You are currently browsing the monthly archive for พฤษภาคม 2007.
วันนี้ตอนสิบเอ็ดโมงออกไปส่งยายทำฟันที่ร้านแถวบ้านแล้วก็อยู่รอ เลยไปแอบกินข้าวหมกไก่ ที่จริงร้านนี้มีขนมจีนน้ำยาขายด้วย แต่กลัวว่าจะกินนาน เลยยอมสั่งข้าวหมกไก่กิน เพราะคิดว่ากินได้เร็วกว่าเยอะ เพราะมันไม่ร้อนมากนัก
ก็เลยกินข้าวหมกไก่ไป แล้วก็สั่งน้ำดอกอัญชันมาด้วย สีสวยเชียว แต่รสชาติเหมือนน้ำเชื่อมธรรมดาๆนี่เอง กินแค่ไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จแล้ว ก็ออกมาเดินไปเช็คดีวีดีไฟนอลสกอร์ว่ามาหรือยัง ก็ยังไม่มาอีกนั่นแหละ ก็เลยเดินกลับมารอยายในคลีนิค ก็อ่านนิตยสารอัพเดท มีเรื่องของแนวพระราชดำริ “แกล้งดิน” คือการทำให้ดินเปรี้ยวสุดๆ ด้วยการแกล้งหลอกดินว่าเป็นฤดูฝนแล้วก็ฤดูแล้งสลับกันไปมา แบบว่าสี่ครั้งในหนึ่งปี จนดินเปรี้ยวสุดๆ แล้วก็มาหาทางแก้ดินเปรี้ยวกันอีกที ก็แปลกดี แต่ไม่รู้แก้ยังไงเหมือนกันนะ เพราะอ่านไม่จบ
พอยายออกมาก็กลับบ้าน กลับมาก็ง่วงเลย นั่งเล่นเน็ตซักพักก็หยิบหมอนมานอนแล้วก็หลับ แล้วมาตื่นเอาตอนสามโมงเย็น แล้วก็นั่งเล่นเน็ตต่อ (กูมีเวลาเยอะขนาดนี้แต่ไม่ยักกะทำงานแฮะ) แล้วก็จนสี่โมงครึ่งก็เตรียมตัวออกไปขี่จักรยาน วันนี้จะขี่ไปพุทธมณฑล เพื่อไปฟังพระเซ็นเค้ามาเทศน์ เค้ามาจากฝรั่งเศสเลยนะเนี่ย
ขี่ไปตามปกติ แต่วันนี้รู้สึกเหนื่อยเร็วกว่าแต่ก่อน สงสัยเำพราะทิ้งมาหลายวันเลย ไปถึงสายสี่ก็ขอแวะซื้อนมดื่มซะหน่อย เพราะวันนี้เป็นวันพระ ก็เลยไม่กินอาหารหลังเที่ยง เลยต้องอาศัยนมช่วยเอา
พอดื่มนมเสร็จก็เอาจักรยานยกขึ้นสะพานลอย เพราะว่าวันนี้เค้าปิดไม่ให้รถเลี้ยว เลยข้ามไม่ได้
ข้ามมาแล้วก็ขี่ไปที่องค์พระ เห็นคนมาเวียนเทียนกันเต็มเลย แต่เห็นคนเยอะแบบนี้เราก็ไม่เอาละ ไม่ชอบตามกระแส และรู้สึกว่ามันเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโลกโดยใช่เหตุ เราเข้าใจว่าบุญไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการเวียนเทียน ถวายดอกไม้ ดังนั้นก็ไม่อยากจะทำ
เค้ามีประกาศว่าตอนนี้พระเซ็นกำลังเทศน์อยู่ที่ห้องประชุม ก็เลยขี่ไปเลย ไปถึงก็จอดจักรยานเอาไว้ข้างนอก ล็อคเอาไว้กับเต๊นท์แถวนั้น แล้วก็เดินเข้าไปที่ห้องประชุม
คนมาฟังกันเยอะทีเดียว แต่ไม่ถึงกับเต็ม ก็เดินขึ้นไปข้างบนๆ ตามสไตล์ พอดีเค้ากำลังสองร้องเพลงกันอยู่ ทีแรกดูแล้วตกใจเล็กน้อย เพราะนึกไปถึงตอนที่เพื่อนชวนไปโบสถ์คริสต์ครั้งแรกเลย
แต่พอนั่งฟังซักพัก ก็รู้สึกว่าแนวทางของทาง Zen เนี่ยดีว่ะ เราชอบอย่างนึงเลยคือพระของเค้า เป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่งตัวเหมือนๆกัน เป็นชุดสีน้ำตาล ดูสงบเสงี่ยมดี
ซักพัก ท่าน ติช นัท ฮัน ก็มาเทศน์ ที่เราชอบมากๆก็คือตอนที่ท่านบอกว่า การเอาธูปเทียน ดอกไม้มาเดินเวียนเทียนเนี่ยมันก็ดี แต่พระพุทธเจ้า คงจะอยากให้เราปฏิบัติมากกว่า! โคตรสะใจเลย เพราะเราก็รู้สึกแบบเดียวกันนั่นแหละ
แล้วท่านก็มาบอกเรื่องโครงการ Car Free Days ที่เค้ารณรงค์ให้หยุดใช้รถกันสัปดาห์ละวัน เราว่ามันดีมากๆเลยนะ ตรงใจอีกแล้ว
แล้วท่านก็สอนเรื่องการใช้วิปัสสนากรรมฐานมาฝึกฝนจิตใจตัวเราเอง ให้มีสติมาควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ให้ไปหลงไปกับอารมณ์ต่างๆ อันนี้ก็ใช่เลย แล้วยังบอกให้เรามีสติในการกินอีกด้วย นี่เราก็พยายามทำอยู่
ฟังแล้วรู้สึกชอบมากๆแนวทางแบบนี้ เพราะว่าเราเองก็ยังไม่ค่อยชอบอะไรหลายๆอย่างในแบบพระไทย เราไม่ชอบพิธีกรรม เราไม่ชอบการสวดมนต์ เราไม่ชอบการสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรต่างๆ ไม่ชอบพระพุทธรูปใหญ่ๆ คือชอบอะไรที่มันเรียบๆง่ายๆมากกว่า แต่ให้มันได้เข้าใจถึงความเป็นจริงของธรรมชาติ
ขากลับกลับเส้นทางเดิม ขี่มาบนเส้นอุทยาน เจอเต่าตัวนึงอยู่ข้างถนนใหญ่ ทีแรกก็ขี่ผ่านไปแล้วนะ แต่มาหยุดคิดดูอีกทีก็ไม่อยากปล่อยมันไว้ เลยต้องย้อนกลับมาค่อยๆไปหยิบมัน(กลัวมันดิ้นอะ)ไปลงคูข้างๆถนน คิดว่ามันน่าจะมีทางรอดชีวิตมากกว่าอยู่ตรงนั้นนะ ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ตรงนั้นได้ยังไงเหมือนกันนะเนี่ย
กลับมาถึงบ้านก็เจอข่าวว่าเค้ามีการก่อม็อบกัน เรื่องไม่ยอมยุบพรรคนี่แหละ เฮ้อ อัตตาใหญ่กันทั้งนั้นเลย
วันนี้มีสรุปการปั่นมาซะที
ความเร็วเฉลี่ย : 20.0 Km/h
ระยะทางที่ปั่น : 28.7 Km
ระยะเวลาที่ปั่น : 1:26 ชั่วโมง
ความเร็วสูงสุด : 35.7 Km/h
เดี๋ยววันอาทิตย์นี้ว่าจะออกทริปกับเค้ากันล่ะ ขี่ไปทางนครปฐม ไปดูพิพิธภัณฑ์รถโบราณ เจ๋งโคตรๆเลย ต้องไปๆ
วันนี้ออกจากบ้านแต่เช้า เกือบๆเก้่าโมง(อาจจะเป็นสายๆของหลายๆคน) เพราะต้องไปช่วยขนของกลับบ้าน เพราะวันนี้น้องน้อยจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว
มาด้วยรถเมล์สาย 79 ตามเดิม เพราะสะดวกที่สุดแล้ว เดินทางใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ วันนี้หลับในรถด้วย เพราะง่วงมาก แถมน้ำลายหยดหนึ่งแหมะ คนข้างๆคงงงว่าน้ำอะไรรั่ววะ
มาถึงสยามฯตอนราวๆสิบโมงกว่า ยังไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ก็เดินไปจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตที่เค้าเรียกเก็บมาแล้ว ก็ไปจ่ายเลยเต็มจำนวน 11,020.50 บาท พอดีเป๊ะ เดินออกมาก็ตัวเบาเลย
แล้วก็เดินต่อไปที่โรงพยาบาลเอาตามระเบียบ แวะซื้อขนมครกติดมือไปด้วย แต่พอเข้ามาข้างในตึกก็เจอกับของขายเต็มเลย รู้งี้ไม่ซื้อขนมครกก็ดีอะ เลยไม่ได้ซื้อขนมอะไรเพิ่มเลย
ขึ้นมาบนห้องน้องน้อยก็ช่วยพี่เหม่งยกของไปขึ้นรถบางส่วนก่อน แล้วก็ไปนั่งกินข้าวกันเตรียมตัวกลับบ้าน พอราวๆเที่ยงครึ่งก็จัดการเก็บข้าวของทั้งหมดแล้วก็เคลียร์พวกค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วก็ลงไปที่รถ
น้องน้อยถูกพยาบาลเค้าห่อมาให้อย่างดีเลยทีเดียว พี่ณัฐก็อุ้มมา แล้วมีรถเข็นเข็นพี่ณัฐมาส่งที่รถอีกที น้องน้อยหลับมาตลอดทางเลย จนมาถึงบ้านพี่เหม่งที่คุณย่าเตรียมข้าวของเอาไว้เรียบร้อยแล้ว น้องน้อยก็ไปหลับต่อบนเตียงใหม่ส่วนตัว แล้วพอดีได้เวลาเค้าพิพากษาตัดสินเรื่องยุบพรรคการเมืองพอดีก็เลยมานั่งลุ้นกันว่าพรรคไหนจะโดนยุบบ้าง แต่ชั่วโมงนึงก็แล้ว สองชั่วโมงก็แล้ว ก็ยังไม่รู้ผล เราเลยไปดูน้องน้อยในห้องดีกว่า แล้วซักพักน้องน้อยตื่นก็มากินนม เราเลยออกมาข้างนอก แต่ก็ยังไม่รู้ผลอีกอยู่ดีน่ะแหละ
น้องน้อยมีเล็บที่ยาวเรียวเหมือนๆกับเล็บเรา เราก็เลยทำนายเอาไว้ว่าน้องน้อยโตขึ้นมาจะเป็นศิลปิน ไม่ทางใดก็ทางนึงอย่างแน่นอน (กว่าจะรู้ผลก็อีก 20 ปีเห็นจะได้น่ะ)
จนห้าโมงกว่าเราก็ได้เวลาออกแล้ว วันนี้ต้องกลับบ้านกับน้าติ๊ก ก็ให้พนักงานของพี่เหม่งขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งที่โรงเรียนที่น้าติ๊กสอนอยู่ ก็ไม่ไกลเท่าไหร่ เจอน้าติ๊กพอดี ก็เลยกลับด้วยกันด้วยแท๊กซี่ ระหว่างทางก็ฟังการพิจารณาคดียุบพรรค ก็ได้ผลมาแล้วว่าประชาธิปปัตย์รอดตัว ไม่ต้องยุบพรรค แต่ว่าผลของไทยรักไทยยังต้องรอฟังอีก กว่าจะรู้ผลคงจะดึกเลยอะ
กลับมาถึงบ้านก็เกือบๆทุ่ม ก็มากินข้าวกับช่างและยาย วันนี้ก็กินปลาทอดไปด้วย แล้วก็ขึ้นมาอาบน้ำ พรุ่งนี้คุณยายมีนัดกับหมอฟันแถวบ้านตอน 11 โมง ก็คงไปส่งตามปกติ
วันนี้ออกจากบ้านตอนเกือบจะเที่ยงอยู่แล้ว เพราะว่าวันนี้นัดเอ(แฟนเก่า) เอาไว้ว่าจะให้เค้ามาเปลี่ยน SIM dtac ให้หน่อย เพราะว่ามันเป็นชื่อเค้าเป็นเจ้าของอยู่ นัดกันเที่ยงครึ่ง กว่าเราจะมาถึงก็เกือบบ่ายโมงแล้ว ดีที่เอก็มาสายนิดหน่อย เลยรอไม่นาน
ไปถึงก็เดินไปหาเอที่ Siam Paragon นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสเดินเข้ามาข้างใน ซึ่งเราว่ามันก็ธรรมดาๆนะ อาจจะดูโมเดิร์นหน่อย แต่ก็ไม่ได้หรูหราอะไรมากมายนัก
เราไปกินข้าวเที่ยงกันที่ MK gold (ป้ายทองเลย) เป็นร้าน MK สุกี้ที่หรูหราขึ้นมาอีกนิด ก็สั่งกันไปเยอะพอสมควร เพราะวันนี้เอจะไปผ่าฟันคุด ก็เลยกะจะกินให้เต็มที่เพราะเดี๋ยวจะกินไม่ได้ไปหลายวัน
มื้อนี้หมดไป 500 บาท ! (พอดีเป๊ะเลยนะ) เราช่วยออกไปสองร้อย เพราะเรากินไม่เยอะเท่าไหร่และจน (นี่ถ้ายังคบกันอยู่นี่เราคงหมดเนื้อหมดตัวแน่นอนเลย เพราะถ้าเป็นธรรมดาร้านแบบนี้เราไม่เข้าแน่นอน)
ออกมาจาก MK Gold เราก็ขึ้นไปทำเรื่อง SIM กัน ก็ไม่ยุ่งยากอะไร พอเปลี่ยน SIM ได้ใหม่เราก็เอา Treo มาใส่ ทดลองดู มันก็ดีขึ้นนะ ไม่หลุดง่ายเหมือนแต่ก่อนละ แล้วก็จัดการเปลี่ยนชื่อเจ้าของเป็นชื่อเราซะเลย เผื่อวันหลังมีปัญหาอะไรจะได้สะดวกหน่อย
แล้วเอก็ขึ้นไปทำงาน วันนี้เห็นนัดคุยกับลูกค้าที่นี่แหละ ส่วนเราก็ขอตัวไปซื้อข้าวเหนียวมูลไปให้คุณแม่มือใหม่ก่อน แล้วเดี๋ยวพอเค้าเสร็จแล้วเราจะไปผ่าฟันคุดเป็นเพื่อนเค้า
ทีแรกเราลงไปกะว่าจะไปซื้อข้าวเหนียวมูลที่ร้านตรงฟู้ดคอร์ท แต่มันดันไม่ยอมขายข้าวเหนียวแยก ก็เลยไม่เอาดีกว่า เลยเดินไปซื้อที่สีฟ้า สาขาสยามสแควร์ ที่นี่เค้าดีอะ ยอมแบ่งขายให้ด้วย เลยซื้อมา 40 บาท แต่ได้มานิดเดียวเองนะ
แล้วก็เดินไปที่ตึกคลอดเพื่อเอาข้าวเหนียวไปส่ง นั่งพักเหนื่อยได้ซักพัก เอก็โทรมาบอกว่ามาถึงแล้วให้เราลงไปเจอได้เลย เราก็ลงไป
แล้วก็ไปที่โรงพยาบาลมเหศักดิ์(เขียนไงหว่า) ที่เอเค้าจะมาผ่าฟัดคุด เค้านัดหมอไว้แล้ว มาถึงก็รีบลงไปหาหมอก่อนเลย เราก็เอารถไปจอดให้ ขึ้นมาเจอแม่เอ ที่กะว่าจะมารับลูกสาวกลับบ้าน เพราะไม่รู้ว่าวันนี้เราจะมาเป็นเพื่อน ก็คุยถามสารทุกข์สุกดิบกันพอหอมปากหอมคอ แล้วซักพักเอก็ผ่าเสร็จ แก้มบวมไปข้างนึงเลย หมอออกมาก็บ่นใหญ่ บอกว่าถอนยากมากๆ ต้องออกแรงสุด เพราะเป็นฟันกรามซี่ในสุดเลยไง แถมยังเอาออกมาให้โชว์ด้วย มันก็ใหญ่จริงๆอะแหละ
เสร็จแล้วเราก็ทำหน้าที่คนขับรถ ขับไปส่งเอกับแม่ที่บ้าน ก็ไปหวัดดีคุณพ่อเอที่นอนป่วยอยู่ แล้วก็กินน้ำกินขนมแล้วก็ขอตัวกลับบ้าน เพราะว่าไม่อยากอยู่นานเกรงใจ
เราก็เดินออกมาขึ้นรถเมล์ตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเดินอ้อมมาทางด้านหลัง มาถึงก็ปวดฉี่เลยไปฉี่ที่ McDonald ตรงสตรีวิทย์ซะเลย เห็นของเล่นเป็น Shrek3 น่ารักดี แต่เสียใจครับ ไม่ได้เงินผมไปหรอก ฉี่เสร็จก็เลยมาซื้อไอติมแท่งนึงเพื่อไม่ให้น่าเกลียดเกินไป แล้วก็เดินข้ามฝั่งมารอรถเมล์ แต่รถเมล์ก็คนแน่นเหลือหลาย จังหวะนั้นหิวแล้วด้วย เจอร้านข้าวเลยแวะกินซะเลย ก็สั่งกระเพราไข่เยี่ยวม้าราดข้าว ทีแรกนึกว่าร้านเค้ายังไม่เปิด แต่จริงๆกำลังจะปิดตะหากล่ะ ก็เลยรีบสั่งรีบกิน แล้วก็ออกมายืนรอรถเมล์ต่อ แต่รถเมล์ก็ยังแน่นเหมือนเดิม เราไปได้แค่สามสาย คือ 157, ปอ 183, 79 รถส้ม
157 แน่นพอสมควร เป็นรถธรรมดาด้วย เลยไม่เอาดีกว่้า เพราะต้องไปอีกไกล
ปอ 183 นี่วันนี้ไม่เห็นเลยซักคัน
เลยต้องขึ้น 79 รถส้ม ยังดีที่เจอคันที่คนไม่มากนักพอดี ก็เลยขึ้นไปยืน พอยืนได้จนถึงพาต้า คนก็ลงกันเพียบเลย ก็ได้นั่งมาจนถึงหน้าหมู่บ้านเลย
แล้วก็กลับบ้านมาพักผ่อน วันนี้ขน Notebook ไปด้วย ไม่ได้เอามาทำงานเลยซักนิด ขนไปขนกลับหนักชะมัด พรุ่งนี้กะว่าจะไม่เอาไปแล้วดีกว่า ต้องไปเช้าด้วยอะ เพราะพรุ่งนี้พี่จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว
วันนี้ออกไปเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาลโดยขึ้นรถเมล์ไป เดินไปขึ้นป้ายหน้าหมู่บ้านเลย เพราะมีสาย 79 ไปถึงสยามสแควร์เลย สะดวกสุดๆ รถใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะไปถึง ด้วยราคา 22 บาท วันนี้เจอตรวจตั๋วด้วย ดีที่ยังเก็บตั๋วเอาไว้ด้วยนะเนี่ย
ไปถึงก็เดินไปหาร้าน Dtac shop เพื่อจะไปเปลี่ยน SIM ใหม่ เพราะว่าเอา SIM ตัวนี้ไปใส่กับ Treo แล้วสัญญาณมันชอบหลุดเองเรื่อยเลย ไปถามในบอร์ด MrPalm.com แล้วเค้าบอกว่ามันอาจจะเป็นเพราะเป็น SIM รุ่นเก่าเลยห่วยแบบนี้แหละ
แต่พอไปขอเค้าเปลี่ยน ชื่อเจ้าของดันเป็นชื่อเอซะนี่ ก็เลยอดเปลี่ยน เลยเดินไปที่ตึกคลอดเอา แทนที่จะขึ้นรถเมล์ เพราะคิดว่าเดินออกกำลังน่าจะดีกว่านั่งรถเมล์
เดินแค่สิบนาทีก็ถึงแล้ว ขึ้นมาก็เจอพี่ๆเพื่อนพี่ณัฐมาเยี่ยมกันอยู่หลายคนเลย แล้วก็เจอแม่พี่เหม่ง วันนี้พี่ณัฐอุ้มลูกเองแล้ว ให้นมเองแล้วด้วย ท่าทางจะห่วงลูกจนลืมเจ็บแผลผ่าตัดไปเลยน่ะเนี่ย
เรามาถึงก็จัดแจงเอา Notebook ออกมาต่อนั่งทำงาน แต่ว่ามันไม่สะดวกเท่าไหร่ เลยปิดเก็บดีกว่า หันไปอ่านหนังสือธรรมะทำไม แทน
พอตอนบ่ายๆห้าโมง เราก็แว่บลงไปกินข้าวเย็น แล้วก็ขึ้นมาหลังฝนหยุดตก วันนี้ซัดไปเยอะมากๆ กินผัดซีอิ้วเจ เส้นหมี่หมูแดง(อันนี้กินเพราะว่าจะได้มีเนื้อสัตว์ไปเจือให้เลือดมันไม่จางบ้าง) แล้วก็ยังไปสั่งฝรั่งมานั่งกินอีกหนึ่งลูก แล้วเท่านั้นไม่พอ ยังกินไอติมอีกหนึ่งโคน หมดไป 90 บาทแน่ะ
ขึ้นมาก็มาเฝ้าน้องน้อยกับแม่ น้องน้อย(ชื่อเล่นๆอย่างไม่เป็นทางการ) หิวบ่ิอยมาก แถมกินจุอีก พี่เราก็ไม่ค่อยจะมีนมให้กิน เลยต้องอาศัยนมผงเข้าช่วยบ้าง ก็เลยหยุดร้องนอนหลับได้ ไม่รู้คืนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะเนี่ย
แล้วเราก็ขอตัวกลับตอนราวๆทุ่มครึ่ง เดินออกมาขึ้นรถเมล์สาย 16 ตั้ง 12 บาทเพื่อมาขึ้นต่อรถที่สยามฯ ไม่คุ้มเลย มารอ 79 นานมากๆ ไม่มาซักที เลยไปขึ้นอีกฝั่งกะว่าจะไปที่อู่มันเลยแล้วจะได้คนไม่แน่น รอนานมากเช่นกัน พอมาทีคนก็ขึ้นกันเพียบเลย เราก็ไม่ไหวละ ยิ่งไปตรงหน้าเซ็นทรัลเวิลด์นะ คนแน่นเอี๊ยดเลย เราเลยไปลงที่หน้าพันธุ์ทิพย์ ไม่ทันได้จ่ายตังด้วยนะ เพราะคนมันแน่นจริงๆ ก็เลยรอดูว่ามีสายอะไรที่ไม่แน่น แล้วไปถึงราชดำเนินได้บ้าง ก็เจอสาย 60 ที่มีที่นั่งแม้ไม่มีแอร์แต่ก็ดีกว่ายืนเบียดๆล่ะวะ
นั่งมาลงตรงราชดำเนิน แล้วก็มาต่อ ป.อ.183 รถว่างมากๆ ผิดกับสาย 79 แต่นั่งมาไม่นาน เจออีกแล้ว คนตรวจตั๋ว มาขอดูตั๋ว ดีนะที่ยังไม่ทิ้งไปอีกเช่นกัน
นั่งมาจนถึงบ้าน ลงหน้าหมู่บ้านแล้วก็เดินเข้ามา สะดวกกว่าบ้านเก่าเยอะเลยแฮะ แม้จะไกลไปหน่อยก็ตามที
วันนี้ตื่นสายกว่าเมื่อวาน เลยมาอาบน้ำคนเดียว แล้วก็ไปกินข้าวเช้า วันนี้ต้องเริ่มงานกันตั้งแต่เช้าเลย เพราะว่าจะรีบก่อให้มันเสร็จๆ ตอนบ่ายจะได้มาฉาบกันต่อ
แต่ช่วงเช้าร้อนมากๆ แถมงานวันนี้มันหนักเอาเรื่องทีเดียว เพราะว่าต้องก่อขึ้นไปสูงตั้งเกือบสามเมตร ต้องขึ้นนั่งร้าน ยกก้อนดินมาแต่ละก้อนก็หนักใช่เล่น ก็ต้องค่อยๆทำกันไป
วันนี้ช่วงเช้าก็ทำไปได้เยอะพอสมควรนะ แต่ต้องให้ทางทีมงานเค้ามาช่วยเก็บงานกันอีกหลายจุด เพราะพวกอาสายังไม่ชำนาญพอ
พอเที่ยงก็ได้เวลาพักกินข้าวกัน วันนี้เป็นผัดซีอิ้ว มีทั้งเส้นใหญ่และเส้นหมี่ แถมมีส้มตำมาอีกด้วย ดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ แต่หิวๆ อะไรก็อร่อยหมด
กินข้าวพักผ่อนกันพอสมควรแล้ว ก็จองตั๋วรถเที่ยวกลับกรุงเทพฯกัน กลับพร้อมกัน 11 คน รอบ 5 โมงเย็น เป็นของบริษัทแอร์เมืองเลย ที่รถน่าจะดีกว่า ชุมแพทัวร์ ที่นั่งตอนขามา
หลังจากที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่โยก็มาสาธิตการทำสีเพื่อทาบ้านกัน ก็ทำมาจากสีดิน+แป้งมัน+ทราย เอามาต้มผสมกัน(จำวิธีไม่ได้ละ)
เราก็ได้มีโอกาสเอาไปละเลงเล่นอยู่นิดๆหน่อยๆ ก็ดูหนืดๆดีเหมือนกัน
พอเสร็จแล้วก็ไปลุยฉาบผนังบ้านกันต่อเป็นอย่างสุดท้ายที่ทีมอาสาจะช่วยทำกัน เพราะว่าหลังคาคงต้องให้ทางทีมบ้านดินไทยทำกันเอง
เราก็อาสาเป็นคนย่ำดินร่วมกับยุแล้วก็ Yuki แล้วก็มีเดชามาร่วมแจม เละเทะกันท่วนหน้า แล้วก็มีรถไอติมมา ใครไม่รู้ซื้อมาเลี้ยงเรา ก็กินซะเลย หึหึ อร่อยชื่นใจ
แล้วจากนั้นทางทีมงานก็จะมีการถ่ายปิดรายการ เป็นการมอบบ้านให้กับป้า ทางศิลปินที่เป็นแขกรับเชิญเค้าทำพวกของตกแต่งบ้านด้วยนะ เป็นรูปดาว รูปอะไรเก๋ไก๋มากเลย
ช่วงนี้มีโอกาสได้ออกเสียงในรายการด้วย เค้าให้พูดว่า “เราอาสาแก้ไข เฮ้!” แค่นี้แหละ แต่กว่าจะได้ก็หลายเทคเลยอะ
พอเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปล้างเนื้อล้างตัวคร่าวๆ เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับไปอาบน้ำกินข้าวเพื่อเตรียมตัวกลับกันละ
ขากลับทางทีมงานก็ไปส่งพวกเราที่ท่ารถ เพิ่งจะรู้นี่แหละว่าพอเราจ่าย 650 บาทครั้งนี้ไปแล้ว ครั้งต่อๆไป เราก็จะมาได้ฟรีเลย แค่เสียค่ารถอย่างเดียวเอง น่ามาอีกมากขึ้นเยอะเลย
รถแอร์เมืองเลยมาตรงเวลาดีมาก เรานั่งเดี่ยว คนอื่นนั่งเป็นคู่ๆ เพราะเราชอบสงบๆมากกว่า
พอขับไปได้หน่อย ก็มีการจอดแวะให้กินข้าวกัน คูปองที่มาด้วยกับตั๋ว จะต้องซื้อเพิ่มอีกสิบบาทถ้าอยากจะกินข้าว คูปองจะแลกได้แค่น้ำดื่มเท่านั้นเอง เขี้ยวจริงๆ
พอกินเสร็จก็นั่งรถยาวกันมาจนถึงหมอชิตเลย บางคนก็ลงไปก่อนระหว่างทาง ส่วนเราก็ติดรถเพื่อนบิ๋มมาลงข้างทาง แล้วก็ต่อแท็กซี่กลับบ้าน มาถึงบ้านก็ราวๆตีหนึ่ง กลับมาเหนื่อยมากเลย อาบน้ำแล้วก็มาเช็คเมลแล้วก็นอน
วันนี้ตื่นตอนหกโมงครึ่ง งัวเงียๆมาอาบน้ำ ได้รู้จักตาล พี่อั๋น พี่เกียรติ อาสาสมัครที่จะมาช่วยสร้างบ้านดินจากกรุงเทพฯ ที่นั่งมาในรถคันเดียวกันเมื่อคืน
ห้องอาบน้ำที่นี่เค้าเป็นแบบเปิดโล่งเลย มีอ่างใส่น้ำตรงกลาง แล้วก็เอาขันตักอาบกัน น้ำเย็นเจี๊ยบเลย แต่ก็ต้องอาบ ก็สนุกไปอีกแบบ
อาบน้ำเสร็จก็ไปกินข้าวกันที่ในโรงทาน เค้ามีกับข้าวไว้เลี้ยง เป็นข้าวต้มหมู รสชาติอร่อยทีเดียว หลังจากกินกันเสร็จก็มีการลงทะเบียนกันแล้วก็เขียนป้ายชื่อ แล้วก็มีการแนะนำตัวกันเล็กน้อย บอกเล่ากันว่าแต่ละคนทำไมสนใจบ้านดิน อยากรู้อะไรบ้าง
จากนั้่นพี่โยก็พาพวกเราไปนั่งดูสไลด์อธิบายวิธีการสร้างบ้านดินกันตั้งแต่เริ่มแรก จนเสร็จเป็นหลัง จากนั้นก็พาไปชมบ้านดินของจริงกัน พาเดินเข้าไปชมข้างในด้วย แต่ละหลังก็มีเอกลักษณ์และรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
จากนั้นก็กลับมากินข้าวเที่ยง วันนี้มีขนมจีน แต่มีบางคนกินไม่ได้ แม่ครัวเค้าก็อุตส่าห์ทำข้าวไข่เจียวมาเสริมให้
กินกันเสร็จก็ได้เวลาออกไปลุยงานกันแล้ว เราได้รู้จักคนญี่ปุ่นคนนึงชื่อ Yuki มาอยู่กับชาวบ้านแถวนี้ Yuki เค้ามาเที่ยวแบบอยู่ยาวเลย เรียนรู้ชีวิตแบบไทยๆ ก็เป็นคนน่ารักดี พูดอังกฤษเก่งทีเดียว
วันนี้เราจะมาสร้างบ้านให้กับคุณป้ากัน เป็นบ้านหนึ่งในสิบหลังของโครงการในปีนี้ และวันนี้พิเศษกว่าทุกที เพราะว่ามีรายการทีวีอาสา มาถ่ายทำกันด้วย แล้วก็มีพิธีกรเป็นนักร้องหญิงจากวง Saturday Seiko มาพร้อมกับวง Armchair (ไม่รู้จักซักกะคน)
ทีมงานรายการนี้ฮาๆกันทั้งนั้นเลย ยิงมุกกันกระจาย แล้วก็ได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของรายการทีวีอาสาด้วย นับว่ามาครั้งนี้คุ้มจริงๆ
คุณโยเริ่มสาธิตกันตั้งแต่การผสมดินให้เข้ากันด้วยการย่ำดิน แล้วก็เอามาเทใส่บล็อค ทำเป็นก้อนๆ เพื่อเอาไปใช้ก่อเป็นบ้านขึ้นมา
ช่วงนี้เราก็เลยขออาสาเป็นคนย่ำดินร่วมกันคนอื่นๆ ก็สนุกดีเหมือนกัน แต่ก็เละไปตามๆกันเลยทีเดียว
คนอื่นๆก็ไปช่วยกันก่อตัวบ้านกัน ต่างคนต่างช่วยกัน แป๊บเดียวเองก็ขึ้นมาเป็นผนังบ้านระดับนึงแล้ว
เี่ราได้รู้จักกับเพื่อนสายอาชีพเดียวกันด้วย ชื่อเดชา เป็นเจ้าของเว็บ www.royyimdesign.com เห็นเค้าคุยว่าทำหลายอย่างมากๆ รู้เยอะดี แต่บางทีก็ดูจะพูดเกินความจำเป็นไปหน่อย
วันนี้จบลงด้วยการไปแวะเที่ยวที่ มอหินขาว ที่เป็นเหมือน Stonehenge เมืองไทยเลยทีเดียว ที่นี่ต้องขับรถขึ้นมาบนเขาสูงมากๆ มองลงไปแล้วสวยสุดๆ เพราะเห็นพื้นที่ได้รอบเลย
เพื่อนๆอาสาต่างก็สนุกสนานกับการถ่ายรูปกัน บางคนก็ขึ้นไปบนหินก้อนใหญ่ๆเพื่อนั่งชมบรรยากาศสวยๆ บ้างก็หลับไปก็มี
พอเริ่มจะเย็นเราก็กลับไปที่วัดกัน ไปกินอาหารเย็น แล้วก็อาบน้ำนอน แต่ก็มีบางกลุ่มที่ไปสนุกสนานร้องรำทำเพลงกัน
ส่วนเรารึ.. หลับเป็นตายเลย
หลานคนแรกของเราลืมตามาดูโลกตอนเวลา ๘ โมงครึ่ง ด้วยการผ่าคลอด คุณตาคุณยายก็มาคอยดูแลอยู่ด้วยตลอดเวลาเลยทีเดียว
ด.ญ. ญดา คือชื่อจริง ส่วนชื่อเล่นยังตั้งกันไม่ได้เลย
วันนี้หลังจากคลอดเสร็จก็ว่างละ เพราะพี่สาวเราเค้าต้องนอนพักเป็นเวลา 12 ชั่วโมง เราก็เลยแจ๋นไปบริจาคเลือดซะเลยที่สภากาชาดไทย ตอนนี้เค้าทำตึกใหม่แล้วด้วย หรูหราดี
วันนี้เกือบไม่ได้บริจาคซะแล้ว เพราะว่าเลือดจางอะ คงเป็นเพราะว่าไม่ได้กินเนื้อสัตว์แถมช่วงหลังๆมานี่ นมเนิมก็ไม่ได้หามากินซะอีก เลยยิ่งแย่ใหญ่ แต่เค้าก็บอกว่าวันนี้บริจาคได้ แต่ต้องเอายาไปกินด้วยนะ เป็นยาเพิ่มธาติเหล็กให้กับเลือด ให้มาตั้งสองห่อแน่ะ
ตอนเย็น วันนี้เราต้องออกเดินทางไปชัยภูมิ ไปขึ้นรถที่หมอชิตสอง นั่งรถไฟฟ้าจากจุฬาฯ ไปลงหมอชิต ใช้เวลาแค่ 20 นาทีเท่านั้นเอง
ได้ข้อคิดว่า รถแน่นให้รอคันต่อไป เพราะมันจะว่างกว่าเห็นๆ
พอมาถึงหมอชิต เวลายังเหลือเยอะ เลยไปนั่งรถเมล์แทน แต่สุดยอดมากๆ เราเลือกนั่งสาย 509 เพราะว่าจำได้ว่ามันผ่านหมอชิตสอง กว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไป 45 นาทีแน่ะ ดีที่ยังทัน ก็ไปเอาตั๋วที่จองเอาไว้ แล้วก็เดินไปขึ้นรถ ทีแรกนึกว่ารถยังไม่มา ก็เดินไปเล่นเรื่อยเปื่อย แต่มาดูอีกที อ้าวจอดรออยู่แล้วนี่หว่า ก็เลยเดินขึ้นรถไปเลย ขึ้นไปก็เจอกับคนที่จะไปลงแก้งคร้อเหมือนกัน เลยสอบถามว่าจะไปบ้านดินกันใช่ไหมก็บอกว่าใช่ เลยใจชื้นเลย เพราะได้พวกละ สักพักก็มีมาอีกหลายคนเลยทีเดียว
เจอคนนั่งข้างๆก็จะไปลงแก้งคร้อเหมือนกัน คุยกันถูกคอดี ดูพี่แกเป็นคนอัทธยาศัยดี ยิ้มตลอดเลย คุยกันได้ความว่าพี่เค้าจะไปบ้านแฟนที่แก้งคร้อ พี่เค้าก็ถามว่าเราไปทำอะไรที่นั่นก็คุยกันยาวพอสมควร แล้วก็แยกย้ายกันหลับหลังจากรถออก
รถไปแวะข้างทางเพื่อให้กินข้าวกัน คูปองของเรา เราเอาไปแลกน้ำเฉยๆ เพราะว่ากินมาแล้วจากโรงพยาบาล
วันนี้กว่าจะไปถึงแก้งคร้อก็ตีสองได้ แล้วก็รออาสาที่มากับรถอีกคันนึง แล้วพี่โยก็ำพาพวกเราไปนอนกันที่วัด ที่เค้าจัดเต๊นท์และที่นอนเอาไว้อย่างดีทีเดียว
วันนี้ยุ่งกับเรื่องเตรียมจะคลอดพรุ่งนี้ของพี่ณัฐกันทั้งวันเลย ออกไปตั้งแต่สิบโมงครึ่งกลับมาถึงบ้านสามทุ่มครึ่ง
ตกลงก็ได้ห้อง 513 ที่ตึกคลอด ก็เป็นห้องเดี่ยวแบบธรรมดา แต่ก็เพียงพอที่จะใช้รับแขกได้สบายๆ(แต่ถ้ามากันเยอะๆก็ไม่ไหวเหมือนกัน)
วันนี้ก็เลยไม่ได้ออกไปขี่จักรยานหนึ่งวัน พรุ่งนี้ก็อดอีกเพราะต้องไปชัยภูมิ กว่าจะได้กลับมาปั่นก็คงวันจันทร์โน่นเลย..
วันนี้ตอนบ่ายหลังจากที่ออกไปจ่ายค่าโทรศัพท์กับโอนเงินค่ากระเป๋าติดใต้อานที่เดอะมอลล์มาแล้ว กลับมาก็ว่าจะมานั่งทำงานซักพักนึงแล้วค่อยออกไปปั่นจักรยาน ไปๆมาๆ ก็ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็จะสี่โมงเย็นอีกแย้ว แต่ว่าฝนดันตั้งเค้าครึ้มมาแต่ไกล เลยรอให้ฝนหยุดตกแล้วก็ค่อยออกไปปั่นตอนห้าโมงเย็น
ปั่นออกไปแบบไม่รีบเร่ง เพราะว่าวันนี้รู้สึุกว่าไม่ค่อยฟิตเท่าที่ควร วันนี้เลยกะว่าจะปั่นรอบถนนอุทยานแค่รอบเดียวพอ อยากเก็บแรงเอาไว้ไปสร้างบ้านดินอาทิตย์นี้ วันนี้ก็เลยลองขี่แบบใหม่ดูบ้างโดยการใช้เกียร์ต่ำแล้วใช้การซอยขาให้มากๆแทน เดิมที่จะใช้เกียร์สูงๆและปั่นรอบน้อยๆเพื่อทำความเร็ว
พอวันนี้ลองเปลี่ยนดูรู้สึกว่าขี่สนุกขึ้นกว่าเดิม เพราะเกียร์ต่ำมันจะไม่หนัก ปั่นสบายกว่า แต่จะใช้แรงตรงต้นขาเยอะพอสมควรทีเดียว
วันนี้ทีแรกว่าจะได้เจอกับคุณซ้ง ผู้ที่ชอบปั่นจักรยานเหมือนๆกัน แต่ว่าพอวันนี้ฝนตกคุณซ้งแกเลยไม่ออกมาปั่นเลย พรุ่งนี้อาจจะได้เจอกันล่ะมั๊งนะ ถ้าฝนไม่ตก
ขากลับวันนี้ก็แวะซื้อน้ำดื่มที่ตลาดเล็กๆตรงสายสาม ที่เป็นทางผ่านประจำทุกเย็น แล้วก็ซื้อหมูปิ้งฝากไอ้เต๋า แล้วก็แบ่งให้หมาผอมโซแถวนั้นไปไม้นึง ดูมันกินแล้วก็อยากให้อีก แต่กลัวจะเกินหน้าเกินตาตัวอื่นๆแถวนั้น เลยพอดีกว่า พอกินเสร็จมันก็หันมามองหน้าแบบหน้าตาดูสดชื่นขึ้นนิดนึง จากตอนแรกที่ดูโทรมๆเหมือนจะหมดแรง
ขี่กลับมาก็มาแวะร้านเช่าดีวีดี แต่ก็ยังมีมาคืนอยู่ดีไอ้เจ้า Final Score ที่เราอยากดู สงสัยเอาไว้รอให้มันเปลี่ยนเป็นแบบเช่าได้สามวันก่อนดีกว่าค่อยมายืมไปดู น่าจะคุ้มหน่อย
พี่สาวเราใกล้จะคลอดลูกแล้ว วันศุกร์เช้าคือกำหนดในการผ่าคลอด เพราะว่าเด็กตัวใหญ่จัด หมอไม่แนะนำให้คลอดตามธรรมชาติ เหอๆๆ หลานคนแรกของสองครอบครัวก็เงี๊ยะ โดนเลี้ยงดูซะอ้วนตั้งกะอยู่ในท้องเลย
สรุปการปั่นประจำวัน
ความเร็วเฉลี่ย : 20 Km/h
ระยะทางที่ปั่น : 25.58 Km
ระยะเวลาที่ปั่น : 1:13 ชั่วโมง
ความเร็วสูงสุด : 36.1 Km/h
รวมระยะทางที่ปั่นมาทั้งหมด ตั้งแต่ซื้อจักรยานนี้มา 153.9 Km
วันนี้ตอนสิบโมง พายายออกไปกินข้าวกับเพื่อนๆ(เพื่อนสมัยประถมอะ อื้อหือ)ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ที่ร้าน S&P คุณยายๆพาลูกพาหลานมากินด้วย เรากินเส้นจันทน์ผัดไทยแต่เป็นแบบเจ ใส่เห็ดแทนเนื้อสัตว์
คุณยายอู๊ดเพิ่งไปเที่ยวตุรกีกับอียิปต์มา หมดไปแสนกว่า แต่ก็ดูมีความสุขดี เพราะได้ไปเห็นอะไรแปลกๆใหม่ๆ
กินเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เราก็ไปซื้อของเข้าบ้านกับยาย แล้วก็ไปทำกุญแจบ้านเพิ่ม สมัยนี้ทำกุญแจมันง๊ายง่าย แถวเร็วด้วยสิ เจ๋งไปเลย
กลับมาก็ว่าจะมาทำงาน แต่ว่าตอนนี้ช่างเค้ากำลังซ่อมบ้านกันอยู่ ห้องเราก็เลยรกๆ ไม่ค่อยสะดวกที่จะนั่งทำงานกับเครื่อง Desktop เท่าไหร่ เลยหันกลับไปซ่อมเจ้า Notebook ตัวเก่งอีกสักครั้ง
ก็ไปเอาไม้ที่เคยใช้เสียบแทนตัว connector เดิม มาเกลาด้วยเครื่องเจียรที่ซื้อมาจากอเมริกา ค่อยๆเจียรอย่างบรรจงที่สุด แล้วก็ค่อยๆบรรจงใส่ลงไปที่ connector เอ้อ ! ใช้ได้วุ้ย ก็เลยไปย้ายไฟล์ที่สร้างไว้ที่เครื่อง Desktop มาลงที่เครื่องนี้ แล้วก็จะได้เริ่มทำงานซะที คิดว่าพรุ่งนี้คงลงไปนั่งทำงานข้างล่างได้สบายเลย
พอตอนเย็นซักสี่โมงก็ได้เวลาออกไปขี่จักรยานกันอีกแล้วครับ ก็เส้นทางเดิมๆน่ะแหละ แต่วันนี้พยายามไม่โหมมากนัก ค่อยๆรักษาระดับความเร็ว และปั่นให้ได้ต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก ซึ่งก็ทำได้ดีทีเดียวแฮะ เพราะว่าสามารถที่จะปั่นได้นานขึ้นมาอีกหน่อย แล้วความเร็วเฉลี่ยก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน
วันนี้เจอชาวเสือหลายท่านมาปั่นออกกำลังกัน ได้เข้าไปทักทายกับพี่เสือริน ที่เค้าก็ชวนออกไปปั่นกัน แต่ว่าพี่เค้าไปกันถึงสาย 6 สาย 7 โน่นอะ เลยคิดว่าถ้าไปด้วยเราจะตายซะก่อน เลยขอตัว ไว้วันหลังละกันนะพี่ ช่วงนี้ขอซ้อมก่อนดีกว่า
ขากลับก็แวะซื้อลาดหน้าให้ยาย แล้วก็ให้ตัวเองห่อนึงด้วย แล้วก็ไปแวะร้านเช่า DVD กะว่าจะเช่า Final Score มาดูซะหน่อย แต่ดันมีคนเช่าไปยังไม่มาคืนซะนี่ เลยไม่ได้เช่าเรื่องอื่น
กลับมาบ้าน ก็กินลาดหน้า แล้วข้างบ้านเค้ามาชวนออกไปกินข้าวเย็นที่บ้านเค้า ทีแรกเราอะว่าจะไม่ไปนะ บอกว่าจะไปส่งยายไปกินแล้วเราจะกลับ แต่ไปๆมาๆ ก็ใจอ่อนนั่งอยู่นานเลยอะ แต่ก็ไม่ได้กินอะไรมากมายนักเพราะว่ามันอิ่มและยังเหนื่อยกับการปั่นจักรยานอยู่เลย ก็นั่งกินเป็นเพื่อนกับคุณยายที่บ้านโน้น แกแก่แล้ว ปีนี้ก็ 88 แล้วอะ หูไม่ดีละ แต่ยังเดินไปไหนมาไหน ช่วยเหลือตัวเองได้
กลับมาก็มาอาบน้ำแล้วก็ตั้งใจว่าจะทำงานซะหน่อย ไม่รู้จะได้แค่ไหนแฮะ
สรุปการปั่นวันนี้
ความเร็วเฉลี่ย : 20.2 Km/h (ดีขึ้นนิดหน่อย)
ระยะทางที่ปั่น : 32.44 Km
เวลาที่ปั่นทั้งหมด : 1:36 ชั่วโมง
ความเร็วสูงสุด : 34.7 Km/h (ตอนช่วงลงสะพาน)

มีคนเขียนตอบมา