ตรงที่มันเป็นทั้งเม้าส์ไร้สาย และเม้าส์มีสายในตัวเดียวกัน คือเลือกใช้ได้เลย แถมตัวบางมากๆ พกใส่กระเป๋า notebook ได้สบายๆเลย แต่ดูๆแล้วมันใช้วัสดุที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดูป๋องแป๋งยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ก็เลยไม่เอาดีกว่า แถมราคาก็ตั้ง 1490 บาท แพงเกินความจำเป็นไปหน่อยอะ เลยไม่เอา
แล้วก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน แต่ไม่ได้นั่งหรอกนะ ได้ยืน ก็กว่าจะได้นั่งก็ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้ามาแล้วนั่นน่ะ แล้ววันนี้เจอหญิงน่ารักเข้าให้หนึ่งคน รู้สึกจะเป็นแอร์ด้วยนะ แต่งตัวเหมือนเลย แต่อาจจะเป็นแค่ฝึกหัดล่ะมั๊ง หน้าตาจิ้มลิ้มทีเดียว รอลุ้นอยู่ตั้งนานว่าจะลงป้ายไหน สุดท้ายก็มาลงป้ายก่อนเราป้ายเดียวเอง อยู่ใกล้กันแค่นี้เองนะเนี่ย
กลับมาบ้านก็ไม่ไหวละ นั่งเช็คเมลเล่นเน็ตได้ซักพักก็หมดแรง นอน..
วันนี้ป้าแดงพาออกไปกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยที่ปั้น(ลูกชายคนเล็กของป้าแดง)เป็นคนแนะนำมา น้าบิ๊กก็ไปด้วยกัน ป้าแดงเป็นคนขับพาไป ร้านอยู่ไม่ไกลบ้านเราเท่าไหร่ เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ รสชาติเผ็ดร้อนดีทีเดียวเชียว เราสั่งไปสองเพราะว่าชามนึงมันจิ๊ดเดียวเองอะ
กินเสร็จป้าแดงก็ซื้อสั่งกลับบ้านไปให้ลุงเปี๊ยกกับปั้น แล้วเราก็ไปวัดป่าเชิงเลนกันต่อ
วัดป่าเชิงเลน เป็นวัดที่อยู่ในกรุงเทพฯเรานี่เอง แต่ทางเข้าค่อนข้างแคบมากๆ และก็เลี้ยวลัดเลาะไปตามทางซึ่งกว่าจะถึงก็เล่นเอาเบื่อไปได้เหมือนกัน
แต่เมื่อเข้ามาถึงภายในบริเวณวัดแล้ว ก็จะได้พบกับบรรยากาศที่ร่มรื่นมากๆ ต้นไม้ต่างๆขึ้นเต็มไปหมด ไม่น่าเชื่อว่านี่จะอยู่ในกรุงเทพฯ เข้ามาถึงบริเวณที่จอดรถ ก็จะต้องเดินเท้าต่อเข้าไปอีก ระหว่างทางจะเจอบ้านไม้เรือนไทยเก่าแก่ริมน้ำ ป้าแดงก็เข้าไปคุยทักทายกับผู้ที่มาอยู่ปัจจุบัน ชื่อพี่มุก(ผู้ชายนะ) เค้ามาบูรณะที่บ้านนี้ใหม่ เพราะเค้าว่าจะเอามาทำเป็นห้องสมุดให้เด็กๆในระแวกนั้น บ้านที่นี่เป็นบ้านไม้ที่คงลักษณะเดิมๆเอาไว้ดีมากๆ แต่ก็ทรุดโทรมตามกาลเวลา คงจะต้องมาซ่อมกันเยอะอยู่
พี่มุกแกเป็นคนที่น่าสนใจทีเดียว แกชอบเรื่องของศิลปะเอามากๆ มีไอเดียอะไรมากมายเลยทีเดียว เราเองได้ฟังแล้วก็ทึ่งกับสิ่งที่แกต้องการจะทำ คุยกันแกก็บอกว่าอยากให้เรามาช่วยด้าน Animation นะ เพราะน้าบิ๊กไปคุยโม้ว่าเราจบมาจากเมืองนอก เรีัยน Animation มาโดยตรงเล้ย! (โห เราก็เกรงใจแก เลยไม่ได้ไปพูดอะไร) คือจริงๆจะให้ช่วยทำพวกนี้ก็พอไหวนะ แต่ต้องเคลียร์งานที่ค้างๆอยู่ก่อนน่ะครับ
คุยกันจนฝนเริ่มตั้งเค้าเลยขอตัวเข้าไปชมวัดป่าเชิงเลนกันซะก่อน เราต้องเดินต่อเข้าไปในตัววัดอีกไกลพอสมควร แต่เส้นทางก็เป็นอะไรที่ธรรมชาติมากๆ เข้ามาในตัววัดก็ยิ่งรู้สึกดี เพราะว่าวัดนี้สวยมากๆ บรรยากาศน่าอยู่จริงๆ มันเป็นป่าสุดๆ ดูแล้วถ้าจะมาบวชก็น่าจะเป็นวัดนี้แหละ
เดินดูซักพักก็กลับบ้านกัน ก่อนกลับป้าแดงก็แวะอุดหนุนสินค้าของพี่มุก เราก็เลยซื้อสารส้มทารักแร้มาอันนึง ป้าแดงออกให้ แหะๆ
ขากลัีบก็ต้องกลับทางเดิม เพราะซอยนี้มีทางเข้าออกแค่ทางเดียว กว่าจะออกมาถึงปากซอยได้ก็นานพอดู เพราะเวลามีรถสวนต้องค่อยๆสวนกันออกไปเพราะทางแคบจริงๆ
กลับมาถึงบ้านราวๆ 3 โมงเย็นก็มานั่งแก้คอมฯกันต่อ เพราะไม่รู้มันเป็นอะไร กด space bar ทีไรเป็นต้องเด้งหน้า Search Result ขึ้นมาทุกทีเลย ลงอะไรแก้ยังไงก็ยังไม่หาย
วันนี้ตอนเย็นเพื่อนบ้านเค้ามีจัดกินเลี้ยงกันด้วย เราก็ต้องขอตัวเพราะว่างานเยอะจริงๆ ยิ่งคอมฯเจ๊งๆอย่างงี้อีกยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
หลังจากนั่งปล้ำแก้ทุกวิธีทางแล้ว สุดท้ายวันนี้ลองเปลี่ยน keyboard ดู ปรากฏว่าหายเลยครับ โอ้ววว กูซ่อมมาตั้งนาน เป็นที่ keyboard เนี่ยนะ
วันนี้ก็เลยนั่งทำงานของพี่ปลื้ม เลยทำยาวไปจนเจ็ดโมงเช้าโน่นเลย
วันนี้ยายมาบ่นว่าหาบัตรประชาชนไม่เจอ เราก็เลยลงไปช่วยหาแต่ก็หาไม่เจอเช่นกัน ไม่รู้แกเอาไปซุกไว้ไหน ก็เลยตัดสินใจออกไปทำใหม่กับแกซะเลย
ไปทำก็ต้องเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องใช้อะไรบ้าง เขียนอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่ที่นี่ก็ดีนะ อธิบายดีว่าต้องเขียนอะไรยังไง ก็ง่ายหน่อย แต่กว่าจะถึงคิวยายก็อีกนานเลย ก็เลยไปกินข้าวกันที่ห้องอาหารของที่เขตนี่ก่อน ก็สั่งผัดซีอิ้วกินกันกับยาย กินกันจนอิ่มก็ยังไม่ถึงเราอยู่ดีแหละ
พอถึงคิวเราก็เข้าไปทำบัตรประชาชนใหม่ เสร็จแล้วก็ย้ายยายเข้ามาอยู่ที่บ้านใหม่ แล้วก็ทำบัตรประชาชนใหม่อีกรอบนึง -_-’ เพราะว่าเปลี่ยนที่อยู่แล้วนี่ เฮ้อ เสียตังทำบัตรสองรอบ เพื่อไรเนี่ย
เสร็จแล้วก็กลับบ้าน ทีแรกว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องซะหน่อย แต่คนดันเยอะ เลยเอาไว้ก่อน
กลับมาตอนเย็น ยายบอกเจอบัตรประชาชนที่หายแล้ว ยายทำตกอยู่ที่เก้าอี้ -_-’
วันที่กลับจากหัวหิน โทรศัพท์ยายเป็นอะไรไม่รู้โทรออกไม่ได้เลย พอกดโทรออกไปปุ๊บก็จะเจอเสียงบอกว่า “เบอร์นี้ยังไม่ได้ลงทะเบียนนะคะ กรุณาติดต่อที่หมายเลข .. “
เราก็งงว่าเป็นอะไรวะ แต่เห็นมีเลข 2 ขึ้นมาตรงมุมบนซ้ายของจอนะ ซึ่งปกติมันไม่มี แต่ก็คิดว่าคงต้องไปลงทะเบียนเลขหมายก่อนมั๊ง เค้าอาจจะป้องกันคนเอาไปโทรกดระเบิดไรงี้
วันนี้เลยพายายไปเดอะมอลล์ เพื่อไปลงทะเบียน ก็ไปที่ร้าน AIS เลย หายากเหมือนกันเล่นอยู่ซะริมเลยอะ
พอไปถึงก็บอกพนักงานเค้าว่าจะลงทะเบียนเพราะโทรออกไม่ได้ เค้าก็ให้ใบมาเขียน แ้ล้วก็รอเรียกตามคิว พอถึงคิวเราก็เข้าไปหาพนักงานแล้วบอกเค้าว่าเราโทรออกไม่ได้ เค้าก็เอาโทรศัพท์ไปดู แล้วก็กดปุ่มสองจึ๊ก แล้วก็ส่งคืน… บอกว่าใช้ได้แล้ว
เราก็งง ไรวะง่ายจัง เค้าบอกว่าเรา(ยาย)ไปเผลอกดเปลี่ยนไปใช้อีกเลขหมายนึง โดยการกด # ค้างเอาไว้แล้วกด ตกลง จะเปลี่ยนกลับก็ทำเหมือนเดิม
เอ้อ ความรู้ใหม่จริงๆแฮะ ไม่ยักกะรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย
วันนี้เลยไปเดินซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตของ the mall ของมันก็เยอะดีนะ แถมมีสินค้าไทยๆเยอะดีด้วย เราเลยซื้อสบู่ไทยๆ ยาสีฟันยี่ห้อไทยๆ แล้วก็สารส้มเอามาทารักแร้ แล้วก็ซื้อนู่นซื้อนี่เต็มเลย
ตั้งใจว่าจะไม่ไปเดินซื้อของที่ Tesco Lotus อีกต่อไปแล้ว จะไปซื้อ The Mall แทน เหอๆๆ
โดนเอากลับมาแก้อีกแล้วกับงาน flash ไม่รู้จะโดนแก้อีกกี่รอบเหมือนกันนะเนี่ย
แต่วันนี้ดีหน่อยที่สามารถทำ Scrollbar ได้แล้ว หลังจากพยายามหาวิธีทำมานาน
ช่วงนี้ไม่ได้ออกไปขี่จักรยานเลยอะ ร่างกายจะแย่เอานะเนี่ย
วันนี้มีแต่ งาน งาน งาน ทั้งวันเลย เร่งๆทั้งคู่ งานนึงต้องส่งหน้าตัวอย่างของ flash ไปให้เค้าทดสอบว่าจะอ่านข้อมูลเข้ามาได้ยังไง อันนี้ยากตรงที่เราไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหนดี
อีกอันเป็นเว็บ Flash ขาย DVD (อีกแล้ว) จะเอาพรุ่งนี้เช้าที่อเมริกา(5 ทุ่มที่บ้านเรา) กว่าจะเสร็จงานแรกก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมง งานที่สองก็ปั่นๆๆๆ แต่ก็ทำได้แค่เกือบๆเสร็จ ก็ดึงกันไป แก้กันมา กว่าจะได้นอนก็ตีห้า เกือบหกโมงเช้า เฮ้อ….
วันนี้เราตื่นเช้าแต่ขี้เกียจลุก เห็นยายตื่นตั้งแต่ยังไม่สว่างเลยมั๊ง วันนี้ออกไปกินร้านโจ๊กที่เอเค้ากินบ่อยๆกัน ก็งั้นๆนะเราว่า แล้วก็กลับเข้าบ้านเพราะไม่รู้จะไปไหนดี
เอเลยชวนเราออกไปเดินเล่นที่ทะเล ก็เป็นไปตามที่เราคาดเอาไว้ คือเอพยายามจะหาเวลามาคุยกับเราสองต่อสองแบบนี้แหละ ก็คุยกันว่าทำไมเราถึงขอเลิกกับเอ เพราะเราไม่เคยคุยกันมาก่อนเลยน่ะ เราก็บอกเหตุผลที่เราต้องการที่จะตัดภาระต่างๆออกไปให้หมด เพื่อสุดท้ายแล้วเราจะบวช เอก็คงจะงงๆเล็กน้อยแต่คงจะเข้าใจได้ เราว่าเอพยายามจะให้เรากลับมาคบกันเหมือนเดิม แต่เราไม่เอาแล้วล่ะ พอแล้วกับชีวิตแบบนั้น ขออยู่ตัวคนเดียวดีกว่า
เดินอยู่้เป็นชั่วโมงก็ได้เวลากลับเข้าที่พักเพื่อจะออกมาหาอะไรกินกัน ก็มากินร้านริมหาดน่ะแหละอาหารใช้ได้เลยนะ กินเสร็จก็ได้เวลากลับกันละ ตอนที่กินข้าวอยู่มีโทรศัพท์จากอเมริกาเข้ามาบอกว่างานต้องส่งพรุ่งนี้! แม่เจ้ายังไม่ได้เริ่มเลย กลับไปตายแน่ๆ
ขากลับเราก็ขับเช่นเดิมแวะกันไปเรื่อยเลยใช้เส้นทางผ่านนครปฐม กว่าจะถึงบ้านก็นู่นน่ะ สองทุ่มกว่า กลับมาถึงก็รีบจัดการข้าวของแล้วมาเช็คงาน เช็คเมล เพราะพรุ่งนี้มีสองงานที่รอเราอยู่ เฮ้อ…
วันนี้ตื่นกันสายโด่งตามประสาคนมาเที่ยว ก็ออกไปหาอะไรกินกันที่ตลาด ไอ้ปลาเป็นคนขับ พอกินเสร็จก็ไปดูพระใหญ่ยักษ์ ที่แดดร้อนมากๆ ถ่ายรูปเล่นกันแล้วก็ไปเพราะมันร้อนเหลือเกิน
แล้วเราก็ไปหาร้านที่เค้าขายผลิตภัณฑ์จากป่านศรนาราย(เขียนไงวะ)กัน ข้างๆร้านมีขายขนมแบบที่เราชอบเต็มเลย คือพวกผลไม้อบกรอบ อบแห้งต่างๆ เราเลยซื้อมาสามถุง อยากซื้ออีกแต่กลัวกินไม่หมด แล้วเค้ายังให้เราดื่มน้ำฟรีอีกด้วยนะ ใจดีจริงๆ
แล้วเราก็ขับกลับกัน ระหว่างทางก็เลยแวะไปกินร้านแซ่บอีหลี อาหารอีสาน ที่รถจอดกันแน่นเลย อาหารร้านนี้เผ็ดทีเดียว กินไปน้ำหูน้ำตาไหล แต่ก็อร่อยใช้ได้
แล้วเราก็กลับที่พัก เราเดินไปเล่นทะเล เอกับบอมบ์กับปลา แค่เดินเล่นๆ เพราะว่าเดี๋ยวตอนเย็นเอต้องไปงานเลยไม่อยากเปียก ส่วนไอ้บอมบ์มันกลัวทะเลหรือไงไม่รู้ไม่ยอมลงมาแตะน้ำเลย
วันนี้ตอนเย็นทีแรกว่าจะไปกินข้าวกันที่ร้านริมหาด ที่ไอ้ปลาคุยว่าอาหารอร่อย แต่ว่าตอนบ่ายกินเยอะจัดแล้วเลยไม่ไหว นั่งอ่านหนังสือแล้วก็ง่วงหลับ ส่วนเอกับบอมบ์ คืนนี้ไปค้างที่ชะอำ
ไปเที่ยวหัวหินกับแฟนเก่า อ๊ัะๆ ไม่ได้ไปกันสองคน มีเพื่อนเอ แล้วก็มียายเราไปด้วย
จริงๆแล้ว เอเค้าจะต้องไปดูงานที่ชะอำ แล้วก็เลยชวนเราไปด้วย เพราะกะจะไปค้างกันที่รีสอร์ทของไอ้ปลา
เราเป็นคนขับ เอารถเอไป ก่อนไปวันนี้เราพาไอ้เต๋าไปหาหมอมา โดนค่าตรวจไป 2,200 บาท ก็เอาวะ นานๆมาตรวจซะทีนึง แล้วก็ซื้ออาหารเม็ดไปด้วย ตั้ง 300 แน่ะ แต่เห็นว่าดีกับหมาแก่ๆ แต่ไอ้เต๋ามันจะยอมกินหรือเปล่าก็ไม่รู้
เราไปหัวหินสองคืน เลยฝากให้ตุ้ยมาหาข้าวให้ไอ้เต๋ากิน สงสารมันเหมือนกัน อยากเอาไปด้วย แต่คงไม่สะดวก ไม่ใช่รถเราอีกต่างหาก
ขาไปขับหลงทางนิดหน่อย เพราะดันลืมเลี้ยวไปทางสมุทรสงคราม เพราะไอ้ก้องโทรมาพอดี
เลยต้องไปอ้อมซะไกลลิบเลย
ระหว่างทางวันนี้เจอฝนชุดใหญ่ เล่นเอาเหนื่อยเลย เพราะมองอะไรแทบไม่เห็นต้องค่อยๆคลานตามกันไป แต่ก็ดีที่ไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น
กว่าจะไปถึงรีสอร์ทบ้านคุณหลวงของไอ้ปลา ก็ปาเข้าไปดึกแล้ว เพราะเราไปแวะกินข้าวกันที่ตลาดหัวหินกันก่อน ไม่ได้มาเดินสามสี่ปี เปลี่ยนไปเยอะมาก เจริญขึ้นผิดหูผิดตาทีเดียว เราไปนั่งกินร้านอาหารตามสั่งกัน ก็พอใช้ได้
แล้วก็เดินเล่นซื้อนู่นซื้อนี่ไปตามประสา แต่เรากับยายเดินกลับมาที่รถก่อน ปล่อยให้เอกับบอมบ์เดินเล่นกันไป เพราะว่ายายมึนหัวซะแล้ว
เราเข้าที่พักไอ้ปลาตอนราวๆสามทุ่มได้ มาถึงก็ไปนั่งคุยกับไอ้ปลาที่ออฟฟิซมัน มันกำลังก่อสร้างอาคารใหม่อยู่เห็นว่าทุ่มทุนกันหมดตัวเลย แต่เห็นแบบที่มันโชว์แล้วก็คิดว่าน่าจะขายดีแหละ เพราะว่ามันเท่ห์มากทีเดียว
วันนี้เรานอนตอนราวๆห้าทุ่มกว่าๆ นอนรวมกันหมดเพราะห้องมันใหญ่

มีคนเขียนตอบมา