วันนี้เกิดนึกครึ้มขึ้นมา อยากไปเดินเวียนเทียน พอดีเอมาที่บ้าน เลยชวนไปเวียนเทียนซะเลย

ก่อนไปเอก็ไปแวะซื้อของที่เดอะมอลล์ก่อน ก็กินข้าวเย็นด้วยเลย แล้วก็ไปพุทธมณฑลกัน ไปถึงก็ราวๆ 6 โมงกว่าๆ โชคดีหาที่จอดไม่ยากนัก ก็เดินเข้าไป ฝนก็ตกลงมาเยอะเหมือนกัน แต่ไม่หนัก พอจะกางร่มเดินไปได้

วันนี้มีคนมาเวียนเทียนกันเยอะพอสมควร แต่ไม่แน่นนัก มองเห็นคนเดินเวียนรอบองค์พระกันเยอะอยู่ เราก็เดินไปตามทาง ผ่านซุ้มที่เค้ามีให้ช่วยหล่อเทียนพรรษา ก็เอาซะหน่อย

แล้วก็เดินไปซื้อดอกไม้ธูปเทียน ซื้อโคมเทียนอันละ 30 บาท แล้วดอกไม้กับธูปตามศรัทธา แล้วก็ขอเค้าต่อไฟ ก็ทุลักทุเลพอสมควร เพราะฝนมันตก ก็ต้องกางร่มไปด้วย แล้วก็จุดไฟไปด้วย แต่ก็จุดติดไม่ยากนัก เพราะลมไม่แรง

จุดเสร็จก็มาเดินรอบองค์พระกันสามรอบ เราก็พับดอกบัวไปด้วย อิอิ สนุกๆ

พอเดินเสร็จก็ได้รับหนังสือธรรมะที่มีคนเค้าพิมพ์มายืนแจกเป็นธรรมทานอยู่ ก็รับมาหนึ่งเล่ม แล้วก็ไปเดินดูเค้ามีจัดให้ทำบุญรดน้ำมนต์ไรนี่แหละ เราก็ไม่ได้ทำ ก็ไปเดินๆ ดูแล้วก็ตีระฆังที่เค้ามีจัดไว้ให้ แล้วก็เดินกลับรถ

ขากลับนี่ฝนยังตกไม่หยุดเลย แต่ก็ทำให้เย็นดีนะ

วันนี้ไปดู Transformers 2 มาในโรง IMAX ที่พาราก้อน นั่งที่นั่งแบบแถวหลังสุดเลยนะ แบบเก้าอี้นั่งสองคนอะ เอเลี้ยง 800 บาท หุหุ รอบ 5 ทุ่ม

เราก็เลยเลี้ยงข้าวเย็นกับป๊อบคอร์นโค้กแทน (คุ้ม อิอิ)

ที่ตัดสินใจดูโรง IMAX เพราะทีแรกคิดว่าจะได้ดูแบบเป็นหนังสามมิติ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ มันแค่หนังธรรมดาสองมิติ แต่จะมีบางฉากที่จะแสดงภาพเป็นสเกลของโรง IMAX เลย

โรง IMAX

เข้าไปดูในโรงอย่างแรกที่รู้สึกเลยคือบันไดมันชัน แล้วเดินขึ้นไปบนสุดนี่มองลงมาเสียวใช่เล่น จอมันสูงจริงๆ อะ เก้าอี้แบบฮันนีมูนซีท ค่อนข้างสบายเลยล่ะ แล้วนั่งตรงกลางพอดีเลยด้วยนะ ตรงทางเดินไม่มีแถวหน้าบังเลย ก็สบายดี

ที่นั่งฮันนีมูนซีทนี่เค้าจะมีผ้าห่ม มีหมอนให้ด้วยนะ แบบว่าสบายสุดๆ

สำหรับตัวหนัง

รู้สึกคุ้มค่าที่เสียเวลาออกไปดูนะ หนังดูสนุกมีรายละเอียดเยอะดี พวก effect นี่สุดยอดว่ะ ถ้าให้คนไทยทำคงดูไปเซ็งไป หนังแนวนี้ให้อเมริกาเป็นคนทำไปอะดีแล้ว

แต่บางทีรู้สึกว่าภาพมันยังชัดได้มากกว่านี้อีกนะ คือก็เข้าใจนะว่ามันเป็นการถ่ายด้วย film ภาพมันก็จะต้องมีเบลอบ้าง ถ้าเป็นการถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลสำหรับ IMAX โดยตรงน่าจะดีกว่านี้มาก

สำหรับฉากพิเศษที่เพิ่มเข้ามาสำหรับโรง IMAX โดยเฉพาะ ที่เค้าบอกว่ามี 4 ฉาก เราก็ไม่รู้ว่าเห็นไปกี่อัน แต่ที่ชัดๆ ก็มีสองสามอันนะ แบบว่าปกติหนังทั้งเรื่องสเกลของภาพก็จะเป็นแบบหนังปกติทั่วไป แต่บางฉากมันก็จะยืดจนเต็มจอเลย คือส่วนที่เป็นสีดำบนและล่างจะหายไป ให้รายละเอียดเต็มๆ ตามากๆ

เรื่องของ subtitle ภาษาไทย เรื่องนี้มาแปลก คือมันจะเป็นแบบจางๆ นะ จะอ่านยากมาก ถ้าตรงตัวหนังเป็นสีออกขาวๆ ซึ่งไม่เข้าใจว่าเค้าตั้งใจให้มันไม่กวนตัวหนังหรือเปล่า เพราะเราก็ไม่ได้ดูหนังมานานมาก ก็ไม่รู้ว่าสมัยนี้เค้าเป็นแบบนี้กันหมดแล้วหรือเปล่า

โดยรวมถือว่าคุ้มค่านะ หนังยาวประมาณสองชั่วโมงครึ่งออกจากโรงมาตอนตี 2 กลับถึงบ้านเกือบๆ ตี 3

พอดีว่ามีอุปกรณ์ที่เป็น External อยู่สองอันคือ External DVD writer กับ External HDD ซึ่งทั้งสองอัน เราจะต่อกับ Mac mini ผ่าน port Firewire 400 เนื่องจากว่ามันให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า USB เยอะ

ทีนี้น้าเราเค้าฝากจะให้ Copy แผ่น CD (ที่ตอนแรกนึกว่าเป็นแผ่น DVD) ให้กับฝรั่งที่มาบ้านแล้วเกิดถูกใจเพลงของน้าเรา เราก็เลยเอา External DVD writer มาต่อ เพราะว่าใน Mac mini ของเรามันเขียนได้แต่ CD แล้วทีนี้ เราก็อยากจะเอาพวกหนังที่เก็บอยู่ใน External HDD ไปเก็บลง DVD ด้วยซะเลย

แต่มาติดปัญหาที่ Mac mini มี port Firewire 400 มาให้แค่ช่องเดียว ทำให้ต้องเลือกเสียบเอาซักอย่าง เลยไปบ่นใน Twitter ซะ ก็เลยได้พบทางสว่างเลย @thanate คนที่ follow เราอยู่ก็มาบอกว่า Box ที่ต่อแบบ Firewire ได้มันจะมีให้เสียบต่อไปอีกอันนึงได้ด้วยนะ

ไอ้เราก็เลยลองไปเอากล่องของเรามาดู เฮ้ย มันมีจริงๆ ด้วยล่ะ มันเป็นช่องเสียบสองช่อง ซึ่งเมื่อก่อนเราก็เคยสงสัยว่ามันจะมีทำไมวะตั้งสองช่อง ก็เลยจัดแจงไปเอาสายมาเสียบต่อพ่วงกัน

จาก Mac mini –> External HDD –> External DVD writer

แล้วก็ลองเปิด CD จาก External DVD writer ดู แล้วก็เปิดไฟล์ใน external HDD ไปพร้อมๆ กัน ก็ทำงานได้ดี โอ้ววววววว สุดยอด

จากนั้นก็เริ่มลองเอาไฟล์มา burn ลง CD แต่สงสัยจะใส่ข้อมูลเยอะไป เลยเปิดไม่ได้เลย พอลองใส่น้อยลงก็ใช้ได้ปกติ

แล้วก็จัดการย้ายไฟล์หนังที่โหลดๆ มาไปเก็บลง DVD ซะ แล้วสุดท้ายก็ทำการ Copy CD ของน้า

สำเร็จลงด้วยดี เย้

งานนี้ต้องขอบคุณเว็บ twitter.com นะเนี่ย คือบางทีปัญหาพวกนี้ เราก็ไม่คิดว่ามันจะมีทางออกทางอื่น และเราก็คงไม่ไปเสียเวลาโพสต์ถามในเว็บบอร์ดต่างๆ แน่ๆ เพราะเราก็คิดว่ามันคงจะไม่มีวิธีแบบนี้ แต่กับ twitter เนี่ย มันเป็นการบ่นที่มีคนบางคนจะได้เห็น แล้วถ้าเค้าคนนั้นเคยเจอเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน และมีทางแก้ปัญหา หรือมีข้อมูลที่จะทำให้มันเป็นเรื่องง่ายขึ้น เค้าก็อาจจะส่งมาบอกเรา ซึ่งมันก็ไม่แน่ว่าจะเวิร์คหรือเปล่า แต่ครั้งนี้มันก็พิสูจน์แล้วว่ามันเวิร์ค

เห็นคุณ @kohsija เค้าใช้ ก็เลยจะลองใช้ดูมั่งเท่านั้นล่ะ

lambomurcisv_08

ตอนนี้อารมณ์แบบว่า อยากจะปั้นโมเดลหุ่นยนต์ คือมานั่งๆ นึกดู ว่าตัวเองชอบอะไร ก็มานึกถึงว่าเราชอบกันดั้ม เราชอบหุ่นยนต์ เราชอบปั้นโมเดล เราชอบอะไรที่มันแรงๆ รสจัดๆ

ก็เลยว่า น่าจะเอามันมารวมกันซะ โดยออกมาเป็น โมเดลหุ่นยนต์ที่มีท่าทางที่แสดงออกถึงอารมณ์หรือแอคชั่นแบบรุนแรง คือมันจะไม่ได้มาแนวๆ แข็งๆ ทื่อๆ แบบหุ่นยนต์ปกติทั่วไป แต่มันจะฉีกกฏเกณฑ์ของพื้นผิวที่แข็ง มันจะยืดหยุ่นกว่าที่ควรจะเป็น มันจะพริ้วไหวเหมือนมนุษย์ มันจะมีอารมณ์ที่รุนแรงแบบรู้สึกได้จากท่าทางของมัน

ตอนนี้ก็เลยว่าน่าจะเริ่มลองๆ มาทำอะไรแบบนี้ดูซักที ให้มันมีอะไรแปลกใหม่ในชีวิตขึ้นมาบ้าง ถ้าเราสนุกกับงานนี้มากๆ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะทำเป็นอาชีพเสริมไปเลยก็น่าจะได้

หลังจากที่ได้ลองเอา iPhone ของพ่อมาเล่นอยู่พักนึง ก็เลยพบว่ายังมีข้อดีของ Clie NR70V ที่เหนือกว่า iPhone (อารมณ์องุ่นเปรี้ยวนะเนี่ย)

  1. มันพับหน้าจอได้ สามารถพลิกซ่อนจอได้
  2. มันมี keyboard ในตัว ทำให้เวลาจะพิมพ์อะไรมันจะรู้สึกดีกว่า virtual keyboard (สำหรับผมนะ เพราะผมเป็นคนนิ้วใหญ่ พิมพ์บน iPhone แล้วผิดบ่อยมาก)
  3. กล้องของมันหมุนกลับมาถ่ายตัวเองได้ ทำให้สามารถใช้เป็นกระจกยามฉุกเฉินได้ด้วย
  4. มัน Sync กับหลายๆ เครื่องได้ ไม่ต้องอิงอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว!
  5. มันมีโปรแกรมที่เอารูปถ่ายมาเขียนข้อความ หรือวาดอะไรลงไปได้ (Clie Paint)
  6. มันใช้ Stylus ได้ ดังนั้นมันจึงสามารถที่จะใช้วาดอะไรจริงๆ จังๆ ได้พอสมควร (ดูงานที่ผมใช้ Clie วาดที่นี่ได้ครับ http://dogdoy.exteen.com
  7. มันมีปุ่มกดถ่ายรูปที่กดง่ายๆ พอกดแล้วมันจะเข้าโปรแกรมถ่ายรูปทันที สะดวกรวดเร็วสุดๆ
  8. มันมี remote แถมมาให้ด้วย เวลาฟังเพลงใช้รีโมทแล้วสะดวกมากๆ 
  9. มันมีช่อง IR (อินฟราเรด) ทำให้ใช้เป็นรีโมทเปิดปิดทีวีได้เลย (อันนี้ผมใช้บ่อยมาก)
  10. มันสามารถ Back up ข้อมูลในตัวลงเก็บใน Memory Stick ได้เลย ถ้าเครื่องเจ๊ง ก็เอาข้อมูลกลับมาได้ทันที!

แต่ถ้านับข้อดีของ iPhone ที่เหนือกว่า Clie NR70V แล้วน่าจะเกิน 10 ข้อ -_-’ แต่ก็นั่นแหละครับ มันเป็นข้อดีที่ผมไม่รู้สึกว่ามันสำคัญ ดังนั้นใช้เจ้า Clie NR70V ต่อไปน่ะดีแล้ว ^ ^

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ไปร่วมงานแต่งงานญาติ เป็นญาติที่ไม่สนิทมากเท่าไหร่ เป็นงานแต่งของหลานยาย ที่เป็นน้องสาวของยายแท้ๆ ของเรา ซึ่งหลานสาวคนนี้ก็เป็นลูกของของญาติที่ไปแต่งงานกับชาวสวีเดน ก็เลยมีครอบครัวชาวสวีเดนมาด้วยอีก 7 คน

งานนี้มีญาติหลากหลายพอสมควร ก็ได้เจอคุณยายนวย ที่เป็นพี่สาวของยายแท้ๆ เรา และก็ยายเนื่องที่เป็นน้องคนสุดท้อง (ตาชิต, ยายเล็ก, ยายไท, ยายนวย, ยายเนื่อง) ซึ่งวันนี้ยายนวยก็ได้มาเจอกับยายเนื่อง ยายนวยอายุ 80 แล้ว แต่ยังช่วยตัวเองได้มาก แข็งแรง คงเป็นเพราะว่าแกอยู่คนเดียวที่ต่างจังหวัด ไม่ยอมย้ายมาอยู่กับลูกๆ ในกรุงเทพฯ แกก็จะเป็นคนแรงๆ เราก็เพิ่งได้เจอกับตัวเองวันนี้นี่เอง

ยายนวยแกจะมีปมในใจที่รู้สึกฝังใจกับคำพูดของลูกสาวคนนึงของแก(แกมีลูก 10 คน) คือไปพูดว่าจะไม่ยอมเลี้ยงแกไรงี้ เลยงอนทุกทีที่นึกถึง แล้วก็จะร้องไห้ ซึ่งก็ดูน่าสงสารเหมือนกัน แต่แกจะเป็นคนแรงด้วยล่ะ เวลาแกงอนปั๊บนะ บางครั้งก็เดินกลับบ้านเลย ไม่สนใจใคร เห็นแล้วก็สงสารลูกๆ แกเหมือนกันเรียกว่าหนักเอาการเลย

ยายเนื่องนี่ยังเป็นน้อยกว่าเยอะ เพียงแต่ยายเนื่องนี่จะมีอาการหลงๆ ลืมๆ ที่เป็นปัญหา แล้วก็ค่อนข้างจะป่วยง่าย

วันนี้ยายนวยแกก็มีอาการงอนหลายรอบ หลานๆ ก็พยายามช่วยกันชวนคุยเรื่องอื่น เปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย อ้อ ยายนวยนี่แกเสื้อเหลืองเต็มตัวเลยนะ เคยมีลูกค้ามาซื้อของที่ร้านแก พูดชมทักษิณเข้าหน่อย แกไล่จะเพิดออกนอกร้านกันไปเลย เหอๆๆ

ดีที่ญาติๆ จะไม่มีใครเป็นเสื้อแดงแบบเต็มตัว(หรืออาจจะไม่กล้าแสดงตัวก็ไม่รู้) แต่ส่วนใหญ่ก็จะสนับสนุนเสื้อเหลืองกันทั้งนั้นเลย รวมทั้งพ่อแม่เราด้วย

งานวันนี้จัดที่บ้านน้าจิ๋ม บ้านน้าจิ๋มอยู่ในหมู่บ้านไม้อิงธาร น้ากริชแฟนน้าจิ๋มเล่าให้ฟังว่าที่หมู่บ้านนี้มีการขุดคลองเป็นรูปมังกรด้วยนะ อ้อ แถมบ้านฝั่งตรงข้ามคลองหลังบ้าน คือบ้านของวิลลี่กับแหม่ม แมคอินทอช เลยนะ ถ้าเป็นสมัยก่อนเราคงจะกรี๊ดๆๆ เพราะชอบแหม่ม คัทลียา มากกกกก

งานแต่งวันนี้มีการเลี้ยงพระตอนเช้า แล้วก็เลี้ยงข้าวเที่ยง แล้วก็มีพิธีรดน้ำสังฆ์ด้วยนะ แล้วก็มีพิธีหมั้น ก็วุ่นๆดี แต่ได้แม่เรานี่เป็นคอยบอกว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง ก็ช่วยได้เยอะ

ทีแรกวันนี้ญาิติๆ จะตั้งวงเล่นไพ่กัน แต่ยายเราเกิดเจ็บตาขึ้นมา เลยไม่อยู่เล่น ก็เลยมีญาติกลุ่มที่ยังอยู่เล่นกัน

วันนี้กลับบ้านมาตอน 3 โมงเย็น ดีที่น้าบิ๊กเป็นคนขับรถให้ก็เลยสบายหน่อย กลับมาบ้านส่งพ่อแม่กลับบ้าน เราก็สลบหลับเลย แบบว่าเมื่อคืนนอนดึกตื่นเช้า แล้ววันนี้ที่งานก็ร้อน เลยยิ่งเพลีย

แต่ตอนกลางคืนก็ยังไปว่ายน้ำได้นะ :P

เมื่อวานนี้วันที่เสื้อแดงยุติการชุมนุมแล้ว ตอนเย็นก็เลยต้องออกไปพักผ่อนซะหน่อย เลยไปเล่นน้ำที่สวนน้ำของเดอะมอลล์บางแค เพราะว่าบัตรสมาชิก VIP มันใช้เข้าสวนน้ำได้ฟรี

ไปถึงก็ราวๆ 5 โมงเย็น ก็เข้าไปแล้วก็เดินดูรอบๆ ก่อนรอบนึง แล้วก็เข้าไปเช่าล็อคเกอร์กับหมวกว่ายน้ำ ที่นี่เค้ามีกฏว่าต้องสวมหมวกว่ายน้ำด้วย ก็ดีเหมือนกันเพราะว่าป้องกันความสกปรก

ค่าเช่าหมวกว่ายน้ำแค่ 15 บาท แต่จะต้องเสียค่ามัดจำ 50 บาท ค่าเช่าล็อคเกอร์ 10 บาทค่ามัดจำ 40 บาท แล้วเราก็เอาของใส่ตู้ แล้วก็เอากุญแจคล้องคอ แล้วก็ลุ้ย!

ที่นี่เค้าจะมีเป็นเหมือนคลองที่ต้องว่ายกันไปในทางเดียวกัน ก็ยาวใช้ได้ แต่ถ้าจะขึ้นก็มีให้ขึ้นหรือลงหลายๆ จุด เด็กเล่นกันเยอะมาก ผู้ใหญ่ก็เยอะ ส่วนมากมากับลูก

สาวๆ นี่น้อยมาก ที่สวยๆ นี่แทบไม่มี -”-

แล้วเค้าก็จะมีอีกโซนนึง เป็นแบบคล้ายๆ สระปกติ คือจะลึกสุดประมาณ 160 cm และจะกันเอาไว้เลยว่าเป็นโซนที่เอาไว้สำหรับใช้ว่ายเพื่อออกกำลังกาย ต้องว่ายไปในแนวเดียวกันเท่านั้น เค้าจะมีคนคอยดูและพูดใส่โทรโข่งเตือนอยู่ตลอด

เราเข้าไปลองว่ายดูนิดหน่อย เพราะคนเยอะมาก ก็เลยไปลองเล่นสไลเดอร์ดูดีกว่า

สไลเดอร์ที่นี่มีสองแบบ คือแบบที่เล่นต้องใช้ห่วงรองนั่ง กับแบบที่ไม่ต้องใช้ห่วง แบบที่ใช้ห่วงจะต้องใหญ่กว่า และก็ไม่สูงมากนัก เหมาะกับเด็กๆ เราไม่เช่าห่วงเลยขึ้นเล่นแบบอันสูงดู

แบบอันสูงนี่จะต้องขึ้นไปข้างบนค่อนข้างสูงเลยทีเดียวแหละ แล้วก็คนต่อคิวรอกันเยอะมาก เพราะเค้าจะเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยเอามากๆ เลย ต้องรอให้คนก่อนหน้าเราลงไปถึงข้างล่างก่อน เราถึงจะเล่นได้ รอจนตัวแห้งถึงได้เล่น

เล่นครั้งแรกเราไม่รู้ ก็นั่งเฉยๆ กะว่ามันคงจะลื่น ที่ไหนได้ ไม่ไปแฮะ ก็พยายามจะดันๆ ด้วยมือ แต่ก็ยังไม่ไป ดีที่คนคุมเค้าบอกให้นอนลงไป ก็เลยนอน เอ้อเหอ ทีนี้ล่ะ เร็วเลย พุ่งจู๊ดๆๆๆ รู้สึกตื่นเต้นดีเหมือนกันนะ แต่เรื่องความปลอดภัยดูจะใช้ได้ทีเดียว

ลงมาถึงข้างล่างแล้วก้นกระแทกเจ็บจริงๆ แบบว่าน้ำมันตื้นอะ แต่ก็ยังไม่หายมัน เลยไปลองอีกรอบ ก็เหมือนเดิมกระแทกอีก อูย …

เล่นเสร็จก็ไปว่ายออกกำลังบ้าง เพราะตั้งใจจะมาออกกำลังด้วย ก็เลยพยายามว่ายไปกลับ ไม่รู้กี่รอบเหมือนกัน แต่ก็ต้องพยายามหลบคนที่ว่ายสวนกันมาด้วย วุ่นพิลึก

ว่ายจนเหนื่อยก็ไปอาบน้ำ ห้องน้ำที่นี่คนรอคิวเยอะมาก ถึงจะมีเยอะ แต่ก็ไม่พอ เพราะว่าแต่ละคนอาบกันนานอะ เรากว่าจะได้อาบก็รอนานเลย

อาบเสร็จก็ไปเดินซื้อของ ออกมาเห็นมีรถไฟเหาะด้วยแฮะ 30 บาท แต่ต้องแลกคูปองเลยเอาไว้ก่อน

แล้ววันนี้ก็เกิดอยากลองอาหารญี่ปุ่นร้านยาโยอิ เห็นราคาไม่แพงมาก ชุดปลาซาบะย่างแค่ 109 บาท ก็เลยลอง แต่ก้าวแรกที่เข้ามาในร้านรู้สึกเลยว่า ไม่โดน บรรยากาศแปลกๆ ไม่น่ากินอะว่างั้น

ก็ลองสั่งชุดปลาซาบะย่างซีอิ้วมากิน แล้วก็น้ำชาเขียวเย็น แล้วก็เกี๊ยวซ่า อาหารไม่ถือว่าเร็ว หรือเพราะเรากำลังหิวและคนเยอะด้วยมั๊ง

ปลาซาบะมาถึงเราก็จัดจากตักกิน อะจ๊าก ดันกินส่วนที่เค้าทำไหม้พอดี ขมปั๊ดเลย จะคายใส่กระดาษ อะจ๊าก กระดาษทิชชูหมดอีก -_-’

เลยต้องทนอมไว้ตั้งนาน เฮ้อ ผิดหวังอย่างแรงตั้งแต่คำแรกเลย แล้วข้าวก็ไม่ค่อยอร่อยอะ นิ่มเกิน แล้วซอสราดซาบะก็หวานจัดเกินไปอีก เฮ้อ

ส่วนเกี๊ยวซ่าก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าโดดเด่นอะไร สรุปแล้วจ่ายไป 189 บาท ถือว่าไม่คุ้มอย่างแรง

ตั้งใจไว้เลยว่า ถ้าอยากกินอาหารญี่ปุ่น จะไม่แวะมาร้านนี้อีกแล้ว ยอมจ่ายแพงขึ้นไปกินฟูจิ หรือ เซ็น คุ้มกว่า

สงกรานต์ปีนี้คงจะเป็นปีที่หลายๆ คน ต้องจดจำไปอีกนานทีเดียว ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันจะจบลงยังไง รู้แต่ว่าตอนนี้มันรุนแรงขึ้นทุกขณะ

วางแผนว่าจะไปชัยนาท ก็อด เพราะแม่กลัวจะโดนลูกหลงซะ

ประเทศไทยจะเป็นยังไงหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้กันนะเนี่ย

แต่ไม่ว่ายังไง วันนี้ก็คือวันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย สวัสดีปีใหม่ครับ ;)

วันนี้รถที่เอาไปซ่อมเสร็จแล้ว น้าเค้าก็โทรมาบอกตั้งกะเที่ยง กว่าเราจะทำนู่นทำนี่เสร็จก็บ่ายสอง ก็นั่งรถเมล์ไปเอาที่บ้านน้าเค้า ก่อนจะเข้าไป ก็แวะธนาคารกรุงเทพปากซอยก่อน เพราะจะเอาเช็คที่ได้จากการคืนภาษี 270 บาทไปขึ้น แต่รู้สึกมันวุ่นวายมากเลย เขียนยุ่บไปหมด

แล้วก็มากดเงินหมื่นนึงเพื่อจะเอาไปจ่ายค่าซ่อมรถ เงินที่หามาได้เดือนนี้หมดเลย เฮ้อ แดกแกลบ..

มาถึงบ้านน้าเค้าก็รออยู่แล้ว เค้าก็มาบอกว่าเค้ามีการเปลี่ยนอะไรไปให้บ้าง แล้วอะไรที่ใช้ของแท้ของเทียม น้าเค้าแจงละเอียดยิบเลย ชอบๆ เพราะน้าเค้าจะใส่ใจกับรถมากๆ คือแกเป็นช่างที่อู่โตโยต้ามาก่อน ตั้งกะปี 2516 นานมากกกกก

น้าก็แนะนำวิธีการดูแลรถมาด้วย ที่พอจะจำได้ก็มีดังนี้

  • ควรตรวจดูน้ำในแบตเตอรี่อย่าให้มันแห้ง แต่ตอนที่เปิดฝาออกมาเช็คนั้นไม่ควรเอาฝาไปวางไว้บนตัวถังรถ ควรหาถาดมารอง เพราะน้ำกรดมันจะกัดตัวถังจนขึ้นสนิมได้
  • น้ำยาหล่อเย็น ควรตรวจดูอย่าให้มันพร่องเกินไป เติมน้ำเปล่าลงไปได้
  • แบตเตอรี่ถ้าอยากให้ใช้ทนๆ ก่อนจะออกจากบ้าน ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้ซักพักก่อน อย่าเปิดแอร์หรือวิทยุ
  • แล้วเวลาจะกลับถึงบ้าน ก็ให้ปิดคอมเพรสเซอร์แอร์ แล้วเปิดพัดลมให้สุด ก่อนถึงบ้านซักพัก เพื่อระบายความชื้นออก พอถึงบ้านจะไม่มีน้ำหยดใต้ท้องรถ
  • น้ำมันเครื่องควรจะเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน หรือ 5,000 กิโล อันไหนถึงก่อนก็ให้เปลี่ยนเลย น้ำมันเครื่องแบบที่มันแพงๆ นั้น ถ้าไม่ได้ขับรถวันละเป็นร้อยกิโล ก็ไม่จำเป็น สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
  • รถถ้าจอดอยู่กับบ้านเฉยๆ ก็ควรจะมาสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้บ้าง การที่ให้เครื่องติด ทำให้เกิดการหมุนเวียนของระบบหล่อลื่น เครื่องยนต์จะไม่สึกหรอเร็วเกินไป
  • ถ้าต้องจอดรถนานๆ เป็นสัปดาห์ ควรจะขับเดินหน้าถอยหลังบ้าง หรือเอาออกไปวิ่งรอบหมู่บ้านซักรอบนึง เพื่อให้ระบบช่วงล่างได้ทำงาน และยางมีการหมุนเวียนบ้าง

น้าเค้ายังบอกอีกว่า สายไฟที่ใช้จั๊มป์แบตเตอรี่เนี่ย ถ้าไปซื้อที่มันขายสำเร็จรูป มันไม่ดี เพราะเหมือนสายไฟจะใหญ่ แต่จริงๆแล้วมันหนาที่พลาสติกหุ้ม ถ้าจะให้ดีทำเองจะดีที่สุด เพราะมันจะจ่ายไฟได้ดีกว่า

พอรับรถเราก็ไปแวะเดอะมอลล์เพื่อจะไปอัพความเร็วเน็ตเป็น 512K แต่ว่าเค้าบอกว่ามันอัพทางเว็บได้เลยนะ เราก็เลยไม่ได้อัพที่นั่น แล้วก็ไปแวะกินข้าว ซื้อหนังสือมาอีกสามเล่ม ไม่ได้ไปงานหนังสือก็ดี เพราะถ้าไป คงจะโดนมากกว่านี้

แต่ตั้งใจจะไปหาหนังสือคู่มือการดูแลรถ มันไม่มีเลยอะ ร้านนายอินทร์นี่น้อยมาก มีแค่สองเล่ม แล้วก็เป็นเรื่องของติดแก๊สทั้งนั้น ส่วนซีเอ็ดหนังสือเกี่ยวกับรถมีเป็นยี่สิบสามสิบเล่ม แต่ก็ไม่มีหนังสือที่สอนวิธีดูแลรถอีกอยู่ดี

ขากลับฟ้าครึ้มมาเลย กลับมาถึงบ้านเอารถเข้าบ้านได้ก่อนฝนจะตกพอดิบพอดี แต่ใจจริงอยากโดนฝนเหมือนกันนะ จะได้ล้างรถไปในตัว อิอิ

ปฏิทิน

กรกฎาคม 2009
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
« มิ.ย.    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

a

ตัวนับ

  • 6,549 ป้ง