You are currently browsing the monthly archive for มิถุนายน 2007.
วันนี้ยายไปหาเพื่อนบ้านเก่าที่พัฒนาการ ขึ้นรถเมล์ไปเองเลย ทีแรกเราจะไปด้วยเมื่อวานเย็นแต่ว่าฝนมันตั้งเค้ามาแต่ไกล แล้วก็วันศุกร์เย็นอีกรถคงติดสุดๆ ยายเลยมาเปลี่ยนไปวันนี้แทน เราก็เลยให้ยายลองไปเองดู ให้ลองขึ้นรถเมล์ไปเองเลย เพราะคราวก่อนเราเคยลองกลับบ้านโดยรถเมล์จากจุฬาฯ ยายก็ดูจะไปได้นะ ไม่ได้แบบว่าจะล้มเลิ้มอะไร วันนี้เราเลยขอทดสอบยายหน่อย ว่ายายจะไหวหรือเปล่า ใจนึงเราอยากให้ยายได้ออกไปลุยข้างนอกเองบ้าง ให้ยายได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นไหวแค่ไหน เพราะเราเคยมีประสพการณ์ที่ยายไม่ยอมให้ไปไหนเพราะกลัวนั่นกลัวนี่สารพัด เรารู้สึกเลยว่ามันแย่กับชีวิตมากๆ ดีที่เราได้มีโอกาสไปอยู่เมืองนอกคนเดียว ทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตมากขึ้น
และนี่ก็จะเป็นอีกจุดนึงที่น่าจะทำให้ยายได้เรียนรู้ตัวเองอีกครั้งนึง เพราะช่วงนี้ทุกคนเห็นว่ายายแก่กันทั้งนั้น เดินช้า เวียนหัวบ่อยๆ บางทีก็หกล้มตกบันได จนทำให้ทุกคนไม่ให้ยายได้ทำอะไร วันๆนะ นอนอย่างเดียว เราเห็นแล้วก็เซ็งแทน
วันนี้พอบอกพ่อกับแม่ว่ายายออกไปขึ้นรถเมล์คนเดียวได้ ตกใจกันใหญ่ แม่ที่บ่นๆว่ายายไม่ไหวแล้วยังอดชมขึ้นมาไม่ได้เลย
วันนี้ตอนเย็นออกไปกินข้าวข้างนอกกับพ่อกับแม่ ทีแรกนึกว่าพ่อกับแม่จะไม่มาซะอีก เรากำลั้งจะออกไปหาอะไรกินพอดีเลย ก็เลยได้ไปกินร้านอาหารพุทธชาด ใกล้ๆบ้าน บรรยากาศดีสุดๆ ต้นไม้งี้ครึ้มเลย คนกินเยอะแยะ
วันนี้ก็สั่งกันแต่ผักๆทั้งนั้นเลย ดีดีดี พ่อเริ่มเห็นด้วยกับการกินผักแล้ว เพราะว่าได้อ่านหนังสือเรื่องโลกร้อน ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องทางอ้อมแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย
พรุ่งนี้เช้าจะออกไปปั่นกับ Bike Joy เป็นอีกกลุ่มนึงที่เค้าอยู่แถวๆนี้ แต่ระยะทางเอาเรื่องเหมือนกัน ไม่รู้จะไหวแค่ไหนนะเนี่ย
วันนี้บ้านที่ซ่อมแซมมาเกือบสองเดือนก็เสร็จแล้ว แม้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่นักแต่ก็ทำไปครบทุกอย่างละ ก็อยู่ได้เป็นสุขซะที
วันนี้เค้าก็เก็บข้าวของกลับกันละ แม่ก็กลับด้วย
ตอนบ่ายวันนี้ไอ้ดู๋มันว่างมันเลยออกมาเยี่ยมบ้านเรา เอาขนมกับนมมาฝากด้วยนะ แหมมันน่ารักจริงๆ ก็นั่งคุยกันอยู่นานทีเดียวแหละ ก็รอจนได้เวลาไปรับมี่แฟนมันนั่นแหละมันถึงได้ออก ช่วงนี้มันสบายมีรถใช้ละ เพราะพี่สาวมันไปเรียนต่อที่อังกฤษ นี่เราว่าจะขี่ไปเยี่ยมบ้านมันเหมือนกัน แต่คราวก่อนจะไปแ้ล้วแต่มันไม่อยู่บ้านเลยอด
ช่วงนี้เย็นๆฝนตกทุกทีเลยอะ อดออกไปขี่จักรยานตลอดเล้ย เฮ้อ.. (ข้ออ้าง)
อ้อ วันนี้ตอนเย็นที่อเมริกา iPhone จะออกวางขายแล้ว เห็นคนไปต่อคิวรอกันเต็มเลย
วันนี้นั่งทำแต่งานที่น้องขวัญมาให้ช่วยทำ เป็นร้านขายน้ำผลไม้ปั่น(ล่ะมั๊ง) ก็ทำเป็น 3D แล้วก็มีหมุนๆรอบๆ นั่งทำโมเดลตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วล่ะ แต่ยังไม่เสร็จดี ก็มาทำต่อ แล้วก็มาทำพวก texture ต่างๆ เครื่องเราก็สุดๆ อืดจริงๆ (การ์ดจอเป็น PCI ram 32MB) แต่มันก็พอทำงานได้นะ แม้จะช้ามากถ้าหากเปิดให้มันแสดงผลแบบเต็มๆ ก็เลยต้องจับแยกใส่เป็น layer ไป บางทีที่ต้องหมุนดูมุมก็ใช้การแสดงผลแบบเป็นกล่องๆไปแทน ซึ่งก็ทำงานได้ดี
ตอนเย็นพอใกล้ๆจะเสร็จละ ฝนมาครับ ไฟดับเลย ดีที่ไม่ประมาทกดเซฟไว้เรื่อยๆ แต่ก็ต้องรอจนแน่ใจว่ามันจะไม่ดับอีกถึงกลับมาทำต่อ
ปัญหาที่เราเจอคือเรื่องของการจัดแสงนี่แหละ เราไม่ถนัดเลยจริงๆ เป็นที่เครื่องช้าด้วย ทำให้จัดแสงทีก็ต้องรอ render นานๆอีกทีนึง เสียเวลาเยอะมาก สุดท้ายเลยต้องยอมใช้แบบธรรมดาๆไป
แล้วปัญหาอีกอันที่เจอก็คือเนื้อที่ใน HDD เหลือน้อยเต็มทน ทำให้ต้อง render ออกมาเป็นไฟล์ Jpeg แทน Targa เพราะกินที่น้อยกว่าเยอะมาก แต่คุณภาพก็ห่วยลงไปเยอะเช่นกัน แต่งานนี้ไม่ได้เน้นคุณภาพมากนักก็เลยต้องยอม(ไม่ยอมก็ไม่ไหวอยู่ดี)
แล้วเนื่องจากเวลาในการ render มันจำกัด 1 frame มันใช้เวลากว่าครึ่งนาที แล้วงานทั้งหมดมันต้อง render 900 frame ตายแน่ๆ เลยต้องอาศัยการโกง ลดจำนวน framerate ลงครึ่งนึงเลยเหลือที่ต้อง render 450 frame ซึ่งก็ยังต้องใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงทีเดียว
ทีแรกกะว่าจะ render ออกมาเป็น Avi เลย แต่เจอเรื่องไฟดับเข้าไปทีเลยเปลี่ยนใจ ไม่เสี่ยงดีกว่า เพราะถ้า render เป็น Avi แล้วไฟดันดับ หรือเครื่องมา hang ตอนเฟรมสุดท้าย ก็ต้องเริ่มกันใหม่หมด
ปัญหาสุดท้ายคือเรื่องของการเลือก Codec มาใช้ เพราะเราไม่รู้ว่าตัวไหนจะใช้ได้บ้าง เลยต้องทำหลายๆแบบไปให้น้องขวัญเค้าลองดู มีทั้ง Xvid, DivX, Microsoft DV, Flash, WMV คือพยายามทำให้ได้หลายๆแบบที่สุด มีหลายอันที่ใช้ไม่ได้ บางอันก็บอกว่าเนื้อที่เหลือน้อยทำไม่ได้ บางอันก็บอกว่าเป็นที่ ram ไม่ก็ CPU ไม่ไหวแล้ว
แล้วปัญหาอีกอันที่เจอคืออัพโหลดขึ้นบน server ได้ช้ามาก ไม่รู้มันเป็นอะไรได้แค่ 4-5KBps แล้วต้องอัพทั้งหมด 30-40MB ตายๆๆ รอกันเง้กเลยอะ แ่ต่สุดท้ายก็ส่งขึ้นไปได้ทั้งหมด
สรุปงานนี้ก็ได้ลองกลับมาทำ 3D Animation อีกครั้งผ่านเครื่องสุดเก๋า Pentium III 600 พร้อมการ์ดจอที่ไม่เหมาะจะเอามาทำ 3D เลย แต่ก็สามารถทำงานออกมาได้เป็นผลสำเร็จ แม้งานจะออกมาดูแย่กว่าที่คิดเอาไว้มาก แต่ก็น่าพอใจในเวลาเท่านี้
ลองไปโหลด Animation มาดูกันได้ที่นี่

ผลก็คือ ต้องทำใหม่สิครับ แต่ก็ดีพอทำใหม่แล้วเร็วเลยทีนี้ มันไม่ต้องมาคิดแล้ว เพราะตะกี้ลองผิดลองถูกมารอบนึงละ แต่คราวนี้เซฟทุกจังหวะเลย กันเอาไว้ดีกว่าแก้ ก็เป็นบทเรียนที่ดีมากอะนะ เพราะว่าเราประมาทเกินไปจริงๆ ยิ่งช่วงนี้เค้ากำลังซ่อมบ้านกันอยู่ ไฟมันช๊อตเรื่อยอะ เมื่อวานก็หลายสิบรอบ ดีที่เราไม่ได้ทำเมื่อวานนี้ แต่วันนี้ดันเกิดอยากจะทำขึ้นมา แต่ก็ดันประมาท ก็เลยโดนซะ
เล่นเอาเครียดไปเลย ตอนแรกที่ไม่รู้สึกตัว แต่พอคิดได้ก็ไม่มีไรละ ก็แค่ทำใหม่ แต่ว่าหลังจากตอนที่ช๊อตแล้ว เราก็ไปเล่นอย่างอื่นแทนเลย ได้ล้างพัดลมด้วย ก็โอเคนะ ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะ
จริงๆว่าจะเลิกดูหนังแล้วนะ แต่พอดีว่าจะลองใช้ Bit ไง เลยโหลดมาได้หลายเรื่องเลย เมื่อวานก็เลยเอา Fantastic 4 The Silver surfer มาดูซะ เป็นแบบแอบถ่ายมา แต่ก็พอดูได้ ก็คล้ายๆภาคแรกอะนะ ไม่ค่อยจะมีอะไรเท่าไหร่ เบาๆยังไงไม่รู้ รู้แต่นางเอกยังเอ๊กซ์เหมือนเดิม
ดูเสร็จก็ลบทิ้ง เพราะว่าช่วงนี้เลิกเก็บสะสมหนังแล้ว แล้วก็เลยไปเอา Rattatouile มาดูต่อ เป็นหนังของ Pixar เรื่องล่าสุด ที่เป็นเรื่องของหนูที่เก่งในการทำอาหาร ก็ดูสนุกดีนะ เรื่อยๆดี แต่โคตรชื่นชมในการทำ Animation ของค่ายนี้เลย ทุ่มเทสุดๆอะ เนี๊ยบไปหมด
ดูเสร็จก็ว่าจะทำงานต่อ เพราะน้องขวัญ ญาติข้างบ้านขอให้ช่วยทำ 3D ร้านขายของให้หน่อย เค้าจะเอาไปใส่ในสไลด์ส่งอาจารย์ แต่เมื่อวานแค่หารูปมาใช้ก็นานโคตรแล้วอะ ดึกแล้วก็ง่วง ก็เลยนอน ลืมเปิดไฟทิ้งไว้อีกตามเคย
วันนี้สั่งซื้อกางเกงจักรยานหนึ่งตัว เลยต้องออกไปโอนเงินให้คนขาย ทีแรกว่าจะโอนที่ธนาคารก็เขียนใบโอนเสร็จละ แต่พอเค้าเห็นว่าเป็นราชบุรีก็บอกว่าต้องเสียค่าโอนตั้ง 30 บาทแน่ะ แถมต้องเขียนใบอะไรอีกใบไม่รู้ เราก็เลยสงสัย เพราะว่าเคยโอนผ่านตู้ ATM แล้วเสีย 20 บาท เค้าก็บอกถ้าโอนผ่านธนาคารเดียวกันทาง ATM จะเสีย 20 บาท แต่ถ้าโอนไปธนาคารอื่นจะเสีย 25 บาท ซึ่งก็ยังถูกกว่าโอนที่สาขาอีกอยู่ดี เราเลยออกมาโอนผ่านตู้เอา ก็สะดวกดีอะ เพราะแค่กดๆก็เสร็จแล้ว ไม่ต้องมาเขียนให้วุ่นวายเลย แต่ถ้าโอนในกรุงเทพฯ เขียนเอาก็ประหยัดไป 20 บาท
วันนี้ตื่นก็ไม่สายนักหรอกก็แค่แปดโมง แต่ว่ามันดันขี้เกียจเพราัะว่าวันนี้อากาศเย็นสบายน่าอยู่บ้านสุดๆ ก็เลยโอ้เอ้จะไปดีไม่ไปดี แต่อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ไม่ได้ออกไปปั่นเลย แล้ววันนี้จะเบี้ยวอีกก็คงไม่ดีแน่ เลยตัดสินใจออกดีกว่า วันนี้กว่าจะได้ออกก็เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว โทรไปถามคุณซ้ง เค้าก็ออกไปตลาดกินข้าวกันอยู่ เราก็ตามไปไม่ถูกด้วย เลยปั่นไปกินข้าวเที่ยงที่มหิดล ศาลายา แทน กับข้าวที่นี่ถูกดี ข้าวราดแกงสองอย่างแค่ 15 บาทเองอะ แล้วรสชาติก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ น้ำขวดใหญ่ก็ 12 บาท คุ้มดี
กินเสร็จก็ปั่นวนๆดูข้างในมหิดล เพราะไม่เคยรู้ว่าที่นี่เค้าเป็นยังไง พอปั่นดูก็รู้ว่าใหญ่มากเลย ทีแรกว่าจะขี่ไปบ้านไอ้ดู๋ แต่วันนี้มันดันไม่อยู่บ้านเลยไม่ได้ไปหามัน พอดีเล่นจนพอใจแล้วก็ขี่กลับพุทธมณฑล เพื่อไปเจอเพื่อนๆชาววายร้ายสายสองที่เค้าจะกลับมาที่พุทธมณฑลกัน ก็กินไอติมไปรอไป พอดีนะโทรมา คุยเรื่องงาน Flash ก็ตกลงรับทำ (ช่วงนี้งานค้างๆเอาไว้เยอะเลยนะเนี่ย แหะๆ)
พอเพื่อนๆมากันก็นั่งพักคุยกันทักทายกัน แล้วก็ว่าวันอาทิตย์ที่ 15 จะไปปั่นกันที่ จปร. ที่นครนายกโน่นแน่ะ ก็น่าสนุกดี คงไม่พลาดตามเคย แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เราก็ขี่ไปกับแก๊งค์คุณซ้ง แล้วไปแยกกันตรงสายสาม แล้วเราก็ปั่นเข้าบ้าน เจอแม่ที่ร้านขายของปากซอย แม่บอกยายล้มอีกแล้ว ตรงบันไดเหมือนเคย
กลับมาก็อาบน้ำแล้วก็ซักรองเท้าเพราะไม่ไหวเหม็นแล้ว เมื่อคืนฝนตกดันลืมเก็บเข้าบ้าน ดีที่ช่างเค้าเก็บเข้ามาให้ แต่ดันมีอึ่งอ่างไปนอนอยู่ข้างในแถมขี้เอาไว้อีก เลยทนๆใส่ไปขี่ทั้งวัน แล้วกลับมาก็รีบซัก ซักเสร็จอากาศไม่เป็นใจครื้มมาอีกแล้ว ไม่รู้มันจะแห้งได้ยังไงวะเนี่ย
วันนี้นัดคุยงานกันกับไอ้ก้อง ก็ออกจากบ้านตอนราวๆเที่ยงครึ่งนัดมันไว้สามโมงเย็น แต่วันนี้ดันมีม๊อบก็เลยต้องรีบออกหน่อย แต่ก็ไม่เจอม๊อบอะไรแฮะ แต่ก็ดีที่ออกเร็วเพราะฝนมันตั้งเค้ามาดำทะมึนเลย
มาถึงก่อนเวลาก็เลยเดินไปหาที่จ่ายเงินค่าโทรศัพท์ ก็เจอ True Cafe แต่ดันไม่ยอมรับจ่ายซะนี่ ก็เลยเดินไปที่ 7-11 แถวนั้น โชคดีที่มันเป็น Counter service พอดี เลยได้จ่าย พร้อมซื้อนมมาขวดนึง เพราะวันนี้ไม่ได้กินข้าวเที่ยง เพราะว่าตอนที่ลงมาช่างเค้ากินกันอยู่ เราเลยไม่อยากเข้าไปแจม เพราะว่าโต๊ะมันเต็ม แล้วพอเลยเที่ยงวันแล้วก็เลยไม่กินมันซะเลยละกัน
พอจ่ายเงินเสร็จก็โทรหาไอ้ก้องมันก็กำลังรถติดอยู่ เราเลยไปเดินเล่นต่อ ไปที่ชั้นใต้ดินของตึกจอดรถ เพราะคิดว่ามันมีที่นั่งเยอะ ตรงโรงอาหาร แต่วันนี้คนแน่นเลยแฮะ ก็นั่งรอซักพักไอ้ก้องก็มา ก็เลยคุยกัน แล้วซักพักหวานแฟนก้องก็ตามมสมทบ นั่งคุยกันอยู่ดีดีฝนก็ตกกระหน่ำเลย ก็เลยคุยกันไปเรื่อยๆ แล้วซักพักอยู่ดีดีก็มีเด็กที่นั่งอยู่แถวนั้นลุกพรวดกันออกไปหมด ปรากฏว่าเป็นการยกพวกตีกัน มีขว้างขวดกันด้วย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ทำให้ตกใจกันไปพักนึง
พอคุยกันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เราก็ไปหาเอ เพราะวันนี้เอมาทำงานแถวนี้พอดี ก็เลยได้เจอพี่มุกเพื่อนเอที่เรียนที่อเมริกาด้วยกัน ที่เราก็เคยไปกินข้าวด้วยบ้าง ก็ชวนกันไปดูรูปที่พระเทพฯท่านถ่ายจากเมืองจีน ต้องบอกว่าทึ่ง เพราะภาพแต่ละภาพสวยๆทั้งนั้นเลย เราเองยังถ่ายไม่ได้อย่างท่านเลยอะ สุดยอดจริงๆ ทีแรกว่าจะซื้อหนังสือที่รวมภาพของท่านแต่มันตั้ง 500 อะ ไม่มีตัง เลยไม่เอาดีกว่า
ขากลับฝนตก เอก็เลยบอกว่าเดี๋ยวไปส่งละกัน ไปรู้จักบ้านด้วย แต่ให้เราขับนะ เราก็ตามใจขับให้ก็ได้ เพราะว่าขี้เกียจรอรถเมล์เหมือนกัน คงจะคนแน่นด้วย
ก็ขับมาถึงบ้านเรา แล้วเอก็พยายามจดทางใหญ่ เพราะไม่คุ้นทางแถวนี้ เราก็พยายามบอกจุดสังเกตุต่างๆให้ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ เพราะมันมืดแถมฝนตกอีก
เอก็มาแวะชมบ้านเรา แล้วก็ขึ้นมาดูห้องเรา เจอยายก็ทักทายคุยกัน ไปเล่นกับไอ้เต๋า แล้วซักพักก็กลับ เราบอกให้ลองกลับทางเพชรเกษมเพราะคิดว่าน่าจะง่ายกว่า ก็เลยต้องโทรถามทางกันตลอดเลย เพราะว่าเอก็ไม่แน่ใจว่าขับทางไหนแน่ แต่เราก็กางแผนที่พร้อมดูผ่าน google map ด้วย ก็ถึงบ้านอย่างปลอดภัย
เออ วันนี้ไม่รู้ Treo เป็นอะไร มัน Hard Reset ซะงั้นอะ สงสัยไปเสียบสายชาร์จตอนที่กำลังกดรับโทรศัพท์พอดีมั๊ง งงเลย
วันนี้โหลดทั้งวันเลยอะ แบบว่ามันเร็ว สั่งโหลดแป๊บๆไม่นานก็เสร็จละ ถึงว่าว่าทำไมเดี๋ยวนี้ HDD เค้าต้องใหญ่ๆกัน เพราะเอาไว้โหลดบิทโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย
วันนี้ออกไปงานหนังสืออมรินทร์บุ๊คแฟร์ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จริงๆวันนี้ตั้งใจจะไปดูกระเป๋าติดแร็คข้างหลังจักรยาน เพราะเค้าบอกว่าอันละ 100 เดียว แต่พอดีมีงานหนังสือด้วยก็เลยคุ้มที่จะไปเข้าไปอีก
พอไปถึงก็กินข้าวเที่ยงก่อนเลย วันนี้เลือกกินขนมจีน เค้าตักน้ำพริกกับน้ำยาผสมกันให้ แล้วเราก็ใส่ผักเข้าไปตามใจชอบ อิ่มพอประมาณ ทีแรกว่าจะกินอะไรอีกจานแต่กลัวจะอิ่มเกินไปเลยหยุดดีกว่า
แล้วก็เดินออกมา พอดีเจองาน Thailand Grand Sale ก็เลยขึ้นไปดูก่อน หาร้านขายกระเป๋าจักรยานก่อนเลย คนมุงกันแน่นทีเดียว ข้าวของก็ยังจัดไม่เรียบร้อยเลย ดูท่าทางจะมาเปิดบู๊ทสาย รอซักพักถึงเอากระเป๋าหนึ่งร้อยบาทมาขาย เราก็เลยเอาซะเลย ราคาสมกับคุณภาพเลย แต่ก็ไม่คิดไรเพราะว่าไม่อยากลงทุนมากนัก แล้วก็ซื้อสายรัดของและกระเป๋าใส่โทรศัพท์มือถือมาในราคาอย่างละ 10 บาท
เสร็จแล้วก็ไปเดินดูของอย่างอื่น เห็นมีเสื้อกีฬามาขายเลยเดินไปดู ก็เลยได้เสื้อกีฬาที่เค้าว่าผ้ามันระบายอากาศได้ดีมาตัวนึง แล้วก็กางเกงขาสั้นหนึ่งตัว
แล้วก็เดินไปที่โซน A ที่ทางอมรินทร์เค้าจัดงาน แต่กว่าจะฝ่าไปได้ก็ต้องเจอกับงาน Amazing Thailand … Sale อะไรนี่แหละ ที่เป็นงานเกี่ยวกับท่องเที่ยว วันนี้เป็นวันแรกมีผู้หลักผู้ใหญ่มาเปิดงานด้วย คนถ่ายรูปกันเต็มเลย เราก็รอจนเค้าถ่ายเสร็จค่อยเดินเลี่ยงๆไป
อมรินทร์บุ๊คแฟร์จัดอยู่แค่โซนด้านหน้าอย่างเดียวเอง แต่ก็ใหญ่พอดูแล้วล่ะ เค้าแบ่งโซนเอาไว้ดีเหมือนกัน แยกกันชัดเจนเลย มีโซนกิจกรรม แล้วก็หนังสือขาย แล้วก็มีส่วนจับรางวัล แลกของ เราก็เดินไปดูหนังสือข้างใน ก็เดินอ่านเดินเลือกอยู่นาน ได้มาก็หลายสิบเล่มอยู่ แล้วก็เดินออกมาจ่ายเงิน งานนี้เค้าจัดให้เป็นแบบจ่ายเงินทีเดียวเลย ก็สะดวกดี ไม่ต้องมาหยิบเงินเข้าๆออกๆ เราก็โดนไป 1,350 บาท ก็ลดไปได้เยอะเหมือนกัน เสร็จแล้วเค้าก็บอกว่าให้เอาใบเสร็จไปแลกของสมนาคุณได้นะคะ เราก็ไป
เค้ามีให้จับคูปองลุ้นโชคว่าจะได้ส่วนลดเท่าไหร่ มี 30%, 50%, 70% เราได้หยิบสามใบ ได้มาครบเลย แล้วก็ให้หยิบหนังสือบนชั้นไปฟรีอีก 3 เล่ม(น่าจะเป็นหนังสือที่ขายไม่ดี) แล้วครึ่งนึงของคูปองก็จะให้เขียนชื่อที่อยู่ส่งชิงโชคอีกรอบนึง เราก็เขียนแต่ไม่รู้ว่าต้องอยู่รอจับฉลากด้วย
ส่วนไอ้ส่วนลดนั้นก็ให้เอาไปซื้อหนังสือที่เค้าจัดเอาไว้พิเศษ เราก็โดนซะ ไม่ได้อยากได้นักหรอก แต่ว่ามีส่วนลดอยู่ในมือนี่นา ก็โดนซะเลยอีก 135 บาท แล้วก็เดินออกมาจะกลับละ โดนเรียกให้ไปกรอกแบบสอบถาม ก็เอาอีก เพราะเค้าบอกเดี๋ยวให้หนังสือฟรีหนึ่งเล่ม (หัวอ่อนจริงๆ เพราะจริงๆอยากรีบกลับกลัวรถติด) ก็นั่งกรอกจนเสร็จ ยาวทีเดียวแหละ ถามละเอียดด้วยสิ พอเสร็จเค้าก็ให้หนังสือมาเล่มนึง อะไรก็ไม่รู้อะ
แล้วก็ได้เวลากลับบ้าน วันนี้ก็นั่งรถไฟใต้ดินย้อนกลับทางเดิม ไปขึ้นที่สวนลุมฯ(แต่ต้องลงป้ายสีลม) จากนั้นก็นั่งรถเมล์ไปลงแถวประตูน้ำ แล้วก็ต่อสาย ปอ.511 เห็นมันเขียนว่าไปลงสายใต้ใหม่ได้ เราก็นึกว่าสายใต้ใหม่คือตรงที่เค้าสร้างใหม่อยู่ (แต่มันไม่ใช่) ไปถึงก็อ้าว นี่มันสายใต้อันปัจจุบันนี่หว่า ก็เลยต้องเดินย้อนกลับมา แล้วขึ้นรถเมล์สาย 123 กลับบ้าน
ก็เป็นการเดินทางที่โอเคนะเราว่า แต่เสียเวลาเยอะหน่อย วันหลังว่าจะลองลงเรือดูบ้างแล้ว น่าจะเร็วกว่ารถเมล์พอสมควรเลย

มีคนเขียนตอบมา